เลือกตั้ง ส.ก. 2569 เมื่อทุกคนอยากเป็น “เพื่อนชัชชาติ” 

เลือกตั้งสภากรุงเทพฯ 2569 เดือด! ตีลังกาเล่าข่าว ชำแหละปรากฏการณ์ “ใครๆ ก็อยากเป็นเพื่อนชัชชาติ” ชี้ เอกภาพเป็นเรื่องสำคัญ แต่เทไปตามกันจนขาดการถ่วงดุล ก็เสี่ยง!

เลือกตั้ง ส.ก. 2569 เมื่อทุกคนอยากเป็น “เพื่อนชัชชาติ” 

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ 

ภาพที่เราเห็นกันจนชินตาในช่วงนี้เวลาขับรถไปตามถนนหรือตรอกซอกซอยในกรุงเทพฯ คือป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ก.   

บางคนขึ้นรูปคู่กับ “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” ผู้ว่าฯกทม. ที่เพิ่งลาออกไปสดๆร้อนๆ บางคนไม่ขึ้นรูปคู่ แต่ใช้สัญลักษณ์ให้เข้าใจได้ว่า “ชัชชาติ” ให้การสนับสนุนอย่างคำว่า “ทำงาน ทำงาน ทำงาน”  

นอกจากนี้ หากไถฟีดโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็นแฮชแท็ก “สานต่อนโยบายชัชชาติ” หรือการประกาศตัวเป็น “เพื่อนชัชชาติ” กันอย่างเนืองแน่น 

นี่คือปรากฏการณ์ที่กำลังปกคลุมศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่กำลังจะเกิดขึ้น 

ต้องบอกว่าไม่แปลกที่ใครๆ ก็อยากเป็น “เพื่อนชัชชาติ” เพราะผลสำรวจ พบว่า อดีตผู้ว่าฯ คนนี้ คะแนนนิยมนำลิ่ว  ผู้สมัคร ทั้ง ส.ก. หน้าใหม่ หน้าเก่า ทั้งสังกัดพรรคและอิสระ ต่างพยายาม “ยืม” ภาพลักษณ์ เพื่อดึงคะแนนจากฐานแฟนคลับให้มาสนับสนุน  

ย้อนกลับไป “ชัชชาติ” สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 17 ด้วยการชนะถล่มทลายและกวาดคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แถมเมื่อเข้ามาทำงานก็ทำจริง เดินหน้าจริง และที่สำคัญคือ “การไม่เลือกข้างพรรคการเมือง” อย่างโจ่งแจ้ง 

สำหรับการเลือกตั้งรอบนี้  แม้จะมีกลุ่ม “เพื่อนชัชชาติ” หรือผู้สมัครจากหลากหลายพรรคพยายามโยงตัวเองเข้ากับนโยบายของเขาแต่ถึงงนาทีนี้ “ชัชชาติ” เจ้าตัวก็ได้ออกมาขีดเส้นชัดเจนแล้วว่า “ไม่สนับสนุน ส.ก. คนใดเป็นการส่วนตัว” 

ปรากฏการณ์แย่งกันเป็นเพื่อนผู้ว่าฯ ครั้งนี้ สะท้อนนัยทางการเมืองที่น่าสนใจหลายประการ  อย่างแรก ภาพลักษณ์ที่โปร่งใสและทำงานจริงของ “ชัชชาติ”  ยังคงขายได้ โดยเฉพาะในสภาวะที่คนกรุงเทพฯ อาจจะรู้สึกว่าการเมืองระดับชาติมีความตึงเครียด   

ภาวะเช่นนี้ยิ่งทำให้ฐานคะแนนของเขาก้าวข้ามเส้นแบ่งทางการเมือง  และว่าที่ ผู้สมัคร ส.ก. จำนวนมาก็หวังจะใช้กลยุทธ์เกาะกระแสนี้เอาชนะ  โดยเฉพาะกบุ่มการเมืองเดิม ที่ล่าสุดพรรค “เพื่อไทย” เพิ่งตัดสินใจไม่ลุยสนามเมืองกรุงต่อไป 

หน้าที่หลักของ ส.ก. คือการตรวจสอบและผลักดันงบประมาณ การที่ผู้สมัครอ้างว่าทำงานร่วมกับ “ชัชชาติ” ได้เป็นการซื้อใจผู้มีสิทธิว่าจะไม่มีการเมืองหรือปัจจัยอื่นมาเกาะแข้งเกาะขา  

เราจึงได้เห็นแทคติกหาเสียงที่คุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อกลุ่มให้คล้ายคลึง การใช้แฮชแท็กสานต่องานเส้นเลือดฝอย หรือแม้แต่การไปโพสต์เช็คอินลงพื้นที่ตลาดนัดหรือชุมชนเดียวกับที่ “ชัชชาติ” เคยไปลุยมาแล้ว เพื่อสร้างภาพจำว่า “เราคือสายเดียวกัน” 

ในมุมมองเชิงโครงสร้าง ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่าการเมืองท้องถิ่น ยังเน้นที่ตัวบุคคลมากกว่าพรรคการเมือง  

ข้อดีของการเมืองแบบนี้คือ คือ หากผู้สมัครที่มีคุณภาพและตั้งใจทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ ก็จะทำให้การพัฒนากรุงเทพฯ เป็นไปอย่างราบรื่น  

แต่ข้อเสียที่น่ากังวลคือ อาจไปลดทอนคุณภาพการแข่งขันเชิง “นโยบาย” ของ ส.ก. เอง เพราะแทนที่จะมาดีเบตกันเรื่องวิสัยทัศน์ กลับกลายเป็นการแข่งกันว่า “ใครสนิทกับชัชชาติมากกว่ากัน”  

น่าสนว่า หาก “ชัชชาติ” ได้เข้าไปจริงพร้อมทีม สก. ที่ทุกคนหนุนกันหมด  ใครจะเป็นคนตรวจสอบถ่วงดุล และวันนี้ก็ยังไม่เห็นใครชูแคมเปญนี้เลย  

จริงอยู่ที่เอกภาพเป็นเรื่องสำคัญ แต่อะไรก็ตามที่เทไปตามกัน และขาดการถ่วงดุล เมื่อนั้นก็เสี่ยงพอๆกับการที่นโยบายเดินหน้าไม่ได้ 

เพราะในการเมืองทุกอย่างต้องมีความพอดี