ชัยวัฒน์แนะ! คุมกำเนิดช้าง ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แถมปัญหายังตามมาอีกเพียบ

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

30 มกราคม 2568

ชัยวัฒน์แนะ! คุมกำเนิดช้าง ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แถมปัญหายังตามมาอีกเพียบ

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568  สมาคมอุทยานแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมภายใต้หัวข้อ “ ช้างป่า : ปัญหาและการแก้ไข ณ  ห้องประชุมกระท่อมวนกรสมาคมศิษณ์เก่าวนศาสตร์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.รองลาภ  สุขมาสรวง  อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   สมาคมอุทยานแห่งชาติ  นำเสนอแนวคิด เผย ปัญหาของช้างป่าและการแก้ไข มีหลายประเด็น ทั้งคนบุกรุกพื้นที่ สาเหตุของการออกมานอกพื้นที่ของช้าง ระดับความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า อัตราการเกิด และการใช้วัคซีนคุมกำเนิด จะเป็นอย่างไร ? โดยมีสมาชิกชมรมม อุทยานกรมป่าไม้ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยาน เข้าร่วมด้วย

ซึ่ง การคุมกำเนิดในช้างไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ง่าย  การลดจำนวนช้างลงร้อยละ 25 แม้จะคุมกำเนิดครบถ้วนแล้วก็ตาม ต้องใช้เวลาถึง 15 ปี การไม่มีลูกช้างเป็นเวลา 15 ปีจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อโครงสร้างประชากร นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น การเลี้ยงดู การหาอาหารและแหล่งน้ำ จะถูกถ่ายทอดจากข้างโตสู่ช้างอ่อนและการถ่ายโอนข้อมูลนี้จะหยุดลงหากไม่มีลูกช้างเป็นเวลานานการคุมกำเนิด 

‘’ เมื่อดำเนินการแล้ว จะดำเนินการโดยอาศัยข้อมูลทาง วิทยาศาสตร์ที่  ’’แข็งแกร่งซึ่งเราขาดอยู่โดยสิ้นเชิง

ความขัดแย้งของมนุษย์กับช้างป่า

ยังพบอีกว่ามีการเพิ่มของจำนวนมนุษณ์ ที่มีความต้องการในการใช้พื้นที่อาศัย การขยายตัวของพื้นที่การเกษตร โดยพบว่า พื้นที่ร้อยละ 100 ในรัศมี 100 กม. จากเขตที่อยู่อาศัยของช้างป่าในปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในปี พ.ศ. 2243 แต่ในปี พ.ศ. 2588 มากกว่าครึ่งหนึ่งไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับผู้คน

โดย รศ. ดร.รองลาภ  สุขมาสรวง  บรรยายในหัวข้อ  5 หัวข้อ ได้แก่

1 จำนวนประชากรการกระจาย

2 สาเหตุของการออกมานอกพื้นที่

3 อัตราการเกิด และการใช้วัคซีนคลุมกำเนิด

4 แนวทางการแก้ไข้ปัญหา

ในความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับช้างป่า คืออินเดีย มีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้ง 400-450 คน/ปี มีพื้นที่เกษตรกรรมเสียหาย 1 หมื่น ตร.กม. บ้านเรือนเสียหาย 10,00-15,000 หลัง ช้างป่าถูกฆ่า 100 ตัว/ปี มีบ้านเรือนเสียหายเกือบ500,000  มีความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น แต่เกษตรกรมีทัศนคติที่ดีต่อช้าง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้เว้นแต่ความขัดแย้งจะได้รับการบรรเทาลง รัฐบาลอินเดียจึงชดเชยเงินประมาณ 175 ล้านบาท/ปี ให้แก่ประชาชน ตั้งแต่ในปี 2562 เป็นต้นมา ในศรรีลังกา คน 125  คน เสียชีวิต และช้าง 370 ตัว เสียชีวิตตาม จากความขัดแย้งต่อปีนอันดับ 2 รองจากอินเดีย การตายของมนุษย์เพิ่มขึ้นประมาณ 42 %  ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา  ในประเทศไทย HEC เกิดขึ้นในกลุ่มป่าที่มีช้างป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก DNP (2025) รายงานการพบช้างป่าในกลุ่มป่า 12 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2568 โดยรวม มีช้างป่าออกหากิน นอกพื้นที่ > 5000 ครั้งต่อปี มีมีผู้บาดเจ็บ 163 ราย และเสียชีวิต 188รายช้างป่า 100 ตัวได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  (บาดเจ็บ+เสียชีวิต 50 คน/ปี ช้างบาดเจ็บ+ตาย 24.75 ตัว/ปี) คนเสียชีวิต 26คน/ปี ช้างตาย 1-22 ตัว/ปี

แนวทางการปกป้องแก้ไขและปกป้องพืชผลทางการเกษตรช้างป่า

– การใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม (เทคนิคดั้งเดิม)

– การใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง เช่น เสียงดังที่เกิดจากประทัด เป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไปในประเทศไทย

– การจัดทำระบบกีดขวางทางกายภาพ เช่น คูน้ำช้าง กำแพงกันช้าง หรือการใช้วัสดุกีด

– ขวางในเส้นทางเดินของช้างป่า กีดขวางทางกายภาพ เช่น รั้วไฟฟ้า คูน้ำลึก ก้อนหิน หรือกำแพงหิน

– การปลูกพืชบางชนิดเป็นแนวป้องกันพืช มีลักษณะเป็นใบหนาและแหลมคมเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ของช้างป่า

– การใช้สารเคมีเพื่อยับยั้งช้าง สารที่สามารถยับยั้งช้างได้ กลิ่นที่สื่อถึงความเจ็บปวด หรือสารประกอบเฉพาะ เช่น ฮอร์โมน เพื่อกระตุ้นความกลัว

แต่ในทางด้านโยบายของรัฐ  มองกลับกัน มีการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อการอนุรักษ์ช้าง รวมถึงการจัดการพื้นที่ที่อยู่อาศัยของช้าง การจัดเตรียมแหล่งน้ำและอาหาร และการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเพียงพอต่อการรักษาช้างให้คงอยู่ในเขตอนุรักษ์ มาตรการป้องกันข้างออกมานอกพื้นที่ การสร้างคูป้องกันข้าง รั้วไฟฟ้า และรั้วรังผึ้งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะจำกัดการเคลื่อนไหวของช้างนอกพื้นที่ที่กำหนด 

การติดตามและส่งเสริมการเคลื่อนไหวของช้าง พิจารณาให้ค่าชดเชยแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความเสียหายของพืชผล การสูญเสียทรัพย์สิน การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตที่เกิดจากช้างการดำเนินการดังกล่าวรวมถึงการปรับปรุงกฎหมายสำหรับการชดเชยและเพิ่มจำนวนเงินชดเชย การจัดการพื้นที่เลี้ยงช้างขนาดใหญ่ พื้นที่เหล่านี้ได้รับการกำหนดให้เป็นศูนย์กลางประชากรช้างที่สำคัญ โดยแต่ละพื้นที่มีช้างมากกว่า 500 ตัวสำหรับการอนุรักษ์ในระยะยาว ความพยายามในการจัดการครอบคลุมถึงการวางแผนในระดับภูมิประเทศ การพัฒนาทางเดินนิเวศและการกำหนดประชากรช้างที่เหมาะสมสำหรับการอนุรักษ์ในระยะยาวภายในกลุ่มป่าแต่ละกลุ่ม การควบคุมประชากรช้าง การใช้วัคซีนคุมกำเนิด

ทางด้าน ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กล่าวทิ้งท้ายเพิ่มเติมอีกว่า  ช้างคือสัญลักษณ์ของประเทศไทย สิ่งที่ดำเนินการแนวทางในการจัดการพื้นที่ในอุทยาน  ทุกอย่างมันมีประเด็น ซึ่งชาวบ้านอาจคิดว่ามี พรบ. ที่เมื่อก่อนคิดว่ายิงช้างไม่ผิดกฎหมาย แต่ในกลับกัน พรบ.ที่มีมา การยิงช้างมันผิดกฎหมายมาตั้งนานแล้ว ช้างทุกตัว ช้างทุกเชือกมีทั้งรอยบาทแผล รอยกระสุนแทบจะทั้งหมด เป็นเพราะใคร  ก็เพราะมนุษณ์เราเอง ถ้าฉีดวัคซีนแล้วคิดว่าช้างจะไม่ออกจากที่ ผมคิดว่าไม่ใช่


ชัยวัฒน์ เปิดหน้าชน! คุมกำเนิดช้างทำไม?