“คุณปลื้ม-ชมกลิ่น” ถอดรหัสรวมกันเฉพาะกิจ กับยุทธการยึดคืน “เมืองชลฯ”

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

21 พฤศจิกายน 2568

“คุณปลื้ม-ชมกลิ่น” ถอดรหัสรวมกันเฉพาะกิจ กับยุทธการยึดคืน “เมืองชลฯ”

ตีลังกาเล่าข่าว โดย “กรรณะ”

เมื่อการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดในวินาทีสุดท้ายเราจึงได้เห็นภาพสองกลุ่มใหญ่ใน “ชลบุรี” กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง

ไม่มีใครบอกได้ว่าในใจของแต่ละคนคิดอะไร แต่นาทีนี้ต้องมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมประสานสองกลุ่ม “คุณปลื้ม – ชมกลิ่น” กลับมารวมกันเฉพาะกิจ แล้วเราจะค่อยๆถอดรหัสภารกิจนี้

เมื่อก่อนบ้านใหญ่ใน “ชลบุรี” มีเพียงบ้านเดียวคือ “คุณปลื้ม” ของ “กำนันเป๊าะ – สมชาย คุณปลื้ม” บารมีของเขาแผ่ไพศาล แม้ใครหลายคนจะเรียกเขาว่าเจ้าพ่อ แต่กับคนชลบุรีไม่ได้มองแบบลบอะไรขนาดนั้น เพราะผลงานพัฒนา”ชลบุรี – บางแสน – ศรีราชา -พัทยา” ก็เห็นๆกันอยู่

ส่วน “เสี่ยเฮ้ง – สุชาติ ชมกลิ่น” ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นไผ่ที่ขึ้นจากกอเดียวกัน

“เสี่ยเฮ้ง” เคยเป็นลูกน้องของ “กำนันเป๊าะ” และได้รับการชุบเลี้ยงให้เติบใหญ่ในฐานะลูกน้องคนสนิทก่อนผลักดันให้ลงเล่นการเมือง เริ่มจากการเมืองท้องถิ่น  ในฐานะ สจ. ชลบุรี

จากนั้นเขาก็ได้เป็น สส. สมัยแรกในฐานะ “พรรคพลังชล” แม้จะชื่อว่าเป็นพรรคการเมือง แต่ใครๆก็รู้ว่าฐานที่มั่นของพรรคนี้ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล นอกจากชลบุรี และมี “บ้านใหญ่คุณปลื้ม” เป็นจุดศูนย์กลางอำนาจ

ต่อมา “กำนันเป๊าะ” ค่อยๆ โรยราลง  “บิ๊กแป๊ะ – สนธยา คุณปลื้ม” รับช่วงต่อในฐานะทายาท เขามอง “เสี่ยเฮ้ง” ในฐานะลูกน้องของพ่อ  แต่ “เสี่ยเฮ้ง” กลับไม่ได้เทิดทูนและให้ความเคารพ “บิ๊กแป๊ะ” เหมือนที่เคารพกำนันเป๊าะ

เพราะ “สุชาติ” มองว่าเขาเองก็เริ่มปีกกล้าขาแข็ง และที่ผ่านมาเขาเป็นลูกน้องพ่อ ไม่ใช่ลูกน้องลูก

จนแสงสุดท้ายของ “กำนันเป๊าะ” ดับลงเมื่อปี  2562  ซึ่งเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง

ว่ากันว่า ก่อนหน้านั้นเคยมีคำมั่นสัญญาจาก “บ้านใหญ่” ว่าหาก “เสี่ยเฮ้ง” กวาด สส. ได้เข้าเป้า  ก็จะได้รับการปูนบำเหน็จให้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งเขาก็ทำได้ตาม KPI แต่ปรากฏว่ารางวัลที่เคยสัญญิงสัญญากันไว้กลับไม่มา

ทำให้ปี 2562 สายตาที่แหลมคม พาเข้าย้ายมาอยู่ “พรรคพลังประชารัฐ” และเริ่มใกล้ชิดกับ “บิ๊กป้อม” ก่อนจะข้ามไปหา “บิ๊กตู่” ก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงแรงงาน และสร้างบ้านใหญ่บ้านใหม่ขึ้นมาในชลบุรี กลายเป็นอีกหนึ่งขั้วการเมืองในเมืองหลวงตะวันออก

จนเมื่อเกิดความขัดแย้งของ “2 ป.”  “เสี่ยเฮ้ง” ก็เลือกจะตาม “บิ๊กตู่” มาที่พรรครวมไทยสร้างชาติ

ก่อนเลือกตั้งปี 2566 “บ้านใหญ่คุณปลื้ม” ที่ตอนนั้นเอยู่กับเพื่อไทย หมายมั่นปั้นมือว่าจะ “ล้างแค้น” อย่างเต็มที่  ส่วน “เสี่ยเฮ้ง”  ก็หวังที่จะใช้อำนาจบารมีทั้งของ “บิ๊กตู่” และอำนาจรัฐ” ย้ำแค้น “คุณปลื้ม” และสถาปนาตัวเองเป็นบ้านใหญ่เมืองชลฯ เต็มตัว

ปรากฏว่าหลังหักกันถ้วนหน้า จาก 10 เขต เสร็จพรรคก้าวไกลไป 7 รวมไทยสร้างชาติของ “เสี่ยเฮ้ง” เข้ามาแค่ 1 ส่วน “เพื่อไทย” หายไปจากชลบุรี

แต่เมื่อวันฟ้าเปลี่ยนสี สายตาที่แหลมคมของ “เสี่ยเฮ้ง” รู้ว่าเขาควรอยู่ที่ไหน  ทำให้วันนี้เขาเปิดตัวร่วมกับ “พรรคภูมิใจไทย” ร่วมสู้ศึกเลือกตั้ง

เพราะใครๆก็รู้ว่าตอนนี้ “รวมไทยสร้างชาติ” เหลืออย่างเดียวคือ “เหลือซาก” เอาไว้และรอวันจบ

ดูเหมือนว่า “ผู้ใหญ่”  ของ “ภูมิใจไทย” จะอ่านเกมไกลกว่านั้น ด้วยการมองว่า ที่ผ่านมาแพ้ “สีส้ม” ราบคาบ เพราะสองเสียงของบ้านใหญ่ไม่ลงรอย ทำให้คะแนนต้องแบ่งเป็นสองทาง ดังนั้นหากซ้ำรอยเดิม มีหวัง “ชลบุรี” ต้องแตกเป็นสอง

หันไปทาง “เพื่อไทย” วันนี้ในสายตานักการเมืองถือว่าหมดแล้ว จริงๆ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะพา “บ้านใหญ่คุณปลื้ม” มาร่วมงาน ที่เหลือก็แค่ให้ผู้ใหญ่เคลียร์สองกลุ่ม เรียกว่าทั้งโอ้โลม ปฏิโลม แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือข้อเท็จจริงที่ยากจะเถียงว่า หากไม่รวมกันโอกาสซ้ำรอยเลือกตั้ง 66 สูงมาก

การดึง “คุณปลื้ม” มาร่วมกับ “ภูมิใจไทย” ก็ไม่ยาก เพราะต้องไม่ลืมว่าพรรคมีโมเดลหลักคือโมเดลบ้านใหญ่ แถมคนที่อยู่ที่นี่หลายคนก็เคยอยู่ “พรรคชาติไทย” มาก่อน

ไม่ว่าจะเป็น “บ้านปริศนานันทกุล” “บ้านไทยเศรษฐ์” แถมล่าสุดมีข่าวว่า “ลูกท็อป วราวุธ ศิลปอาชา” ก็กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจ ต้องไม่ลืมว่า “คุณปลื้ม” ก็เคยเป็นหนึ่งในสมาชิก “พรรคชาติไทย”

และที่ลืมไม่ได้คือ “ครูใหญ่เนวิน” ครั้งหนึ่งก็เคยร่วมงานกับ “พรรคชาติไทย”  ดังนั้นหากวันนี้ทุกคนจะไหลกลับมารวมกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

อ่านหมากเกมนี้เชื่อว่าหาก “พรรคส้ม” หวังจะสร้างปาฏิหาริย์อีกครั้งในพื้นที่ชลบุรี จะไม่ใช่เรื่องง่าย