โพลเลือกตั้งชี้เกมการเมือง ภาวะ “สามก๊ก” เตรียมส่ง “ส้ม” นั่งฝ่ายค้าน
ทีมออนไลน์
15 มกราคม 2569

อ่านเกมการเมืองผ่านโพลเลือกตั้ง ภาวะ “สามก๊ก” เตรียมส่ง “พรรคส้ม” เป็นฝ่ายค้าน
ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

ใกล้เลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ วันนี้เราจะมาอ่านการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาล ผ่านโพลจากสองสำนักที่ได้รับความเชื่อถือ
เริ่มที่ “นิด้าโพล” พบว่า พรรคประชาชน นำที่ 30.48% พรรคภูมิใจไทย 22.32% และพรรคเพื่อไทย 15.44%
ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” พรรคประชาชน ได้ 33.56% พรรคเพื่อไทย 21.62% และพรรค ภูมิใจไทย 17.74%
ถ้าอ่านโพลจากสองพรรคจะเห็นว่า “พรรคประชาชน” ยังมีคะแนนนำ และมีคะแนนนำที่เพิ่มขึ้น โดยดูจากสวนดุสิตโพล ที่สำรวจสองครั้งคือเดือน ธ.ค. 2568 และ ม.ค. 2569
ใครที่เป็นแฟนพรรคประชาชนคงใจชื้นว่ามีโอกาสชนะเลือกตั้งอีกครั้ง และพวกเขามีสิทธิที่จะประกาศได้เต็มที่ว่าบัดนี้สีส้มปักธงในใจคนได้ หลังจากสองครั้งที่ผ่านมาคนมักจะบอกว่าเป็นพรรคส้มหล่น
ครั้งแรกปี 2562 มีคนให้เหตุผลว่าเพราะพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ “พรรคส้ม” เลยได้เป็นกอบเป็นกำ ส่วนปี 2566 ก็ถูกมองเชิงปรามาสว่าสถานการณ์พาไป แต่หากครั้งนี้ทำได้จากนี้คงไม่มีใครดูถูก
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผลโพลคือ ไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งชนะขาด การเมืองยังอยู่ในภาวะ “สามก๊ก” ที่มีตัวผู้เล่นคือ “ประชาชน – ภูมิใจไทย – เพื่อไทย” แล้วแต่ว่าใครจะอยู่อันดับ 1 – 2 – 3 เท่านั้น
“กองเชียร์พรรคส้ม” อาจมองว่าครั้งนี้เมื่อไม่มี “สว.” มาช่วยเลือกนายกฯ พวกเขาอาจประสบความสำเร็จในการตั้งรัฐบาล
แต่เรื่องราวไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะเส้นบรรทัดฐานที่พรรคประชาชนขีดไว้ทำให้ร่วมงานกับพรรคอื่นไม่ง่าย
หนทางที่เป็นไปได้ที่สุดหาก “พรรคประชาชน” อยากเป็นรัฐบาลจริงๆ คือต้องชนะเลือกตั้งแบบขาดกระจุย แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่พรรคร่วมต้องอยู่ในสถานะที่มาร่วมแบบอยากเกาะ คือไม่ใช่ร่วมในฐานะตัวแปร พวกเขาต้องทำให้ได้ 200 ++ ซึ่งบอกเลยว่าการเมือง ณ ตอนนี้เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
อย่าลืมว่า “พรรคประชาชน” เป็นขั้วอุดมการณ์ที่อีกฝั่งหวาดกลัว จนต้องทำทุกอย่างเพื่อสกัดกั้น และมีการจับกลุ่มอย่างเหนียวแน่น

วิธีที่ 2 ที่ “พรรคส้ม” หากเป็นที่หนึ่งแต่ไม่ขาดกระจุยและอยากเป็นรัฐบาลคือ รวมกับ “พรรคลำดับสาม” ที่อาจจะเป็นได้ทั้ง “เพื่อไทย” หรือ “ภูมิใจไทย” ตามแต่สถานการณ์
ซึ่งไม่ว่ารวมกับใครพวกเขาจะถูกขูดเลือดขูดเนื้อ เอาง่ายๆสภาพอุดมการณ์จะถูกทำให้หายไปแบบสิ้นเชิง ถ้ายังนึกไม่ออกให้นึกถึงวันที่ “เพื่อไทย” เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย”
กระทรวงที่พวกเขาอยากได้จะไม่ถูกเหลือไว้ให้ ถ้าไม่รับข้อตกลงเมื่อไหร่รัฐบาลก็ล่มเมื่อนั้น เรียกว่าถูกขี่คอตลอดเวลา
แต่หากย้อนกลับอีกทาง ไม่ว่าพรรคใดพรรคหนึ่ง “ภูมิใจไทย” หรือ “เพื่อไทย” ได้อันดับหนึ่ง จะไม่ยากเลยและพวกเขาสามารถจับขั้วกันได้ แม้ก่อนหน้านี้จะโกรธแค้นกันขนาดไหน เพราะทั้งสองพรรคคือการเมือง “ขนานแท้” ที่เมื่อสภาจบ เรื่องที่แล้วมาก็จบกัน
แต่หาก “พรรคประชาชน” ได้อันดับหนึ่ง และดีลสองพรรคนี้ไม่จบ พวกเขาก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าจับมือกันทันที ภาพเดิมเหมือนการเลือกตั้ง 2566 จะกลับมา แม้คราวนี้จะไม่มี สว. ก็ตาม
แต่หากพรรคประชาชนเลือกจะไม่จับมือกับใคร พวกเขาก็จะถูกผู้สนับสนุนที่ตามเชียร์ตั้งคำถามว่าได้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่สามารถคว้าเอาไว้ได้ และจะเผชิญวิกฤติศรัทธาหนักมากขึ้น
เส้นทางหลังเลือกตั้ง ถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลงฟันธงไว้ได้เลยว่า “พรรคส้มเป็นฝ่ายค้านแน่นอน”
