อีจันเที่ยว เลย 3 วัน 2 คืน ขึ้นภู ดูเขา ทริปนี้ไม่เหงา เพราะมีเราไปเป็นเพื่อน

สุรัตนา เพชรงาม

สุรัตนา เพชรงาม

2 กันยายน 2567

อีจันเที่ยว เลย 3 วัน 2 คืน ขึ้นภู ดูเขา ทริปนี้ไม่เหงา เพราะมีเราไปเป็นเพื่อน

ไปแล้วรัก…“เลย” อีจันพาเที่ยว 3 วัน 2 คืน เมืองสวยริมฝั่งโขง โอบกอดธรรมชาติ ชิลแบบไม่มีเบื่อ แถมทริปนี้ไม่เหงา เพราะมีเราไปเป็นเพื่อน อิอิ

เปิดทริปเที่ยว เลย กันที่ #สวนหินผางาม หรือ #คุนหมิงเมืองเลย ต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์มากกก เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติยังไงให้เหมือนมาผจญภัย ที่นี่เป็นอีกหนึ่งความน่าอัศจรรย์ ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ เพราะมีแนวผาหินปูนสูงใหญ่ ส่วนภายในผาหินปูนจะมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน ให้ฟีลการผจญภัยอยู่ในเขาวงกต แต่บางช่วงก็ต้องบอกว่าแอบทรหดนิดแต่คุ้มค่ามาก มีทั้งปีนเพิงหิน มุดลอดโพรงถ้ำที่แคบและเล็กสุด ซึ่งจุดนี้ขอบอก UNSEEN มาก ทีมอีจันเราไม่เรียกมุด เพราะเราคลานกันเข้าไป

ขอสารภาพตามตรงค่ะว่า กว่าจะได้ภาพสวยๆ แบบนี้ กว่าจะขึ้นไปถึงจุดชมวิว ก็แอบมีหอบ แต่พอเห็นวิวที่สวยก็หายหอบทันใด มันดีต่อใจจริงๆ ค่ะ

ไปสวนหินผางามแล้ว มีหรือจะพลาด #ฟูจิเมืองเลย หรือ ภูป่าเปาะ ลุยต่อสิคะ ที่นี่ว้าวมาก ตอนที่ยังไม่ถึงก็คิดในใจ จะเหมือนฟูจิของญี่ปุ่นสักแค่ไหนเชียว สำหรับการเดินทางขึ้นสู่ภูป่าเปาะ เรานั่งรถอีแต๊กของชาวบ้านขึ้นไปค่ะ

และพอไปถึง โอ้ววว เหมือนยกฟูจิญี่ปุ่นมาไว้ที่เมืองเลยจริงๆ

เช็คอินถ่ายรูปชิคๆ กันสนุกสนานตามประสาแก๊งเพื่อน แฮปปี้เกินบรรยาย ได้รูปสวยๆ เจ๋งๆ กันทุกคน

“ภูป่าเปาะ” เป็นอีกหนึ่งความงดงามทางธรรมชาติของจังหวัดเลยที่แสนโรแมนติก ไม่ต้องไปไกลถึงต่างแดน แค่ขับรถชิลๆ ก็มาถึงแล้ว นี่มันแฝดคนละฝาของภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นชัดๆ

ใกล้หมดวัน เราเลยขอขับรถเพื่อเข้าที่พักค่ะ

เราเลือกพักที่ Coffee De Haitak – คอฟฟี่ เดอ ไฮตาก ที่พักบ้านไฮตาก เพราะเขาเป็นทั้งที่พัก และคาเฟ่

ที่นี่ถือเป็นที่พักสุดฟิน ราคาหลักพัน แต่วิวหลักล้านมากกก เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์นะคะ ตั้งอยู่บนเชิงเขา เราประทับใจตั้งแต่ที่มาถึงเพราะวิวที่อยู่ตรงหน้านั้นมันสวยเกินที่จะบรรยายจริงๆ โดยเฉพาะหน้าห้องพักของเรา ทันทีที่เปิดประตูห้องออกมาก็จะพบกับภูเขาลูกน้อยใหญ่สลับเรียงรายซ้อนกัน รวมถึงยังมองเห็นภูเขาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว เคล้าไปกับทิวเมฆที่ลอยต่ำ ใกล้ค่ำพระอาทิตย์กำลังจะตก สวยมาก

ในส่วนของห้องพักนั้นก็ถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เตียงนุ่มๆ ข้าวของเครื่องใช้ ที่สำคัญมีแอร์ให้ด้วยนะ แต่จริงๆ ไม่ต้องเปิดยังได้เพราะอากาศเย็นสบายมากๆ (มีแอบหนาว) ส่วนห้องน้ำก็เป็นอีกไฮไลท์ แม้ว่าคุณจะทำธุระส่วนตัวอยู่ก็สามารถเปิดม่านชมความงามของธรรมชาติได้

อ้อ มื้อเย็นเราก็หนีไม่พ้น #หมูกระทะ ของโปรดอีจัน ที่พักมีให้บริการ รวมไปถึงอาหารอื่นๆ ด้วยนะ

ส่วนที่มาของชื่อ ไฮตาก อีจันสงสัย! ผู้ใหญ่จัน หรือ นายจันทรักษ์ อาจสมบาล ผู้ใหญ่บ้านไฮตาก เจ้าของบ้านพักที่มาให้การต้อนรับพร้อมกับให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ ก็อธิบายว่า ไฮ คือชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง หรือต้นไทรที่เติบโตอยู่บริเวณพื้นที่แห่งนี้นั่นเอง ส่วนตาก คือการขยายแผ่กิ่งก้านสาขาของต้นไทร นั่นเองค่ะ

อิ่มพุงแล้ว คืนนี้หลับให้เต็มที่ เพราะทริปเที่ยวยังมีอีกเพียบ

ตื่นเช้ามาวันที่สองของทริป ขอดริปกาแฟ พร้อมกับจิบกาแฟสดมองวิวกลางหุบเขา ได้เห็นภูเขาที่ซ้อนกันเป็นเลเยอร์ นึกว่าสวรรค์บนดิน

สายหน่อยก็นั่งกินข้าวต้มร้อนๆ ปล่อยใจจอยๆ ให้ธรรมชาติเยียวยาร่างกายและจิตใจสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด แล้วลองนึกภาพตาม… จะดีแค่ไหน ถ้าเราตื่นเช้าขึ้นมาเจอหุบเขาสวยๆ โอบล้อม พร้อมกับได้จิบกาแฟรสชาติที่ชอบ จิตใจที่เหี่ยวเฉาก็พองโต (แอบเว่อร์ไปไหมน้อ ฮี่ๆ) หรือถ้าใครไม่ถนัดกาแฟ เดินขึ้นไปที่คาเฟ่ ก็มีน้ำอร่อยๆ ให้เลือกหลายเมนูเลยค่ะ

นอกจากเที่ยวธรรมชาติแล้ว แน่นอนว่า มาเลยทั้งที ต้องไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล ทริปนี้พวกเราได้ไปไหว้พระที่ #วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง แถมยังได้สัมผัสธรรมชาติ และชมวิวสวยๆ ไปพร้อมๆ กัน ที่วัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมสุดวิจิตรงดงามของโบสถ์ไม้สักแกะสลักทั้งหลัง ตั้งโดดเด่นท่ามกลางขุนเขา สายบุญ สายเที่ยวธรรมชาติ ไม่ควรพลาด

จากนั้นเรามาผ่อนคลายกับสวนสวยๆ อย่าง #สวนลุงวุฒิ นักท่องเที่ยวเวลามาเที่ยวภูเรือแล้วต้องแวะนะคะ ที่นี่มีไม้ดอก ไม้ประดับ หลากหลายสายพันธุ์ สิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดของสวนลุงวุฒิเลยก็คือ #ต้นสับปะรดสี เพราะนับว่าเป็นแห่งแรกที่สามารถเพาะพันธุ์สับปะรดสีได้

นอกจากสับปะรดสีแล้ว ยังมี แคคตัส ด้วย

สำหรับเราแล้วที่นี่คือ อาณาจักรของพันธุ์ไม้เลยก็ว่าได้ น่ารักตะมุตะมิเต็มไปหมด

พักผ่อนที่สวนลุงวุฒิเสร็จแล้ว เราก็มาให้อาหารเหล่าน้องปลา และไหว้พระขอพรกันที่ #วัดป่าห้วยลาด บอกเลยว่างานศิลปะที่นี่สีสันสดใสเด่นชัดสะดุดตามาก เดินเข้ามาภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติ มีพระประธานองค์สีขาวขนาดใหญ่ “พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ” เราไหว้ขอพร และนั่งสงบ ทำจิตใจให้เบาอยู่สักพัก เพราะที่นี่เหมาะแก่การเจริญจิตตภาวนาและศึกษาธรรมเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ

ตกบ่าย เราขับรถเพื่อจะไปเชียงคาน เราขับรถผ่านถนนท่าลี่-ภูเรือ โอ้โหชันนะ แต่อย่างสวย เป็นช่วงลงเขาแบบยาวๆ ประมาณ 4 กิโลเมตร งานนี้ขอเก็บภาพไว้หน่อยแล้วกัน สวยจริง สวยจัง แต่แอบชันเอาเรื่อง ฮ่าๆ

มาถึงเชียงคาน ก็เย็นแล้ว เราเลือกปั่นจักรยานลัดเลาะชมบรรยากาศของเมืองริมฝั่งโขงอันทรงเสน่ห์ เลยได้ชมวิวแม่น้ำโขงตอนพระอาทิตย์ตกดิน มาคนเดียวหรือมากับคู่รัก หรือจะมากับเพื่อนๆ ก็สนุกเหมือนกัน อยู่ที่ว่ามากับใคร อิอิ

เชียงคานแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีไฮไลต์สำคัญเยอะแยะเลยค่ะ โดยเฉพาะ ถนนคนเดินเชียงคาน ถนนสายสั้นๆ แต่บรรยากาศใน 2 ฟากฝั่งถนนกลับน่ายล อาคารบ้านเรือนไม้เก่าแก่สุดคลาสสิกทอดตัวเรียงราย ท่ามกลางวิถีของชาวเชียงคาน ชิมอาหารอร่อยๆ ซึ่งอาหารก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ ใครมาก็เป็นอันต้องกินกันแทบทุกคนก็คือ กุ้ง ปู ที่นำมาเสียบไม้ ข้าวจี่ เมี่ยงคำเสียบไม้ เดินเล่นเพลินๆ เผลอๆ ตังค์หมดเป๋าน้าาา

และเราปิดท้ายทริป 3 วัน 2 คืน ด้วยวิถีชีวิตเชียงคานยามเช้า นุ่งซิ่น ห่มสไบ ตักบาตรข้าวเหนียว ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ของที่นี่เลยค่ะ เช้าตรู่เราก็มานั่งรอพระริมถนนในมือมีกระติบข้าวเหนียวร้อนๆ ปั้นข้าวเหนียวแล้วใส่ลงในบาตรพระ เหมือนเราตักบาตรปกตินี่แหละค่ะ

จากนั้นก็นั่งรถขึ้นภูทอกไปชมหมอกโอบกอดภูเขายามเช้า ฟินนนสุด

ไหนๆ วันนี้ก็วันสุดท้ายของทริปเลยจัดให้คุ้ม เรามาปักหมุดกันต่อที่ แลนด์มาร์คสุดฮิตอย่าง #สกายวอล์คเชียงคาน จุดนี้เป็นแผ่นดินจุดแรกของภาคอีสานที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน ซึ่งเราจะมองเห็นแม่น้ำเหือง แม่น้ำโขง วิวทิวทัศน์ภูเขาทั้งของไทย และ เพื่อนบ้าน สปป.ลาว ครบเลยค่ะ

พอเรามาถึงจุดชมวิว เดินตามสกายวอร์ค มองผ่านกระจกลงมา จะมองเห็นแม่น้ำเหืองที่ไหลผ่านมาบรรจบกับแม่น้ำโขง เป็นแนวพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่าง สปป.ลาว กับไทย ซึ่งทำให้เกิดเป็นแม่น้ำ 2 สี

แต่ก่อนจะเดินไปชมวิว เราจะมองเห็นพระใหญ่ภูคกงิ้ว พระพุทธรูปปางลีลาประทานพร เราก็นำบายศรีดอกไม้ มาวางสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

อ้อ จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้… ใครที่กลัวว่า ทางเดินที่เป็นกระจกใสๆ เนี่ยจะปลอดภัยไหม ขอบอกเลยว่า ไม่ต้องกังวลนะคะ ทางเดินของสกายวอล์คเชียงคาน เป็นกระจกใสชนิดพิเศษมีตะแกรงเหล็กรองรับ แถมยังออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้มีความมั่นคงปลอดภัยและแน่นหนาขึ้นมาค่ะ

สกายวอล์คเชียงคาน ถือเป็นจุดชมวิวสุดอันซีนของเมืองเลย ที่สักครั้งต้องไปชมด้วยตาตัวเอง ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยว จ.เลย หรือไปพักที่เชียงคาน สกายวอล์คคือจุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาดเลยแหละ

ที่สุดท้ายก่อนกลับ กทม. พาไป แก่งคุดคู้ ที่นี่เราได้อ่านเรื่องเล่าที่เป็นตำนานเล่าต่อกันมา ว่า มีพรานป่าคนหนึ่งชื่อ “จึ่งขึ่ง ดั้งแดง” รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน มีฝีมือในการล่าสัตว์ วันหนึ่งนายพรานตามล่าควายเงินมาจากหลวงพระบาง (ที่เรียกควายเงินเพราะมูลของควายตัวนี้เป็นเงิน) พอมาถึงริมน้ำโขงเห็นควายเงินพักกินน้ำ นายพรานจึงดักซุ่มยิง พอดีชาวบ้านแล่นเรือผ่านมา

ควายเงินตกใจตื่นเตลิดขึ้นไปบนเขาลูกหนึ่ง (ต่อมาเขาลูกนี้ได้ชื่อว่า “ภูควายเงิน”) นายพรานเลยยิงไปถูกเขาอีกลูกจนพังทลายไปซีกหนึ่ง กลายเป็นหน้าผาสูงชัน ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ภูผาแบ่น” นายพรานโกรธคนที่แล่นเรือผ่านซึ่งเป็นต้นเหตุให้ควายเงินหนีไป จึงกลั่นแกล้งด้วยการขนหินมาขวางกั้นลำโขงไม่ให้เดินเรือได้ นายพรานทำการเกือบจะสำเร็จ ก็พอดีมีสามเณรรูปหนึ่งมาเห็นเข้า เณรจึงออกอุบายให้นายพรานใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกหาบหินแทน เมื่อนายพรานใช้หาบหิน ไม้นั้นก็บาดคอนายพราน นอนตายคุดคู้อยู่ที่ริมโขงนั่นเอง แก่งหินนั้นจึงเรียกว่า “แก่งคุดคู้” ค่ะ

สุดท้าย อยากบอกว่า หลงเลยแล้วสิ 3 วัน 2 คืนที่นี่สนุกมากๆ ขนาดมาเที่ยววันธรรมดานะเนี่ย มันดีจริงๆ พวกเราคงหลงรักเลยแล้วจริงๆ ไว้ถ้ามีโอกาส ได้เจอกันอีกแน่นอน ส่วนเพื่อนๆ ถ้าใครยังไม่เคยมาเที่ยวเลย อยากให้เปิดใจมานะคะ เพราะ ไปเลย แล้วจะรัก “เลย”

#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #สุขทันทีที่เที่ยวกับอีจัน  #สุขทันทีที่เที่ยววันธรรมดากับอีจัน #สุขทันทีที่เที่ยววันธรรมดา #วันธรรมดาน่าเที่ยว #เมืองน่าเที่ยว #เที่ยวหน้าฝน