“กล้าธรรม” พรรคแตก ? “บ้านใหญ่” เตรียมหนี หลังหลุดจากวงโคจรของอำนาจ
แพทตี้ อีจัน
27 กุมภาพันธ์ 2569

คอลัมน์ : ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
ผลการเลือกตั้งเข้าเป้า แต่ทำไมวันนี้กลับตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ และที่สำคัญกำลังจะพรรคแตกและหลุดจากกระดานการเมืองจริงๆ หรือนี่คงเป็นคำถามจาก “ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า”
เกมการเมืองเปลี่ยนแทบจะทันทีที่ผลการเลือกตั้งออกมาว่า “ภูมิใจไทย” ชนะแบบถล่มทลาย พวกเขาก็กุมอำนาจและทุกอย่างเอาไว้ในมือ และจากนั้นเกมรุกไล่ เอาตายกับ “กล้าธรรม” ก็เกิดขึ้น
ต้องบอกก่อนว่า ที่ “กล้าธรรม” ต้องถูกผลักเป็นฝ่ายค้านไม่ใช่เพราะ “ภูมิใจไทย” ประเมินพรรคนี้ต่ำ แต่เป็นเพราะพวกเขาประเมินว่า นี่คือ “ภัยคุกคาม” เบอร์ต้นๆ หากไม่ตัดไฟแต่ต้นลม
กระบวนการ “หัก” จึงเกิดขึ้น และนาทีนี้จึงเป็นนาทีที่เหมาะที่สุดที่จะทำให้ “ภัยคุกคาม” นี้หายไปด้วยการไม่ให้เป็น “รัฐบาล”
ต้องย้อนว่า “กล้าธรรม” เป็นพรรคโมเดลเดียวกับ “ภูมิใจไทย” และ “ชาติไทย” ในอดีต กล่าวคือเป็นพรรคที่ประกอบสร้างด้วยการเมืองแบบ “บ้านใหญ่”
เป็นการรวมตัวของบ้านใหญ่ ในจังหวัด โดยมี “พี่ใหญ่” เป็นผู้คุ้มครอง ในอดีต “ชาติไทย” มี “บรรหาร ศิลปอาชา” เป็นพี่ใหญ่ หรือ “ภูมิใจไทย” ที่ผ่านมาจนถึงกระทั่งวันนี้ก็มีพี่ใหญ่ในชื่อ “ครูใหญ่เนวิน”
“ภูมิใจไทย” รู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ “บ้านใหญ่” ไม่ได้เป็นรัฐบาลเมื่อนั้นต่อให้พรรคไม่แตก ก็หดจนเหลือเป็นพรรคเล็ก และมีโอกาสที่จะดับหายไปในที่สุด

ทำไมโมเดล “พรรคบ้านใหญ่” ถึงต้องเป็นรัฐบาล คำตอบง่ายๆก็คือ “งบประมาณ” และอำนาจที่จะจัดการอำนาจในพื้นที่ การที่บ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัดดำรงคงความเป็นบ้านใหญ่ได้ มีความจำเป็นต้องเลี้ยงดูปูเสื่อองคาพยพ รวมถึงดูแลชาวบ้านที่เป็นฐานเสียง
เพราะชาวบ้านแบบบ้านใหญ่เลือกตัวแทนเนื่องจากช่วยเหลือได้ยามเดือดร้อน และสิ่งเหล่านี้จะทำไม่ได้หากไม่มีอำนาจรัฐระดับท้องถิ่น
เพราะบารมีมิอาจอยู่ได้เพียงลำพังโดยปราศจากอำนาจรัฐและงบประมาณ ดังนั้น “บ้านใหญ่” จึงไม่อาจคงอยู่ได้หากไม่ได้เป็นรัฐบาล พวกเขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อให้ยังอยู่บนถนนสายแห่งอำนาจนี้
และการที่พวกเขาเกาะเกี่ยวรวมตัวกัน ในที่ใดที่หนึ่งก็ไม่ใช่เพียงเพราะอุดมการณ์ แต่หากเป็นความเชื่อว่า “หัวหน้า” จะยังคงดูแลและปกป้องได้ และเมื่อใดที่ “หัวหน้า” ดูแลไม่ได้พวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องหา “บ้านใหม่” อยู่
ไม่ใช่แค่ “ภูมิใจไทย” ที่อ่านเกมนี้ขาด แต่คนอื่นก็มองเห็นได้ไม่ยากว่า หากพรรคบ้านใหญ่แบบ “กล้าธรรม” ไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วพวกเขาก็ยากจะดำรงอยู่ในสถานะนี้
แค่นี้ “ภูมิใจไทย” ก็แค่เล่นในเกมที่ตัวเองถนัด เปิดดีลกับ “บ้านใหญ่” ที่กำลังจะตกเป็นฝ่ายค้านว่า คุณจะอยู่กับใคร ระหว่างคนที่กำลังจะหลุดจากวงโคจรกับคนที่กำลังกุมทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จ
จริงๆก็คือโมเดลวันที่ “กล้าธรรม” เลือกที่จะทิ้ง “พลังประชารัฐ” นั่นเอง
คำตอบที่จะได้รับก็เดาไม่ยาก เราจึงเห็นข่าวว่า “ภูมิใจไทย” ทยอยปิดดีล สส. จากพรรคกล้าธรรม และทางการเมืองต้องบอกว่าดีลนี้ราคาไม่แพง เพราะอยู่ในช่วงท้ายๆแล้ว หากไม่มาก็เป็นอันตกขบวน
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่กับ “กล้าธรรม” เท่านั้น หากแต่รวมไปถึง “บ้านใหญ่” ที่อยู่ใน “เพื่อไทย” ที่แม้วันนี้มาแบบไม่เต็มตัว แต่ก็มีหลบๆซ่อนๆ รอวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หรือที่คอการเมืองเรียกว่า “ฝากเลี้ยง” นั่นเอง
หลายคนอาจจะถามว่า แบบนี้แล้ว “กล้าธรรม” จะหายไปเลยหรือไม่ คำตอบคือพวกเขาอาจจะยังไม่หายไปในเร็ววัน เพราะบางครั้งก็ยังคงมีคนที่จงรักภักดีกับ “ผู้กองธรรมนัส” แต่แสงของความเป็นพรรคกลางจะดับลงไปเรื่อยๆ จากพรรคกลางใหญ่ ดีไม่ดีเลือกตั้งครั้งหน้าอาจเหลือเพียง “พรรคเล็ก” หรือไม่ก็เป็น “พรรคจิ๋ว”
นี่เองที่ “ผู้กองธรรมนัส” จึงยังคงหาทางแก้เกมอยู่ หากหาจุดเปลี่ยนไม่ได้โอกาสที่จะสูญสลายไปก็มีไม่น้อยเลย
