สหรัฐฯ บุกทลายอุโมงค์ใต้ดิน ทางส่งยาข้ามเม็กซิโก ยึดโคเคน 1.4 พันล้านบาท

ตัดวงจรยานรก! สหรัฐฯ บุกทลายอุโมงค์ลับใต้ดิน เส้นทางส่งยาข้ามเม็กซิโก ยึดโคเคน 1 ตัน มูลค่า 1.4 พันล้านบาท

นึกว่ามีแต่ในหนัง สหรัฐฯ บุกทลายอุโมงค์ขนส่งยาข้ามชาติ..

(1 มิ.ย. 69) หน่วยเฉพาะกิจอุโมงค์สืบสวนความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (Homeland Security Investigations Tunnel Task Force) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติครั้งใหญ่ หลังบุกทลายอุโมงค์ลับใต้ดินเชื่อมระหว่างเมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก กับเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมยึดโคเคนได้มากกว่า 1 ตัน มูลค่าประมาณ 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 พันล้านบาท)

ปฏิบัติการครั้งนี้ เริ่มต้นจากหน่วยเฉพาะกิจด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้เฝ้าติดตามร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งในย่านโอเทย์ เมซา เมืองซานดิเอโก ที่ใช้ชื่อว่า “Buy 4 Less” หลังพบความเคลื่อนไหวผิดปกติตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยเจ้าหน้าที่พบว่า มีกลุ่มคนประมาณ 7-8 คน เข้าออกสถานที่ดังกล่าวเป็นประจำ แม้ร้านจะเปิดดำเนินการในลักษณะร้านค้าปลีก แต่กลับแทบไม่มีลูกค้าเข้าใช้บริการ ต่างจากพฤติกรรมของร้านค้าทั่วไป

ในช่วงการเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายหลายคนขนกระเป๋าเดินทางจำนวนมาก ออกจากร้านและนำขึ้นรถยนต์ รวมถึงเดินแบกกระเป๋าข้ามพรมแดนไปยังฝั่งเม็กซิโก โดยจากภายนอกคล้ายกระเป๋าว่างเปล่า ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าดำเนินการในเวลานั้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญกลับเกิดขึ้น (29 พ.ค. 69) เมื่อเจ้าหน้าที่พบชายคนหนึ่งขนวัตถุขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก 3 ชิ้น ขึ้นรถตู้สีขาว ก่อนขับออกจากร้าน Buy 4 Less ไปยังอาคารแห่งหนึ่งบนถนน Coolidge Avenue

ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบชายที่ต่อมาระบุชื่อได้ว่า แบรนดอน เอสคาลันเต ซานโดวัล ปั่นจักรยานวนเวียนอยู่ในพื้นที่คล้ายทำหน้าที่เฝ้าระวัง ก่อนจะนำกุญแจที่ซ่อนไว้บริเวณฝาถังน้ำมันมาเปิดรถตู้และขับเข้าไปยังจุดนัดหมาย

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่พบกลุ่มชายหลายคนร่วมกันขนตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ 3 ตู้ ลงจากรถตู้ ก่อนนำสิ่งของจำนวนมากบรรจุเข้าไปภายในตู้แช่แข็งดังกล่าว และไม่นานหลังรถกระบะขนตู้แช่แข็งออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจและสุนัขดมกลิ่นยาเสพติดได้เข้าตรวจค้นรถ และได้รับสัญญาณบ่งชี้ว่า มีสารเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายใน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ที่ร้าน Buy 4 Less และพบชายหลายคนขนกล่องหนักจำนวนมากออกจากร้านขึ้นรถบรรทุกอีกคัน ก่อนจะมีการเรียกตรวจรถดังกล่าว รวมถึงรถตู้อีกคันหนึ่งในเวลาต่อมา

ซึ่งผลการตรวจค้น พบโคเคนจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่ในรถทั้ง 3 คัน โดยรถบรรทุกคันแรก บรรทุกโคเคนหนักประมาณ 286 กิโลกรัม รถบรรทุกคันที่ 2 บรรทุกประมาณ 469 กิโลกรัม และรถตู้บรรทุกประมาณ 274 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 1,029 กิโลกรัม หรือมากกว่า 1 ตัน

หลังการยึดของกลาง เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ได้รับหมายค้นเพื่อเข้าตรวจสอบร้าน Buy 4 Less และอาคารที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำกำลังค้นพบทางเข้าอุโมงค์ลับซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องเก็บของภายในร้าน

โดยอุโมงค์ดังกล่าว ถูกออกแบบอย่างซับซ้อน โดยมีลิฟต์ไฮดรอลิกสำหรับขึ้นลง ความลึกประมาณ 55 ฟุต หรือราว 17 เมตร และมีความยาวรวมประมาณ 1,933 ฟุต หรือเกือบ 600 เมตร โดยภายในมีการติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ราวกันตก รวมถึงโครงสร้างเสริมความแข็งแรงตลอดเส้นทาง โดยเชื่อมต่อจากเมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก เข้าสู่ฝั่งสหรัฐฯ ผ่านพื้นที่ใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองโอเทย์ เมซา

ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่า อุโมงค์ดังกล่าวถูกใช้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ และมีความเชื่อมโยงกับแก๊งค้ายาเสพติด Jalisco New Generation Cartel (CJNG) 1 ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเม็กซิโก

จากปฏิบัติการครั้งนี้ มีผู้ถูกตั้งข้อหารวม 4 คน ได้แก่ เกรโกริโอ เอปิฟานิโอ เอร์นันเดซ โลเปซ, แบรนดอน เอสคาลันเต ซานโดวัล, โฮเซ ฮิเมเนซ และอันโตนิโอ คอร์เตซ ในข้อหาสมคบคิดจำหน่ายยาเสพติด และความผิดที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุโมงค์ข้ามพรมแดน ซึ่งจะต้องรับโทษสูงสุด จำคุกตลอดชีวิตและปรับ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า การตรวจยึดครั้งนี้ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ต่อเครือข่ายค้ายาเสพติด และเป็นหนึ่งในการค้นพบอุโมงค์ลักลอบขนยาเสพติดที่ซับซ้อนที่สุดในรอบหลายปี

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 1993 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ค้นพบอุโมงค์ลักลอบข้ามพรมแดนในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว 99 แห่ง โดยมี 28 แห่งที่ถูกจัดว่าเป็นอุโมงค์ระดับซับซ้อน และอุโมงค์ที่ยังใช้งานได้แห่งล่าสุดก่อนหน้านี้ถูกพบเมื่อปี 2022

ขอบคุณข้อมูล : United States Attorney