“โสภณ ซารัมย์” สายตรงบุรีรัมย์ จากครูประชาบาลสู่ประธานสภาฯ

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

14 มีนาคม 2569

“โสภณ ซารัมย์” สายตรงบุรีรัมย์ จากครูประชาบาลสู่ประธานสภาฯ

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

วันพรุ่งนี้ (15 มี.ค.69) “โสภณ ซารัมย์” จะได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และจะเป็นประธานรัฐสภา เรียกว่าเป็นก้าวที่มาไกลสำหรับอดีตนักศึกษาที่ขับซาเล้งหาเงินเลี้ยงชีพ และอดีตครูประชาบาล

ในระบอบการเมืองการปกครองของไทย เราแบ่งแยกอำนาจอออกเป็นสามด้าน บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ  ประมุขของฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี ของฝ่ายตุลาการคือประธานศาลฎีกา และฝ่ยนิติบัญญัติก็คือประธานรัฐสภา  ซึ่ง “โสภณ” กำลังจะได้ก้าวสู่ตำแหน่งนี้

“โสภณ” เกิดที่ จ.บุรีรัมย์  ในพื้นที่ชนบทและขาดซึ่งโอกาสต่างๆ  แต่เขามีพ่อที่เป็น “กำนัน” ในอำเภอลำปลายมาศ  จึงพบเห็นบทบาทในการเป็นผู้นำชุมชนจากผู้ที่เปนพ่อมาโดยตลอด

“โสภณ” ในวัยหนุ่มเขาเป็นนักศึกษา “วิทยาลัยครูบุรีรัมย์” แต่ด้วยความยากจนเขาก็ต้องหารายได้พิเศษด้วยการปั่นซาเล้งเลี้ยงชีพ

และ “ซาเล้ง” ก็ได้กลายมาเป็นฉายาของเขา เพราะครั้งหนึ่งเมื่อดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตีว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมับ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”  เกิดเหตุการณ์รถไฟตกรางในพื้นที่ภาคใต้  แน่นอนว่านักข่าวต้องเข้าไปถาม แต่ “โสภณ” กลับตอบว่า เรื่องรถไฟอาจไม่ตรงกับความสามารถของเขา แต่ถ้าถามเรื่อง “ซาเล้ง” ค่อยมาว่ากัน

และจากประโยคนี้เลยถูกหยิบมาตั้งฉายาว่า “โสภณ ซาเล้ง” ในเวลาต่อมา

จบปริญญาตรีจากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ เขาก็รับราชการเป็นครูประชาบาล และอย่างที่ทุกคนรู้กันว่า “ครูบ้านนอก” ในชีวิตจริงนั้นไม่ได้เป็นแค่ครู  แต่มีบทบาทที่แฝงอยู่ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน  ที่ปรึกษาของชาวบ้าน

“โสภณ” หรือที่รู้จักกันในนาม “ครูตุ๋ง” รับราชการเป็นครูอยู่ 20 ปี  และมองเห็นว่าครูในชนบททำงานหนักแต่ขาดการโดยขาดการสนับสนุนจากระบบ นั่นทำให้เขาเริ่มตระหนักว่าหากต้องการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง อาจต้องก้าวไปทำงานในระดับนโยบาย

เขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเมือง โดยอยู่ในสังกัดของบ้านใหญ่ “ชิดชอบ”  เพราะ “กำนันสนั่น” พ่อของ “โสภณ” ก็มีความรู้จักสนิทสนมกับ “ปู่ชัย ชิดชอบ”  พ่อของ “เนวิน ชิดชอบ” นั่นเอง

โดยเขาเริ่มสมัครและได้เป็น สส. ครั้งแรกเมื่อปี 2544 หรือเมื่อ 25 ปี ที่แล้ว และครั้งนั้นก็เป็นหมุดหมายของการเมืองแบบใหม่ เพราะมีการใช้กติกาของรัฐธรรมนูญ 2540 แบบเขตเดียวเบอร์เดียว

“โสภณ” ย้ายมาหลายพรรค แต่เขาไม่เคยย้ายข้าง เพราะทุกพรรคที่เขาไปก็คือพรรคที่ “ชิดชอบ” เข้าไปอยู่ไม่ว่าจะเป็น “ชาติไทย – ไทยรักไทย – พลังประชาชน – ภูมิใจไทย”  เรียกได้ว่าเป็นสายตรงที่สุดคนหนึ่ง

แน่นอนว่าสายตรงขนาดนี้ ย่อมมีรางวัลตอบแทน  เขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกในฐานะรัฐมนรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมัย รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์” แต่ใครๆก็รู้ว่ารัฐบาลชุดนั้นไม่มีโอกาสกระทั่งบริหาร

แต่เมื่อ “ชิดชอบ” เปลี่ยนข้าง มาสนับสนุน “นายกฯอภิสิทธิ์”  “โสภณ”” ก็ได้ขึ้น ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

จากนั้นแม้เขาไม่ได้เป็น “รัฐมนตรี” แต่ก็ไม่เคยว่างเว้นตำแหน่ง สส. หากมีการเลือกตั้ง นั่นแสดงถึงความสัมพันธ์และฐานเสียงที่แน่นปั้ก

จนกระทั่งเมื่อถึงคราวที่รัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” ต้องสิ้นสุดลง และก้าวเข้าสู่ยุค “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่มีแบ็คอัปคือ “เนวิน ชิดชอบ” คราวนี้ก็ไม่มีอะไรหยุดอยู่ ชื่อของสายตรงอย่าง “โสภณ” ขึ้นชั้นเป็นถึงรองนายกฯ

และหลังการเลือกตั้งที่ “ภูมิใจไทย” กวาดที่นั่งถล่มทลาย  เขาก็มีชื่อเป็นเต็งหนึ่งเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ แบบไม่ต้องกลัวโผพลิก  เพราะนี่คือสายตรงที่ไม่รู้จะตรงอย่างไรอีกแล้ว