โลกใบใหม่ของ “ทักษิณ” หลังออกจากเรือนจำ กับทางที่จะเลือกเดิน
ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

วันจันทร์ที่จะถึงนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” จะได้ออกจากคุกครั้งแรก หลังจากต้องกลับเข้าไปถูกจองจำเป็นเวลา 8 เดือนนี่เป็นการการออกจากเรือนจำครั้งแรกที่จะไม่มีใครครหาว่าเขาไม่ได้ติดคุกจริง
8 เดือน กับคนข้างนอกอาจจะไม่นาน แต่กับคนที่อยู่ข้างในนั้นไม่ง่าย ต่อให้หลายคนมองว่าคนระดับนี้คงไม่ลำบากมากนัก
แต่เอาเข้าจริง คนที่เคยมีอำนาจสูงสุด ร่ำรวยมหาศาล บริวารล้อมหน้าล้อมหลัง การที่ต้องเปลี่ยนชีวิตไปอยู่ในเรือนจำจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
เมื่อครบกำหนดและได้รับการปล่อยตัว นาทีนี้คือ “อิสระ” อย่างแท้จริงที่ “ทักษิณ” อาจจะปรารถนาที่จะเห็นมานาน แม้แต่วันที่ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระในต่างประเทศยกเว้นประเทศไทยที่เป็นบ้านเกิดและที่อยู่ของครอบครัว
แต่หลังจากนี้ต่างหากที่จะเป็นโจทย์ใหญ่ว่า “ทักษิณ” จะเอาอย่างไรกับบั้นปลายของชีวิต
วันนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” อายุ 75 ปี ผ่านมาทั้งสุขที่สุด ทุกข์ที่สุด มีคนรักมาก มีคนเกลียดมาก ผ่านชีวิตสุดขั้วมามากมาย แต่ใครเล่าจะรู้ว่าจากนี้ไปเขาจะขับเคลื่อนชีวิตแบบใด

ทางสองแพร่งชีวิตของเขามาถึงอีกครั้ง การกลับไทยครั้งที่ผ่านมา การไม่อยู่ในคุกครั้งแรก รวมถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองในครั้งนั้น ล้วนไม่ได้เกิดจากเรื่องบังเอิญ และความไม่บังเอิญนี้ น่าจะทำให้ “ทักษิณ” ได้บทเรียนไปไม่น้อย
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ความเป็นตัวตนแบบ “ทักษิณ ชินวัตร” พาให้เขาขับเคลื่อนมาถึงจุดนี้ เขาเป็นคนที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
เรียกได้ว่า “อีโก้” ของ “ทักษิณ” นั้นล้นทะลักเกินกว่าที่คนทั่วไปจะจินตนาการได้ และความมั่นใจที่ตัวเขามาก็พาเขาให้ขึ้นสู่จุดสูงสุดไม่ว่าทางไหนก็ตามมาหลายต่อหลายครั้ง
เรื่องนี้ถูกพิสูจน์ทราบมาแล้ว เพราะเขามีทางเลือกที่จะหยุดหลายต่อหลายครั้ง เขาสามารถเลือกหยุดตั้งแต่โดนรัฐประหารปี 2549 เขาสามารถเลือกหยุดตั้งแต่การบินออกไปจากประเทศโดยบอกว่าจะไปดูพิธีเปิดโอลิมปิก เขาสามารถเลือกหยุดตั้งแต่วันที่ “สมัคร สุนทรเวช” และพรรคพลังประชาชนต้องปิดฉากชีวิตการเมือง

เขาสามารถเลือกหยุดตั้งแต่วันที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกฯ เขาสามารถเลือกหยุดตั้งแต่วันที่ “ยิ่งลักษณ์” โดนรัฐประหาร เขาสามารถเลือกหยุดตั้งแต่วันที่กลับไทยในรอบ 17 ปี เขาสามารถเลือกหยุดตั้งแต่วันที่ “อุ๊งอิ๊ง” ได้เป็นนายกฯ แต่ทั้งหมดก็ถูกเลือกว่าจะไม่หยุด และขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา
ด้วยสถานการณ์ทั้งสองอย่าง ทั้งบทเรียนที่ได้รับจากการเข้าไปอยู่ในคุก 8 เดือน และพันธนาการของคดีที่ยังไม่หมด ทำให้เขาอาจจะตระหนักรู้ว่าการไม่หยุดก็จะเข้าข่ายที่เรียกว่า “เมื่อกระทำแบบเดิมจะคาดหวังผลอะไรที่แตกต่าง”
นี่คือเสียงจากฝ่ายผู้มีอำนาจที่ส่งออกมาดังๆ
แต่ในขณะเดียวกัน ตัวตนของ “ทักษิณ” และความปรารถนาที่อยู่ในหัวใจ รวมถึงความคุ้นชินในรูปแบบเดิมๆ อาจทำให้เขาเลือกกระทำแบบเดิม
ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ไม่ว่าเขาจะเลือกแบบได้ แต่ทุกสายตาของอำนาจและการเมืองก็จะจับจ้องที่ตัวเขาอยู่ดี
โลกใบใหม่ของ “ทักษิณ” จะเป็นอย่างไรในวันที่ประตูเรือนจำเปิดออก!
