ไม้เด็ด “ภูมิใจไทย” ยืมมือพรรคใหญ่ สกัด “กล้าธรรม” โก่งราคาร่วมรัฐบาล
แพทตี้ อีจัน
12 กุมภาพันธ์ 2569

ไม้เด็ด “ภูมิใจไทย” ยืมมือพรรคใหญ่ สกัด “กล้าธรรม” โก่งราคาร่วมรัฐบาล
ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
แม้หลายเขตจะยังคาใจเรื่องผลคะแนน แต่การเมืองในภาพใหญ่ตอนนี้มองไปถึงการจัดตั้งรัฐบาล แม้ตัวเลขยังไม่นิ่ง แต่ก็คงไม่หนีไปจากนี้มาก
คำถามคือ “ภูมิใจไทย” จะจัดตั้งรัฐบาลแบบไหน เพราะโจทย์ไม่ใช่แค่จะจัดแบบไหนให้ได้ เพราะตอนนี้เสียงขนาด 190 ย่อมเนื้อหอมยังไงก็จัดได้ แต่โจทย์กลับอยู่ที่จัดแบบไหนให้ทำงานง่ายและอยู่ยาว
หลายคนมองเห็นสูตรรัฐบาลเดิมก่อนยุบสภาคือ “ภูมิใจไทย” จับมือ “กล้าธรรม” แค่นี้เสียงก็เกินกึ่งหนึ่ง และเมื่อบวกกับพรรคเล็กพรรคน้อยเสถียรภาพก็เกินพอ
แต่ “ภูมิใจไทย” เองก็ไม่ลืมสิ่งที่ตัวเองเคยทำกับ “เพื่อไทย” ไว้

วันนี้สถานะของ “กล้าธรรม” คือ “ภูมิใจไทย” ในวันนั้น หากเน้นที่สองพรรคหลัก “กล้าธรรม” จะเรียกหรือจะขุดรีดอะไรจากพรรคแกนนำก็ได้ทั้งนั้นพวกเขาจึงต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้อัตราต่อรองของ “กล้าธรรม” ต่ำที่สุด
ปฏิบัติการข่าวจัดตั้งรัฐบาลจึงเกิดขึ้น เริ่มด้วยการบอกว่า “ภูมิใจไทย” เองก็ไม่พอใจ “กล้าธรรม” เนื่องจากศึกเลือกตั้งที่ผ่านมาที่คาใจกันหลายพื้นที่ โดยบอกว่าบางพื้นที่ “ภูมิใจไทย” ยอมหลบให้ แต่ทำไมในอีกหลายๆ พื้นที่ “กล้าธรรม” ไม่หลบให้ แถมเดินหน้าท้าชนจนทำให้เสียพื้นที่ เช่น “สุพรรณบุรี” ที่ต้องเสียหนึ่งเขตให้ แทนที่จะกวาดยกจังหวัด
จากนั้นข่าวการดึงพรรคอื่นเข้ามาจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “พรรคแดง” หรือ “พรรคส้ม”
ว่ากันตามเนื้อผ้า หากมีอีกหนึ่งพรรคใหญ่เข้ามา อัตราการต่อรองของ “กล้าธรรม” ก็จะลดลง ขณะที่ “พรรคใหญ่” อีกหนึ่งพรรคก็จะต่อรองมากไม่ได้ เพราะต่อให้ไม่อยู่ ก็อาจจะยังมี “ภูมิใจไทย” กับ “กล้าธรรม”
ในทำนองเดียวกันหากวันหนึ่ง “กล้าธรรม” น้อยใจ ก็ยังเหลือ “ภูมิใจไทย” กับอีกหนึ่งพรรคใหญ่ หากเป็นเช่นนี้รัฐบาลก็จะยังอยู่ได้แม้มีพรรคใดพรรคหนึ่งถอนตัว
และยิ่งดู DNA ของพรรค “กล้าธรรม” แล้ว พวกเขาไม่น่าที่จะอยากเป็นฝ่ายค้านแน่ๆ ในอนาคตการจะไม่ร่วมรัฐบาลของกล้าธรรมจะอยู่ที่ขั้วอื่นที่จะไปอยู่ด้วยจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ หากอีกขั้วไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลก็ปิดโอกาสที่ “กล้าธรรม” จะโบยบินจากไปได้เลย
กับ “พรรคประชาชน” อาจจะดูยาก แต่กับ “เพื่อไทย” ไม่ยากขนาดนั้น จริงอยู่ที่พวกเขาอาจจะดูผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ แต่ทั้งคู่ “เป็นการเมือง” พอที่จะรู้ว่าเป้าหมายหลักคืออะไร และมีอะไรที่หอมหวานรออยู่หลังจากนี้
ที่สำคัญหาก “หัวไม่มา” บรรดาแกนนำพรรคจะรู้ได้อย่างไรว่า “หาง” จะไม่กลายเป็นงูเห่า เพราะครั้งนี้ดูท่ารัฐบาลจะอยู่ยาวไม่ง่อนแง่น การเป็นฝ่ายค้าน 3 – 4 ปี สำหรับนักเลือกตั้งมืออาชีพเป็นช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวด

แต่หากถึงที่สุด “เพื่อไทย” ไม่มา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “รอบหน้า” ที่มีการปรับ ครม. จะไม่มา ดังนั้นการออกข่าวปราม “กล้าธรรม” ในวันนี้จึงหวังผลเพื่อระยะยาว และป้องกันไม่ให้ “กล้าธรรม” โก่งราคาเหมือนที่ตัวเองเคยทำมาก่อน