เช็กโผ ครม. “ปัจจัยเดิม ตัวแปรใหม่” กับเวลารัฐบาลที่ลดลง
ทีมออนไลน์
18 พฤษภาคม 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
น่าจะค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า “ถ้า” สภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระแรก ก็จะมีการปรับ ครม.
เพราะถึงวันนั้นก็จะใกล้จะครบหนึ่งปีในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ “แพทองธาร ชินวัตร” และแม้จะใช้เต็มวาระสภา รัฐบาลก็จะเหลืออายุเพียง 2 ปีเท่านั้น
เอาเข้าจริงๆ เวลาทำงานในการเรียกคะแนนหรือทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันก็จะเหลือปีนิดๆ เพราะหากเข้าสู่ 6 เดือนสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนโหมดจากการเดินหน้าทำงานไปสู่การเดินหน้าเข้าคูหาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่
การปรับ ครม. ครั้งนี้จึงเป็นการปรับสำคัญ เราจะพามาโฟกัสตำแหน่งสำคัญๆ ที่ถูกจับตาและอาจจะมีการปรับเปลี่ยน

ตำแหน่งแรกคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ตอนนี้อยู่ในมือของ “รองฯ หนู – อนุทิน ชาญวีรกูล” ใครๆ ก็รู้ว่านาทีนี้ทั้ง “เพื่อไทย – ภูมิใจไทย” ต่อสู้กันผ่านสงครามตัวแทนหนักหน่วงขนาดไหน
เรียกได้ว่าหากผ่านไม่ได้รัฐบาลก็แตกหัก และที่ผ่านมา “เพื่อไทย” ก็รู้ว่าความผิดพลาดใหญ่หลวงคือการมอบ “มหาดไทย” ให้ “ภูมิใจไทย”
เพราะกลายเป็นพวกเขากุมกลไกข้าราชการกรมการปกครองที่เป็นเหมือนมือไม้หลักไม่ได้เลย ซึ่งหากอยากเดินหน้านโยบายหรือเตรียมการเลือกตั้งพวกเขาต้องเข้ามาคุมกระทรวงนี้ให้ได้

ถามว่าถ้า “รองฯ หนู” ยอมถอยแล้วใครเล็งตำแหน่งนี้ แน่นอนชื่อของ “ผู้กองธรรมนัส – ธรรมนัส พรหมเผ่า” ว่าที่ผู้จัดการรัฐบาลมาแรงไม่น้อย ในฐานะมือทำงาน อยากได้อะไรผู้กองจัดให้ แม้จะอยู่ต่างพรรค แต่อาจจริงๆ ก็แทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน และไม่ได้มีท่าทีที่แข็งกร้าวต่อแกนนำรัฐบาลเหมือนที่ “ภูมิใจไทย” เป็นอยู่
ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่แปลกเพราะในอดีตที่ผ่านมาผู้จัดการรัฐบาลก็มักจะครองกระทรวงนี้ มีเพียงช่วงหลังๆ ที่สถานะเปลี่ยนไป
หาก “เพื่อไทย” กลับมาคุม “มหาดไทย” ได้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า สัดส่วนของ รมช. ที่ปัจจุบันเป็นของ “ภูมิใจไทย” 2 คน และ “เพื่อไทย” สองคนอาจจะเปลี่ยนไป
เรามองฉากทรรศน์ที่ว่าหาก “ธรรมนัส” คุมมหาดไทย อย่างน้อย “เพื่อไทย” ก็ต้องเข้ามาเป็น รมช. 2 คน และอาจทิ้งเชื้อให้ “ภูมิใจไทย” เพื่อไว้ไมตรีสักหนึ่งคน

หรือหาก “เพื่อไทย” จะเก็บไว้เองโดยให้ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ที่ปัจจุบันควบ รองนายกฯ และ รมว.ดิจิทัลฯ เป็น มท. 1 ก็อาจจะยังเหลือ รมช. 1 คน โดยมี “ภูมิใจไทย” และ “กล้าธรรม” เป็น รมช. อีกพรรคละหนึ่งคน
แต่หาก “รองฯ หนู” ยังอยู่ ก็มีความเป็นไปได้ว่าในสัดส่วนของ “เพื่อไทย” ก็อาจมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีช่วย เพราะผลงานของ “ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” ก็ไม่ได้เด่นชัดอะไร ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีชื่อของ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” แต่ที่สุดก็อาจจะมีการต่อรองขอเพิ่ม รมช.
อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่มหาดไทยจะมีรัฐมนตรีช่วยมากกว่าปัจจุบัน เพราะในอดีต เราเคยมีถึง มท. 6 กันมาแล้ว
แต่คำถามมีประการเดียวจะทำอย่างไรให้ “ภูมิใจไทย” ยอมถอย เพราะนาทีนี้ก็ไม่น่ายอมง่ายๆ หลังปะทะฟาดฟันกันเลือดสาด แทบจะเป็นฝ่ายค้านในฝ่ายรัฐบาลกันอยู่แล้ว
ประการต่อมาถ้า “รองฯ หนู” ยอมถอยไปที่ “สาธารณสุข” ก็ต้องหาที่หาทางให้ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” อยู่ เพราะชื่อชั้น ฝีมือการทำงาน และการคุมกำลังยามเลือกตั้ง ก็ไม่เป็นสองรองใคร รับรองว่าไม่มีขาลอยแน่ๆ

กระทรวงถัดมาที่ต้องดูก็คือ “กระทรวงเกษตรฯ” ถ้า “ผู้กองธรรมนัส” ไม่ได้ไปมหาดไทย ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมาคุมบ้านเก่า โดยถอย “อาจารย์แหม่ม – นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” หัวหน้าพรรคไปเป็น รมช. คลัง แทน
แต่หาก “นายกฯ อุ๊งอิ๊ง” หวาดหวั่นกับ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรมากนัก ก็อาจจะไม่ตั้ง “ผู้กองธรรมนัส” เป็นรัฐมนตรีตัวจริง ก็อาจให้ตำแหน่งกับ “อรรถกร ศิริลัทธยากร” จาก “กล้าธรรม”
ตำแหน่งถัดมาที่ถูกมองว่าน่าจะมีการปรับเปลี่ยนคือ “รมว.พาณิชย์” ที่ปัจจุบันเป็นของ “พิชัย นริพทะพันธุ์” พูดกันตรงๆ คือ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่การทำงานของ “รมว.พาณิชย์” กลับไม่เข้าตา และอย่างน้อยพรรคก็ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความพยายามแก้ปัญหา

เช่นเดียวกับอีก “พิชัย – พิชัย ชุณหวชิร” รมว. คลัง ที่ตอนนี้ก็น่าจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ยังติดอย่างเดียวว่าใครเล่าอยากจะมากุมบังเหียนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจวันที่กระแสน้ำเชี่ยวกราก
อีกตำแหน่งที่สั่นคลอนไม่น้อยคือ “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” รมว. ต่างประเทศ ที่แม้จะมีตำแหน่ง แต่กลับไม่สามารถเดินทางไปสหรัฐฯ ได้ โดยคาดว่าเกี่ยวข้องกับกรณีส่งกลับ “อุยกูร์” แถมที่ผ่านมาก็ถูกมองว่าผลงานไม่เข้าเป้า เป็นอีกคนที่มีความเป็นไปได้สูง
หันกลับมาในส่วนของพรรคร่วม มีความเป็นไปได้ที่ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ต้องเดินออกจากกระทรวงพลังงาน หลังจากที่ถูกมองว่ามีความขัดแย้งกับกลุ่มทุน และยังถูกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติจากการถือหุ้น และกรณีแจกถุงยังชีพติดสติกเกอร์และรูปตัวเอง จึงน่าจะถูกแทนที่โดยคนเดิมที่เคยดำรงตำแหน่งอย่าง “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์”
การเมืองยังเดือดปุดๆ เพราะตอนนี้ ปัจจัยหลักยังอยู่ที่ “ภูมิใจไทย” และมีตัวแปรเพิ่มเติมคือ “กล้าธรรม” ที่มีเสียง สส. เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ยังไม่ได้เลือกตั้ง