“ภูมิใจไทย” เล่นเกมโหด เอาให้สิ้นสภาพ! เปิดยุทธการหัก “ธรรมนัส”

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

19 กุมภาพันธ์ 2569

“ภูมิใจไทย” เล่นเกมโหด เอาให้สิ้นสภาพ! เปิดยุทธการหัก “ธรรมนัส”

ตีลังกาเล่าข่าว โดย “กรรณะ”

สมดังคำกล่าวที่ว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร  ก่อนการเลือกตั้งจนกระทั่งถึงคืนวันเลือกตั้ง ที่ทั้ง ภูมิใจไทย” และ “กล้าธรรม” ช่วยกันเล่นการเมืองแบบที่ตัวเองถนัดโกยเสียงเข้ากระเป๋าแบบถล่มทลาย ทุกคนก็คิดว่า ไม่ว่าอย่างไรสองพรรคนี้ก็ต้องจับมือกันเป็นรัฐบาลต่อไป เพราะแค่สองพรรคไม่ต้องเอาพรรคอื่นเสียงก็เกินกึ่งหนึ่งของสภาแล้ว

แต่ทุกคนประเมิน “ภูมิใจไทย” ภายใต้การนำของ “เนวิน ชิดชอบ” ต่ำเกินไป พวกเขารู้ดีว่าด้วยคะแนนขนาดนี้พรรคที่จะเป็นอุปสรรคในการเป็นรัฐบาล ไม่ใช่คู่แข่งอย่าง “เพื่อไทย” และ “ประชาชน” หากแต่เป็นเพื่อนสนิทอย่าง “กล้าธรรม”

“ภูมิใจไทย” รู้ว่าหากรัฐบาลจะหวังพึ่งเสียง “กล้าธรรม”  แต่เพียงพรรคเดียวรังแต่จะทำให้พวกเขาตกเป็นเบี้ยล่าง

ถามว่าทำไมรู้ดี คำตอบง่ายๆ คือ เพราะพวกเขาทำมาก่อนทั้งในรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และรัฐบาล “เพื่อไทย”   พวกเขาจึงเห็นเงาของตัวเองทาบทับอยู่บนตัว “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า”

พวกเขาไม่ได้มอง “ผู้กองธรรมนัส” ต่ำเกินไป หากแต่ประเมินขั้นสูงว่านี่คือตัวอันตรายต่ออำนาจหากปล่อยเอาไว้ ยุทธการเอาให้ “สิ้นสภาพ” จึงเกิดขึ้นในทันทีที่รู้ผลการเลือกตั้ง

โดยมีเป้าหมายสองอย่างคือถ้าจะร่วมรัฐบาลกันก็ต้องไม่แม้กระทั่งคิดจะมีฤทธิ์เดชหรือต่อรอง หรือหากยังกร้าวแกร่งก็ต้องหลุดจากรัฐบาลไป โดยที่ “ภูมิใจไทย” ยังอยู่ในอำนาจอย่างสบายมือ

ทีมงาน “ภูมิใจไทย” รู้ว่าไม้เด็ดของ “ผู้กองธรรมนัส” คือการรวมพรรคเล็กเพื่อให้ตัวเองพองออกและโก่งราคาได้ ถ้านึกไม่ออก ให้นึกถึงวันที่พวกเขาเป็นรัฐบาลกับ “พล.อ.ประยุทธ์” และรวบรวมพรรคเล็กจนมีอำนาจต่อรอง

งานนี้ “ภูมิใจไทย” จึงตัดหน้า “ดีล”  คำถามคือเป็นคุณจะอยู่กับใครระหว่างผู้มีอำนาจตัวจริงกับนักต่อรอง ภาพก็อย่างที่เห็นพรรคเล็กพาเหรดทยอยเข้ามอบตัว ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

ตามด้วยการปล่อยข่าวว่าคนในพรรคไม่พอใจเพราะในสนามเลือกตั้ง “กล้าธรรม” ไม่ยอมหลีกทางให้ในหลายๆเขต

คนเชี่ยวการเมืองอย่าง “ผู้กองธรรมนัส” รู้ตั้งแต่วันนั้นว่าเขาโดนเล่นเข้าแล้ว แต่ก็ต้องสู้และบลัฟกลับว่าพวกเขาก็เกมการเมืองไม่ธรรมดา

ไม้นี้อาจจะใช้กับคนอื่นได้ แต่กับ “อัจฉริยะการเมือง” อย่า “เนวิน” คำขู่นี้เป็นเพียงสายลมเท่านั้น  และพวกเขาก็เปิดยุทธการบันไดขั้นที่สองด้วยการทำสิ่งที่ใครหลายคนไม่คาดคิดคือเปิดดีล และ ปิดดีล กับ “เพื่อไทย”ที่วันนี้ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อรองด้วยเพราะหลายเหตุผลไม่ว่าพรรคจะอยู่ในช่วงขาลง ผู้นำจิตวิญญาณอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ตกอยู่ในสภาพตัวประกัน หรือความหวังที่พลิกฟื้นด้วยความเชื่อว่าเป็นรัฐบาลไปก่อน เดี๋ยวอะไรๆจะดีขึ้นมาเอง

เอาแค่ตัวเลข “เพื่อไทย” ก็เหนือกว่า แถมยังไม่มีใจจะสู้ แบบนี้เอาไว้ใกล้มือก็สบายใจกว่า  นาทีนี้ “กล้าธรรม” ไม่จำเป็นกับ “ภูมิใจไทย” อีกต่อไป

สภาพขีดความสามารถในการสู้ของ “กล้าธรรม” ไม่เหลืออีกต่อไป และมีอยู่แค่จะยอมศิโรราบเข้าร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข หรือ กลายเป็นฝ่ายค้านแบบจำยอม แน่นอนว่าหมายถึง สส. จะอดอยากปากแห้งไปอีกหลายปี ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ดีกับพรรคที่เล่นการเมืองแบบบ้านใหญ่ และบ้านใหญ่ทุกคนก็รู้ว่าหากต้องตกอยู่ในสภาพนั้นจะวิ่งไปหาใครได้ถ้าไม่ใช่ “ภูมิใจไทย”

อาการของ “ผู้กองธรรมนัส” ก็ออกชัดว่านาทีนี้ไม่สู้อีกต่อไปแล้วไม่ว่าจะเป็นการพูดเรื่องการจะไม่ขอตำแหน่งอะไรทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ประกาศจองกระทรวงเกษตร ฯ หรือการจะไปเมืองนอกเอาดื้อๆ และเริ่มพูดถึงเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส

นาทีนี้ต้องบอกว่า “กล้าธรรม” สิ้นสภาพจริงๆ ด้วยเกมการเมืองที่เหนือชั้นและเหี้ยมเกรียมของค่ายสีน้ำเงิน ดีไม่ดีจะถึงขั้นพรรคแตกเอาง่ายๆ