เหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ ตั้ง “ครม. อนุทิน 1” ไม่ได้มีแค่กลีบกุหลาบ

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

16 กันยายน 2568

เหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ ตั้ง “ครม. อนุทิน 1” ไม่ได้มีแค่กลีบกุหลาบ

คอลัมน์ : ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

เหมือนจะง่ายแต่ไม่ใช่ สำหรับการตั้งคณะรัฐบาลของ “รัฐบาลอนุทิน 1” หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นไปเสียหมด

ไหนจะโควตา รมต.  ที่เหลือๆ เนื่องจากพรรคประชาชนไม่ยอมรับตำแหน่ง แถมคอนเนคชันทั้งฐานะนักธุรกิจ และ ฐานะรัฐบาลที่มาจากวาระพิเศษ แรงผลักดันพิเศษ ทำให้อะไรก็ง่ายไปเสียหมด ยิ่งไปกว่านั้นอัตราต่อรองของพรรคร่วมก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เพราการไม่มพรรคใดพรรคหนึ่งก็สามารถทำได้ง่ายๆ แต่พวกเขาก็ยังให้เกียรติด้วยการตอบแทนแบบจุกๆ   ให้สมกับจำนวนเก้าอี้ที่มีเหลือๆ

แต่ที่น่าสนใจคือ “นายกฯหนู”  รู้จักเกมจิตวิทยาของการจัดการ  พวกเขาเลือกที่จะโชว์ “รัฐมนตรีคนนอก” ก่อน เพื่อให้หน้าตาของ ครม. ออกมาดูหล่อเหลาที่สุด

เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่มักจะอ่านหนังสือและพึงพอใจกับบทแรก  ซึ่งหากไม่น่าอ่านในบทถัดมาก็ยังมีข้อให้ปลอบใจว่า เอาน่าก็ยังมีดีให้เห็น

ชื่อ รมต. คนนอกที่ปรากฏออกมาจึงถูกอกถูกใจหลายคน เช่น “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส”  ว่าที่ รมว. คลัง แม้จะไม่ได้เด็กมาก แต่ต้องถือว่าเป็นนักบริหารราชการมากฝีมือในวัยที่ยังไม่มาก เพราะวันนี้เขามีอายุเพียง 54 ปี แต่ผ่านงานระดับสูงของกระทรวงการคลังมาแล้วแบบครบๆ ไม่ว่าจะเป็น รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง (สศค.) ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อธิบดีกรมสรรพรกร อธิบดีกรมสรรพสามิต และปัจจุบัน เป็นอธิบดีกรมธนารักษ์

และหากดูประวัติครอบครัวก็ไม่ธรรมดา เป็นบุตรชายของ อิสสระ นิติทัณฑ์ประภาส  อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เรียกว่าโปรไฟล์แน่นปั้ก และตั้งแต่เปิดชื่อนี้มาก็ยังไม่มีใครร้องยี้

คนต่อมาที่มีชื่อเสียงก็คือ “ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรโณ”  เขามีชื่อเสียงในเรื่องกฎหมายมหาชนระดับเดียวกับ “มีชัย ฤชุพันธ์”  และ “วิษณุ เครืองาม”  เป็นปรมาจารย์ทางกฎหมายสาย “ฝรั่งเศส” ที่หาตัวจับยาก ความเห็นทางกฎหมายของเขาไม่สามารถไม่สนใจได้ โดยจะมาเป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ซึ่งในรัฐบาล “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หน้าที่นี้เป็นของ “วิษณุ เครืองาม” 

จึงถือได้ว่า “นายกฯ หนู” ได้มือระดับเซียนเหยียบเมฆมาเป็นรองนายกฯ ก็สบายใจว่าจะไม่ตกม้าตายทางกฎหมายง่ายๆ

อีกเก้าอี้ร้อนที่ “ภูมิใจไทย” ไม่มีคนเก่ง แต่ยึดหลัก “กรุงศรีฯไม่เคยสิ้นคนดี” ไปจีบ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” มาเป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ ที่นาทีนี้สำคัญอย่างยิ่งเพราะเรากำลังมีปัญหาใหญ่กับกัมพูชา

“สีหศักดิ์” เป็นลูกหม้อกระทรวงการต่างประเทศ แน่นอนว่าว่าผ่านงานมาหมดไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ชี้แจงตอบโต้กับรัฐบาลกัมพูชา เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์เผาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2546

เคยดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมอาเซียน อธิบดีกรมยุโรป รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเคยเป็น เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สหพันธรัฐสวิส  เป็น ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2561 เมื่อได้เขามาก็จะได้รับการยอมรับทั้งเวทีโลก และคนในกระทรวงบัวแก้วเอง

คนถัดมาก็คือ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” คนนี้จะมาเป็น รมว.พลังงาน ซึ่งก็ไม่มีใครที่จะเหมาะสมเท่าอีกแล้ว เพราะโปรไฟล์อดีต ซีอีโอ ปตท. ก็ไม่ต้องซักถามแล้วว่าความสามารถจะขนาดไหน

ยังมีชื่อของ “ศุภจี สุธรรมพันธ์”  ซีอีโอหญิงเก่งของประเทศไทย ที่ตอนนี้เป็นผู้บริหารโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งทันทีที่ประกาศเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญก็กึกก้อง

แต่วันเวลาผ่านไปกว่าสัปดาห์ หลายคนก็เริ่มสงสัยว่า อะไรๆที่ราบรื่นทำไมไม่เรียบร้อย ชื่อ รมต. หลายคนในโควตาของพรรคการเมืองถูกชักเข้าชักออก   ส่วนหนึ่งเพราะประวัติที่อาจจะไม่เคลียร์ชัด เพราะใครๆ ก็ลืมไม่ลงว่า ที่ “นายกฯเศรษฐา” ต้องตกเก้าอี้เพราะเหตุใด

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความที่มาจากวาระพิเศษ ก็ต้องได้รับรองสถานะพิเศษ หากไม่ผ่านขั้นตอนนี้ก็ยากที่จะรับตำแหน่ง

ขณะที่นักการเมืองเองก็หวั่นๆ ว่าเข้ามาจะเป็นทุกขลาภหรือไม่  เพราะสิ่งหนึ่งที่ค้ำคอรัฐบาล “ภูมิใจไทย” คือฝ่ายค้านที่หนุนรัฐบาลที่ชื่อว่า “พรรคประชาชน”

รัฐบาลหากไม่บิดพริ้วก็ต้องยุบสภาใน 4 เดือน   หลักการง่ายๆคือ  หากใครเป็นรัฐบาลโอกาสเสียงแย่มีมากกว่าเสียงดี  ดังนั้นเวลาที่น้อย หากได้กระทรวงไม่ก็เจ๊งมากกว่าเจ๊าหลายคนใจจึงไปอยู่กับการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว

แถมยังมีวาระเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แน่นอนเสียงจำนวนมากอยากให้แก้  แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าหากพรรคที่เป็นอนุรักษ์นิยม ฐานเสียงของพวกเขาก็ย่อมไม่อยากให้แก้ ดังนั้นหากผลักดันวาระนี้ผ่านได้อาจกลายเป็นแผลทางการเมืองของพวกเขา มิใช่เหรียญตราเหมือนที่หลายๆคนคิด

นอกจากนี้ก็ยังมีรัฐมนตรีที่พรรคประชาชนดูเหมือนจะไม่อยากได้อยู่หลายคน ก็ต้องดูว่าพวกเขาจะบริหารจัดการความสัมพันธ์อย่างไร

เพราะการเมืองไม่ใช่สูตรสำเร็จ  ดังนั้นเส้นทางที่ว่าง่ายๆในตอนแรก อาจเป็นแค่ภาพลวงตา  หนทางจากนี้ต่างหากจะเป็นเรื่องจริงที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยต้องบริหารให้สำเร็จ