เช็กลิสต์ที่มา สสร. ทุกชุด โมเดลไหนจะเข้าวิน!
ทีมออนไลน์
24 กันยายน 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
ดูท่าทุกพรรคการเมืองจะเอาจริงกับการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะหากยึกยัก เลือกตั้งครั้งหน้าดูท่าจะตกขบวนทุกคน ทุกพรรค เห็นตรงกันว่าน่าจะต้องมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่คำถามใหญ่คือจะมีในรูปแบบไหน
เอาเข้าจริงก่อนหน้านี้แทบทุกสำนักเห็นพ้องว่าโมเดลที่ได้รับเสียงเรียกร้องอย่างมากคือ ให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
แต่ที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็ล็อกสเป็กมาว่า “ห้ามเลือกตั้ง สสร. โดยตรง” จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของใครก็ตามที่จะทำงานนี้ เพราะครั้นจะไม่ยึดโยงอะไรเลยหรือหากไม่มีฐานความเห็นชอบจากประชาชนรองรับก็เกรงว่าที่สุด “ร่างรัฐธรรมนูญ” จะไม่มีความชอบธรรมจนมิอาจผ่านประชามติมาได้
ก่อนอื่นเรามาดูกันว่า โมเดล “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” ที่ผ่านมาในประเทศไทย มีกี่ครั้ง และมีแบบไหนบ้าง

1. สภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2491
สภาร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ จะมาร่างรัฐธรรมนูญปี 2492 ซึ่งเป็นที่มาจากการรัฐประหารเมื่อปี 2490 โดย สสร. มีที่มาจาก สมาชิกที่รัฐสภาเลือกตั้งจากสมาชิกวุฒิสภา 10 คน และจากสมาชิกสภาผู้แทน 10 คน และจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 4 ประเภท ประเภทละ 5 คน โดยมีสมาชิกรวมทั้งหมด 40 คน
2.สภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2502
สภาร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ มาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญปี 2502 โดยมีที่มาจากการรัฐประหารของ “จอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์” และเป็นไปตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร ปี 2502 หรือรัฐธรรมนููญชั่วคราว โดย สภาแห่งนี้นอกจากจะมีหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญ ยังทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วย โดยมีกสมาชิก 240 คน
3.สภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2539
สภาร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ มีที่มาจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540
สสร. ชุดนี้มีทั้งหมด 99 คน มีที่มาจากสองส่วน ส่วนแรกมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ก็เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม กล่าวคือแต่ละจังหวัดเลือกผู้ที่เหมาะสมมา 10 คน จากนั้น รัฐสภาจะเลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน รวมทั้งสิ้น 76 คน
ส่วนที่สองประกอบด้วยตัวแทนนักวิชาการ เสนอรายชื่อโดยสถาบันการศึกษา จำนวน 23 คน รวมทั้งหมด 99 คน
4.สภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550
สสร. ชุดนี้มาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการรัฐประหารปี 2549 ที่นำโดย พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน และล้มล้างรัฐธรรมนูญปี 2540
โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ มีที่มาจากการ สรรหามาจากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ พ.ศ. 2549 จำนวน 1,982 คน ลงมติคัดเลือกกันเอง เหลือ 200 คน จากนั้น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ จะคัดเลือกเหลือ 100 คน
นี่คือที่มาของ สสร. ทั้ง 4 ชุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย

หลายคนอาจจะมีคำถามเพราะลืมไปว่าแล้วรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีที่มาอย่างไร โดยรัฐธรรมนูญ 2560 มีที่มาจาก “กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่งกำหนดว่า ประธานคณะกรรมาธิการ มาจากการเสนอของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
นอกจากนี้ยังมี ผู้ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน 20 คน ผู้ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 5 คน ผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรี จำนวน 5 คน และ ผู้ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอ จำนวน 5 คน รวมทั้งหมด 36 คน
นี่คือที่มาจาก สสร. แต่ละชุดแต่ละคณะ และจนถึงขณะนี้ สสร. ชุดใหม่ก็มีโมเดลเสนอ 3 โมเดลจาก 3 พรรคการเมือง โดยทั้งหมดทำอยู่บนฐานที่ต้องไม่มีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
พรรคประชาชน เสนอให้มีคณะที่เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ 2 คณะ โดยคณะแรก มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 70 คน ก่อนเสนอชื่อให้รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 35 คน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ส่วนคณะที่สอง เรียกว่า “สภาที่ปรึกษา” มาจากการเลือกโดยตรงของประชาชน 100 คน มีหน้าที่นำความเห็นของประชาชนมาสะท้อนต่อคณะผู้ร่างฯ
มาดูของพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นรัฐบาลในขณะนี้ ก็เสนอโมเดลการเลือกตั้งทางอ้อม ให้มี 99 คน มีที่มาจาก 2 ประเภท
เริ่มจากประเภทจังหวัด 77 คน โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครผู้ประสงค์จะเป็น สสร. จากนั้นให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน
อีกประเภทคือผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 22 คน มีที่มาจากภาควิชาการ ด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งหมด 99 คน
ส่วนพรรคเพื่อไทย จะคล้ายปี 2539 มากที่สุดกล่าวคือ มี 140 คน และมีที่มาจากสองประเภท
ประเภทแรก สสร. จังหวัด 100 คน มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในแต่ละจังหวัดรวม 200 คน จังหวัดละ 1-2 คนตามจำนวนประชากร จากนั้นให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 100 คน
และอีกประเภทคือผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 40 คน มีที่มาจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ตัวแทนองค์กรภาคประชาชน ตัวแทนสภาวิชาชีพ
จนถึงขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่เชื่อว่าอีกไม่นานคงเห็นน้ำเห็นเนื้อเพราะ “ภูมิใจไทย” สัญญาว่าจะยุบสภาใน 4 เดือน หากไม่เสร็จก็เป็นอันจบกัน