ฟิลดี! ประธานปิ๊ พาชิมอาหาร- จิบแฟแลวัน ณ “บ้านแหลมโฮมสเตย์” 

มาที่เดียวครบรสชาติ! ประธานปิ๊ พาชิมอาหาร- จิบแฟแลวัน ณ “บ้านแหลมโฮมสเตย์ นครศรีฯ”

เด็ดเลยล่ะ ชิมอาหารเบาๆที่โฮมเสตย์ นครศรีฯ 

วันนี้(14 พ.ค.69)  อีจันจานเด็ด นำโดย ประธานปิ๊  พามาจอยกันที่  “บ้านแหลมโฮมสเตย์ นครศรีฯ” เเบบเริ่ดๆ  ต้องบอกเลยค่ะว่าที่นี่ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์” อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นที่ที่นำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) ที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ เพราะชาวบ้านที่นี่ ร่วมมือกันนำ “วิถีชีวิตจริง” ของชุมชนชายฝั่งอ่าวไทย มาเสนอขายนักท่องเที่ยวได้อย่างมีคุณภาพ มีคุณค่าและน่าประทับใจ 

หลายปีก่อน บ้านหน้าทับก็เหมือนหมู่บ้านประมงพื้นบ้านชายฝั่งทั่วไป หาปลา เก็บหอย ซ่อมอวน ใช้ชีวิตผูกพันกับทะเล ป่าชายเลนและสันดอนโคลน แต่วันนี้เปลี่ยนไปมาก เรื่องราวที่ “บังเลาะห์” หรือ ทักษิณ หมินหมัน ประธานกลุ่มฯ บ้านแหลม เล่าให้ผมฟังนั้นน่าสนุกมาก ผู้ชายอารมณ์ดีแหลงใต้เสียงดังคนนี้ เคยถูกชาวบ้านบอกว่าบ้า เพราะจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวด้วยการนำสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว มาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม โดยคนในพื้นที่ยังมีวิถีชีวิตเหมือนเดิม ไม่สร้างสิ่งแปลกแยกใดๆ ขึ้นมาทำลายธรรมชาติ หรือตามกระแสเพียงเพื่อเอาใจนักนักเที่ยว  

FC อีจันจานเด็ด อยากรู้ว่าทีนี่สนุกขนาดไหน ก็ตามประธานปิ๊ มาลงเรือหางยาวแล้วไปมันส์กับโปรแกรมทัวร์ด้วยกันนะ 

จริงๆเเล้วตั้งใจมากว่าจะไป “จิบแฟแลวัน” กิจกรรมซิกเนเจอร์ ที่เราต้องนั่งเรือหางยาวออกไปกลางทะเล จิบกาแฟพื้นบ้าน ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นแบบ 360 องศา…แต่กรุ๊ปเราไปถึงสาย พระอาทิตย์ขึ้นไปหน่อยนึงแล้ว ก็แอบเสียดายอยู่นะ เลยรีบพากันลงเรือออกไปปากอ่าว ยังพอได้ฟีลบรรยากาศ ยามเช้าอยู่ ระหว่างล่องไปก็กินข้าวเหนียวกับไก่ทอดกรอบๆ ที่บังแกแจกให้คนละห่อไปกินในเรือแทนกาแฟ สมองก็นึกไปถึงเรื่องระบบนิเวศแบบ Mudflat หรือหาดเลนของแถบนี้ ซึ่งถือเป็นพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญที่สุด ดินโคลนที่คนทั่วไปอาจมองว่าสกปรกนั้น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ อินทรียวัตถุ แพลงก์ตอน และจุลินทรีย์ที่เป็นแหล่งอาหารของกุ้ง ปู หอย และปลาเล็กจำนวนมหาศาล…..เรือจอดแล้ว!!! ใช่ครับกิจกรรมต่อไป คือ “สปาโคลน” กลางทะเลกันเลย 

พอโดดลงจากเรือเท่านั้นแหละ ขาจมหายลงไปในโคลนเกือบถึงเข่า เสียงหัวเราะดังกันทั้งกรุ๊ป บางคนเดินเหมือนกำลังฝึกวิชาตัวเบา บางคนล้มจนตัวเปื้อนโคลนทั้งตัว บังคนขับเรือก็ช่วยงมโคลนสีเทาเข้มขึ้นมาให้คนละก้อน เราก็พอกแขน พอกหน้า พอกหัวกันไป โคลนให้สัมผัสเย็น เนื้อละเอียดเนียนนุ่มและแทบไม่มีกลิ่นโคลนให้รำคาญจมูก พอกไปสักพักแล้วล้างออก ผิวเนียนนุ่มขึ้นจริงด้วย มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยชาวบ้านแหลม พัฒนาต่อยอดโคลนให้เป็นผลิตภัณฑ์ เช่น สบู่โคลน มาร์กหน้า สครับผิว กลายเป็นรายได้ของวิสาหกิจชุมชนอีกทางหนึ่ง 

กลับเข้าฝั่งมา หลังจากเราทำ “ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ” สีน้ำตาลที่ได้จากเปลือกไม้ ใบไม้ และพืชพื้นถิ่นรอบชุมชนเสร็จ ก็มาถึงไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนลอยคอ เอ้ย รอคอย…นั่นคือ เซตอาหารกลางวันที่ประกอบด้วยเมนู “ข้าวมันโคลน” “ซีฟู้ดนึ่ง” “แกงส้มปลากะพง” “หมึกหวาน” “ต้มมันเคยปลากุเลา” “ใบโกงกางทอดเทมปุระ” จานเด็ดๆ ทั้งนั้นครับ 

“ข้าวมันโคลน” เมนูดังของบ้านแหลม แม่ครัวเขาไม่ได้ตักโคลนมาใส่นะครับ เขาใช้น้ำดำจากหมึกมาเคี่ยว แล้วผัดกับข้าวหอมมะลิที่หุงด้วยกะทิ จนมีสีเทาดำ เดินผ่านนี่ได้กลิ่นหอมมันจากกะทิและหอมกลิ่นหมึกผสมกันอบอวล กุ้งตัวใหญ่เนื้อแน่นหวานดึ๋ง ปูนึ่งเนื้อขาวแน่น ล้วนสดเหมือนเพิ่งขึ้นจากเรือ อีจันจานเด็ดแนะนำว่า “ข้าวมันโคลนร้อนๆ กินกับ ซีฟู้ดนึ่ง” อร่อยสุดหยุดไม่ได้เลยยิ่ง แกะปู กุ้ง จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดแบบคนใต้แล้ว ไม่มีอะไรมาหยุดการกินของคณะเราได้เลยครับ

ส่วน “แกงส้มปลากะพง” น้ำแกงสีส้มเข้มแบบใต้แท้ๆ กลิ่นเครื่องแกงลอยขึ้นตั้งแต่ยังไม่ตัก รสชาติถึงใจ เปรี้ยวจัด เผ็ดลึก ผสมกลิ่นขมิ้นอ่อนๆ ปลากะพงสดมากจนเนื้อยังเด้งแน่น ไม่คาวเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งกินยิ่งอร่อยเด็ด….เผ็ดเหงื่อซึม 

“หมึกหวาน” มาช่วยเบรกอารมณ์ลิ้น ช่วยตัดรสแซบได้ดี แม่ครัวเคี่ยวหมึกสด จนซอสหวานเค็มซึมเข้าเนื้อทุกชั้น ตัวหมึกยังเด้ง…แต่ไม่เหนียว ยิ่งกินคู่พริกสดหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซบยิ่งตัดรสได้ลงตัวสุดๆ ครับ ส่วน “ต้มมันเคยปลากุเลา” นั้น ได้รสอูมามิ นัวๆ จากเคยหมัก อร่อย รสชาติคล้ายๆ ต้มส้ม แต่ผสมเค็มหวานหอมเคย ปนเผ็ดนิดหน่อยจากพริกขี้หนูซอย ซดเด็ดคล่องคอแก้คาวได้ดีมากครับ  

แต่จานที่พวกเราเซอร์ไพรส์ที่สุด คือ “ใบโกงกางทอดเทมปุระ” ใบอ่อนของยอดโกงกาง ที่แม่ครัวไปเด็ดจากข้างครัวนั่นแหละ ล้างสะอาด ฉีกเป็นชิ้นเล็กพอคำ ผึ่งแห้งแล้วชุบแป้งทอดบางๆ จนกรอบ กัดกร๊อบๆๆ คล้ายกินสาหร่ายทอด มีกลิ่นหอมใบไม้นิดๆ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดแซบๆ กินเล่นเพลินจนต้องขอเดิมอีกจาน …. ก๊ะห์(แปลว่าพี่สาว) บอกว่าเมนูที่เรามานั่งกินกันนี้ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลของสัตว์ทะเลที่ชาวบ้านไปทำประมงมาได้ครับ  

เสียงคุยกันโขมงโฉงเฉงของคณะ ททท. เวียดเจต และสื่อมวลชนรวม 18 ชีวิต (แต่เสียงบังเลาะห์ดังกว่า 55555) ล้วนชื่นชอบกิจกรรมทัวร์ของ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์” มากๆ หลายคน(รวมถึงผมด้วย) บอกว่าจะกลับมาเที่ยวซ้ำอีก…..วูบหนึ่งผมคิดว่าหลายแห่งพยายามสร้างสรรค์แลนด์มาร์กใหม่ๆ สร้างคาเฟ่ สร้างจุดเช็กอิน สร้างอะไรต่ออะไรกันมากมายจนเกินเอกลักษณ์ตัวเอง แต่ “บังเลาะห์” กลับชวนคนบ้านแหลม ใช้โคลน ใช้ป่าชายเลน ใช้วิถีประมงและอาหารพื้นบ้านอร่อยๆ พร้อมรอยยิ้มของชาวบ้านเป็นจุดขายได้โคตรประทับใจ!!!! 

มาเเล้วติดใจเลยล่ะ ลูกเพจก็ต้องตามไปเพื่อให้รู้ว่ามันฟินเเค่ไหนนะคะ