CIB เปิดปฏิบัติการ “คชาฆาตปิดปลายงา”ทลายเครือข่ายค้างาช้างข้ามชาติ ยึดของกลางเกือบ 10 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง บุกค้น 11 จุดใน 7 จังหวัด จับผู้ต้องหา 9 ราย ยึดงาช้างแอฟริกาและผลิตภัณฑ์แปรรูปกว่า 250 กิโลกรัม
พบเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท เชื่อมโยงการค้าผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “Broken Ivory : คชาฆาตปิดปลายงา” บุกทลายเครือข่ายค้างาช้างข้ามชาติ หลังสืบสวนขยายผลนานกว่า 7 เดือน พบลักลอบจำหน่ายงาช้างแอฟริกาผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก และเครือข่ายค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย มีเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. และผู้บริหารใน ศปทส.ตร. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) รวมถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้น 11 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร อุทัยธานี กำแพงเพชร ชุมพร สงขลา ชลบุรี และจันทบุรี พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย

จากการตรวจค้น พบของกลางจำนวนมาก ทั้งงาช้างแบบท่อน งาช้างหั่นชิ้น สร้อยลูกประคำงาช้าง สร้อยพระ ผงงาช้าง ลูกประคต กำไล หัวเข็มขัด รวมถึงมีดด้ามงาช้างและมีดเขากวาง รวมของกลางเกี่ยวกับงาช้างหนักกว่า 250 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ยังพบเครื่องตัด เจียร์ เจาะ เลื่อย และอุปกรณ์แปรรูปงาช้างอีกหลายรายการ โดยของกลางทั้งหมดมีมูลค่ารวมประมาณ 9.9 ล้านบาท แบ่งเป็นงาช้างและชิ้นส่วนงาช้างประมาณ 7.5 ล้านบาท และมีดด้ามงาช้างอีกกว่า 2.4 ล้านบาท

ชุดสืบสวนเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของคดีมาจากการเฝ้าติดตามกลุ่มค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย หลังพบว่าความต้องการ “งาช้างผิดกฎหมาย” เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ จนพบการซื้อขายผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “เขี้ยวงา เครื่องรางจากสัตว์”

ตำรวจจึงแฝงตัวติดต่อซื้อสินค้า และส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ ก่อนยืนยันว่าเป็น “งาช้างแอฟริกา” ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญา CITES และถูกลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ก่อนกระจายขายต่อให้กลุ่มนักสะสม ร้านทำเครื่องราง และร้านจำหน่ายอุปกรณ์ต่างๆ

ต่อมา วันที่ 7 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่จึงเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พร้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดทั่วประเทศ โดยผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

เบื้องต้น ถูกแจ้งข้อหา “มีไว้ในครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า ปัญหาการล่าช้างเพื่อเอางา ยังคงเป็นวิกฤติสำคัญของโลก โดยเฉพาะในประเทศแถบแอฟริกา เช่น เคนยา แทนซาเนีย และยูกันดา ซึ่งมีช้างถูกฆ่าเพื่อเอางากว่า 20,000 ตัวต่อปี ขณะที่ปัจจุบันช้างป่าแอฟริกาเหลืออยู่ราว 500,000 ตัว และอาจสูญพันธุ์ภายใน 30 ปี หากยังไม่สามารถหยุดขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายได้