รวมความสนุก! ทริปรุ่นใหญ่วัยเฟี้ยวเที่ยววันธรรมดา โกทูลำพูน-ลำปาง
สุรัตนา เพชรงาม
9 สิงหาคม 2567

3 วัน 2 คืน แห่งการเติมเต็มความสุข กับ ทริปรุ่นใหญ่วัยเฟี้ยวเที่ยววันธรรมดา โกทูลำพูน-ลำปาง บอกเลยไม่มีอ่อม
ใครบอกว่าอายุเยอะ 60+ แล้วจะเที่ยวไม่ได้?
บอกเลยว่า ไม่มีอะไรจะสดชื่นกว่าการได้ไปเที่ยวอีกแล้วล่ะ ไม่ต้องเหงาอยู่กับบ้าน
ไปเจอเพื่อนใหม่คอเดียวกัน สูงวัยอย่างสนุกลืมอายุกันไปเลย
ประเดิมทัวร์แรก แก๊งแรก ของทริป #รุ่นใหญ่สายเฟี้ยวเที่ยววันธรรมดา ที่ จ.ลำพูน และ จ.ลำปาง ทริปนี้เป็นการเที่ยวแบบฉ่ำ 3 วัน 2 คืน (6-8 ส.ค. 67) เที่ยวทั้งวัน ตรงไหนว่าดี ว่าเด็ด และเด่น เราไปหมดค่ะ
ทีมอีจัน พร้อมคณะรุ่นใหญ่ และทีมไกด์นำเที่ยว นัดเจอกันที่สนามบินตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลย โอ้ เราว่าเรามาก่อนเวลาแล้วนะ แต่ยังแพ้แก๊งรุ่นใหญ่

คนพร้อม ทุกอย่างพร้อม ลุยค่ะ
Day#1
นั่งเครื่องมาลงสนามบินเชียงใหม่เพื่อที่จะนั่งรถตู้เข้าเมืองลำพูน-ลำปาง แต่พอลงเครื่องปุ๊บ ฝนตกปั๊บ ไม่เป็นไรตกได้ก็หยุดได้
ออกจากประตูผู้โดยสาร พี่ไกด์ที่น่ารัก ก็นำพวงมาลัยมาคล้องคอให้กับแก๊งลูกทัวร์รุ่นใหญ่ พร้อมๆ กับทีมงานอีจัน ช่วยกันแจกร่มสีสันสดใส และกระเป๋าผ้าอีจัน เป็นที่ระทึก เอ้ยยย ที่ระลึก ก่อนเลย ส่วนร่มก็เอาไว้กางชิคๆ เวลาฝนโปรยปราย
แต่แหมมม… บอกเลยสายเที่ยวอย่างเราๆ ฝนแค่นี้ ไม่ได้เป็นอุปสรรคจ้า แถมยังชอบด้วยซ้ำ









ถึงลำพูนแล้ว พิกัดแรกที่ไปคือ สักการะแม่เมือง ที่อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองลำพูน เพื่อเป็นสิริมงคล เอาฤกษ์เอาชัยของวันนี้ ซึ่งพี่ๆ ตัวแทนจาก ททท. และพี่ๆ ไกด์ เตรียมธูป เทียน ดอกไม้ รวมถึงชุดบายศรีไว้ให้ เมื่อรับดอกไม้ ธูป เทียน แล้ว ทุกท่านต่างก็ตั้งจิตนิ่ง ท่องนะโม 3 จบ อธิษฐานคำกราบไหว้พระแม่เจ้าจามเทวี

“ยา เทวี จะมะเทวีนามิกา อะภิรูปา อะโหสิ ทัสสะนียา ปาสาทิกา พุทธสาสะเน จะ อะภิปะสันนา สา อตีเต เมตตายะ เจวะ ธัมเมนะ จะ หะริภุญชะยะธานิยา รัชชัง กาเรสิ, อะหัง หะริภุญชะยานะคะระ วาสีนังปิ มะหันตัง หิตะ สุขัง อุปาเทสิ, อะหัง ปะสันเนนะ เจตะสา ตัง วันทามิ สิระสา สัพพะทาฯ”
จากนั้น ก็ขอพรในสิ่งต้องการทั้งเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน



ที่นี่ ร่ำลือรับรู้กันมานานว่า หากใครขอในเรื่องชีวิตคู่ ความรักก็จะสมหวังดั่งใจปรารถนา เพราะตามประวัติ พระนางจามเทวีเป็นผู้เลอโฉม ความงามเลื่องลือทุกอาณาจักร เป็นที่หมายปองของราชาแว่นแคว้นต่างๆ แต่พระนางทรงยืนหยัดในรักแท้ ที่มอบให้กับเจ้าชายรามราช แห่งเมืองรามบุรีผู้เป็นที่รัก ถึงขั้นยอมเสียสละต่อสู้เอาชนะผู้มาทำสงครามแย่งชิงด้วยตัวพระองค์เอง #แม้ตัวตายดีกว่าพรากผู้เป็นที่รัก ซึ่งพระนางจามเทวีมิเคยพ่ายแพ้ และยังศรัทธาต่อพุทธศาสนา จึงเป็นที่รักใคร่ของชาวเมืองทั้งหมด จนได้ฉายานามว่าเป็นอิสตรีผู้ทรงประทานความรักให้บังเกิดแก่ทุกคน
งานนี้รุ่นใหญ่ตั้งใจขอพรกันมากๆ เลย









จากนั้นก็มาเช็กอินต่อกันที่ สวนไม้ไทยพ่อเลี้ยงหมื่นค่ะ เมื่อย่างก้าวเข้ามาในสวนแห่งนี้ สัมผัสได้ถึงความอลังการของสถานที่สุดๆ ทั้งมหาเจดีย์ตั้งตระหง่านที่ถูกคั่นด้วยสระน้ำขนาดใหญ่ และมีสะพานไม้ไผ่ทอดตัวเรียงรายให้เดินข้ามถึงมหาเจดีย์






จุดนี้ ทัวร์สุดเฟี้ยวของเราชอบมาก อยู่นานเป็นพิเศษเพราะเป็นจุดถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดอย่างแรง เพราะสวยทุกมุม อลังการงานละเอียดเว่อร์ ทำถึง ตื่นตามากกก ถ่ายตรงไหนก็สวย สวยรอบทิศจนเลือกรูปลงโซเชียลได้ข้ามปีเลยแหละ






ทั่วทุกบริเวณของที่นี่ก่อสร้างด้วยงานดินเผาสีแดงอิฐ ดูมีมนต์ขลังมากๆ เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในยุคโบราณเลย งานนี้รุ่นใหญ่สายเฟี้ยวทั้งหลายเดินถ่ายรูปเก่งกว่าทีมอีจันอีกค่ะ ทีมอีจันยังมีอ่อม แต่รุ่นใหญ่ทั้งหลายพลังเหลือล้น ปรบมือให้เลย แถมได้มาเที่ยววันธรรมดา คนก็ไม่แออัด ถ่ายรูปสบายๆ แบบนี้ รุ่นใหญ่ช๊อบบบ ชอบบบ












ที่สำคัญนะคะ ใครจะเชื่อว่านอกจากที่นี่จะเป็นสวนแล้ว ยังเป็นคาเฟ่อีกด้วย ถ่ายรูปหมดแรงแวะพักนั่งตากแอร์ ที่คาเฟ่ ก็ได้ฟีลย้อนยุคสู่อาณาจักรขอมโบราณเหมือนกันแฮะ สั่งเครื่องดื่มพร้อมอาหารอร่อยๆ ฟินไปกับสถาปัตยกรรมสไตล์ขอมและทวารวดี
บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ลงตัวสุด คาเฟ่ท่ามกลางสวนไม้นานาพันธุ์ ตกแต่งประดับประดาด้วยผลงานศิลปะดินเผา เริ่ด!
นาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงตรง ชักหิวแล้วสิ หิว ก็ต้องจัดสิคะ!!!
ที่นี่นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.ลำพูน แล้ว ยังเป็นคาเฟ่ที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มากมาย ทั้งข้าวซอยไก่ ผัดไทยกุ้งสด ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์









นอกจากนี้ยังมีเค้กอร่อยๆ ให้ได้ลิ้มลองอีกด้วยค่ะ แอบบอกว่า เขาเสิร์ฟแบบหน้าตาดีเลยค่ะ เหมือนไปทานร้านหรูๆ เลย




แล้วก็ร้านเขามีทั้งโซน indoor และ outdoor ไม่ต้องกลัวร้อนเลยนะคะ เพราะบรรยากาศดีมากๆ พูดได้เต็มปากว่าหลงรักที่นี่เลย อยู่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ อิอิ
รุ่นใหญ่สุดเฟี้ยว คณะทัวร์ของเรา อิ่มอร่อยกันมาก พุงตึงกันเลยทีเดียวค่ะ
ตกบ่าย คณะทัวร์ไปต่อค่ะ เพราะมาเยือนลำพูนก็นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวลำพูนเคารพนับถือ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นก็คือ เจ้าพ่อกู่ช้าง โบราณสถานที่ตั้งอยู่คู่กับ กู่ม้า ซึ่งชาวลำพูนมีความเชื่อกันว่าเป็นสุสานช้างศึกและม้าศึกของ พระนางจามเทวี หากใครมีเรื่องทุกข์ใจ ไม่สบายใจ หรือต้องการขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องใด ก็มักจะเดินทางมาที่แห่งนี้ค่ะ


ดังนั้น… ทัวร์รุ่นใหญ่สุดเฟี้ยวจะพลาดได้ไงจริงไหมคะ?
มาถึงปุ๊บ ก็ฟังเรื่องเล่าขานตำนานกันก่อน
กู่ช้าง เป็นสถานที่บรรจุซากพระยาช้าง ช้างคู่บารมีของ พระนางจามเทวี ชื่อว่า “ปู้ก่ำงาเขียว” มีลักษณะเด่นคือ ตัวสีคล้ำ งาสีเขียว เป็นช้างที่มีอิทธิฤทธิ์มาก เมื่อออกศึกสงครามครั้งใด เพียงช้างหันหน้าไปทางข้าศึกศัตรู ศัตรูก็อ่อนแรงลงได้ และหากงาของช้างชี้ไปทางใด ก็จะเกิดภัยพิบัติ ผู้คนในเมืองเกิดล้มตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ภายหลังจาก ช้างปู้ก่ำงาเขียว ล้มลงเมื่อวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ในสมัยนั้น พระนางจามเทวี จึงโปรดให้นำซากไปฝัง โดยให้สร้างเจดีย์ทรงสูงครอบไว้ ให้ปลายงาชี้ขึ้นฟ้า เนื่องจากกลัวว่าจะสร้างความลำบากกับชาวบ้าน ทำให้เป็นคำตอบว่า ทำไมเจดีย์กู่ช้าง จึงมีลักษณะแปลกตา ไม่ใช่เจดีย์ที่จะพบเห็นได้ตามทั่วไปนั่นเองค่ะ
ส่วน กู่ม้า ตั้งอยู่ด้านหลังกู่ช้าง
ตามตำนาน เชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุซากม้าทรงของพระเจ้ามหันตยศ พระราชโอรสของพระนางจามเทวี
กู่ช้าง กู่ม้า ชาวลำพูนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากค่ะ โดยได้มีการสร้าง ศาลเจ้าพ่อกู่ช้าง ไว้ใกล้ๆ กับองค์เจดีย์ด้านหน้าด้วย และจะมีรูปปั้นจำลองของปู่ก่ำงาเขียว เพื่อให้ประชาชน ชาวบ้านได้มาสักการะกัน เชื่อกันว่าถ้าได้ลอดท้องพระยาช้างเชือกนี้ จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา
พ่อๆ แม่ๆ สุดจึ้งของคณะเรา เอาจริงเอาจังในการขอพรสุดๆ สาธุดังลั่น บอกเลยขลังมาก ยิ่งลมยามบ่ายกำลังสบายๆ แบบนี้ โอ้ว รุ่นใหญ่ชอบมาก แถมเป็นการเที่ยวในวันธรรมดาด้วย คนไม่เยอะ ไม่แออัด ทุกพื้นที่มีแต่ทัวร์เรา





















เห็นทุกคนแฮปปี้ เราก็สุขใจละ
ว่าแต่ รุ่นใหญ่เขาขอพรอะไรกันหนอ… ความลับแน่ๆ ไม่มีใครยอมบอก หุหุ
ก็ถือเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ ที่หากใครมีโอกาสเดินทางมาเที่ยวลำพูน อย่าลืมมาชมความงดงาม และสักการะศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่แห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตของตัวเองและครอบครัวนะคะ
เที่ยวฉ่ำ เหงื่อเริ่มมา คอเริ่มแห้ง อยากกินลำไยเหลือเกิน มาลำพูนก็ต้องกินลำไย แต่ถ้าอยากดื่มด่ำกาแฟลำไย ต้องมา #อาบูโอลด์ทาวน์ นะคะ
Aq Bur old town (อาบู โอลด์ทาวน์) เป็นคาเฟ่อาคารเก่าอายุกว่า 74 ปี คู่เมืองลำพูนที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ย้อนนึกถึงลำพูนในวันวานเลยค่ะ จะบอกว่าสัมผัสความเก่าแก่ที่ย้อนเวลาสู่ความคลาสสิกในบรรยากาศเมืองเก่าก็ยังได้ เพราะรู้สึกแบบนี้จริงๆ












แน่นอนถ้ามาอาบู โอลด์ทาวน์ ก็ต้องสั่งเมนูเครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ค่ะ ก็คือ เกือบจะทุกเมนูเครื่องดื่มของคาเฟ่นี้มิกซ์ด้วยลำไยไปเกือบ 10 เมนูจ้าาา
มีทั้ง กาแฟลำไยโสดดด เอ้ยยย กาแฟลำไยสด ซึ่งทางร้านมีเมล็ดกาแฟให้เลือกทั้งคั่วอ่อน กลาง เข้ม แถมร้านยังตักเนื้อลำไยสดให้แบบจุกๆ ไปเลย กลิ่นกาแฟหอมๆ กับลำไยหวานๆ เข้ากันพอดี






แล้วยังมี น้ำลำไยสด ลำไยนมสด น้ำลำไยชาอู่หลง น้ำลำไยปั่น น้ำลำไยครีมกะทิ มัทฉะลำไย ลำไยน้ำผึ้งมะนาว ที่บอกมาทั้งหมดนี้ ถ้ามาอาบูห้ามพลาดเลยนะ
อุ๊บส์ลืมบอกอีกอย่าง มุมถ่ายรูปเยอะมาก แถมแสงสวยสุดๆ แต่วันนี้คณะเราแน่นร้าน ทุกมุมเลยเต็มไปด้วยเดอะแก๊งของเรา






ตะวันใกล้จะตกดิน ก่อนหมดทริปเที่ยวของวันนี้ เพื่อกินข้าวและกลับที่พัก ขอมาสักการะ พระธาตุหริภุญชัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนาน ก่อนค่ะ
มาถึงก็ขอแชะรูปด้านหน้าซุ้มประตูโขงก่อนเลย โดยสองฟากฝั่งซุ้มประตูจะมีสิงห์คู่สูงประมาณ 3 เมตร สีน้ำตาลอมแดงเด่นงามสง่าขนาบ 2 ข้างซ้าย-ขวา
จากนั้นเดินมาตรงหน้าวัด ซึ่งจัดให้บูชาดอกไม้ ธูป เทียนสืบชะตา เทียนนำโชค พร้อมกับน้ำสรงพระธาตุ
เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่เรียกว่า “วิหารหลวง” เมื่อกราบองค์พระประธานแล้วก็เดินมาด้านหลังเพื่อกราบสักการะองค์พระธาตุ เดินเวียนรอบองค์พระธาตุ 3 รอบ เพื่อความเป็นสิริมงคล
แน่นอนว่าทุกคนที่มาที่นี่ ก็จะขอพรพระธาตุให้คุ้มครองมีโชคมีชัยตามชื่อขององค์พระธาตุนั่นเองค่ะ
























ปิดท้ายของวันแรกที่ #ครัววันดี ร้านอาหารเหนือ ที่ชาวหละปูนแนะนำ เพราะเป็นร้านอาหารพื้นบ้านเจ้าดังของจังหวัดลำพูน มีอาหารมาให้เลือกหลากหลายมาก
ที่ชื่อ “ครัววันดี” เจ้าของร้านบอกก็เพราะ “วันไหนก็เป็นวันดีเพราะมีเเต่ของอร่อย” อู้วหูว ล้ำแฮะ #ดีทุกตรง แล้วก็คำว่า “วันดี” มาจากความเชื่อของคนทางเหนือว่า วันไหนๆ ในชีวิตก็เป็นวันดี
มาดูเมนูกันบ้างดีกว่า บอกเลยถูกใจมาก เริ่มที่ #ออร์เดิร์ฟเมือง มีไส้อั่ว แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม ผักนึ่ง แหนมหมูย่าง เป็นเมนูแรกๆ ที่ใครก็ต้องสั่ง
#แกงปลาใส่ตูน เมนูนี้บอกเลยกินครั้งแรกติดใจสุดๆ รสชาติแซ่บ เผ็ด ปนเปรี้ยวนิดๆ เนื้อปลาแน่นสดดีมาก ตูนหรือก้านบอนก็เข้ากันได้ดีกับน้ำแกง เต็มสิบไม่หักเลยค่ะ

#แกงฮังเลลำไย มาถึงลำพูนต้องกินลำไย ผลไม้ท้องถิ่น ดูเผินๆ คล้ายมัสมั่นแต่กลิ่นคนละแบบ เนื้อหมูนุ่มมาก แกงเขาก็เข้มข้นกลมกล่อม แล้วยังมีความหวานของลำไย กินข้าวเหนียวอร่อยจัดเลย

#ปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊วลำไย เสิร์ฟมาจานใหญ่ ปลาเนื้อนุ่มนึ่งกำลังพอดีกินกับกระเทียมโทนและลำไยเข้ากันดีมาก จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรทางร้าน อร่อยเด็ดดด

#ลาบคั่ว รสชาติกำลังดี กลิ่นอายความเหนือลงตัวสุด อันนี้ชอบมากกก

#เห็ดถอบคั่ว เมนูนี้เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน รสนัว หอมเครื่องแกง เคี้ยวกรอบดังเป๊าะ อันนี้เนี่ยถือเป็นเมนูอร่อยจากวัตถุดิบพื้นบ้านประจำหน้าฝนเลยค่ะ










อิ่มพุงแล้ว หนังตาก็จะปิด
ทัวร์รุ่นใหญ่สุดเฟี้ยว ขอตัวกลับที่พักก่อนนะ
เก็บแรงไว้จัดเต็มต่อในวันพรุ่งนี้
วันนี้ว่าจี๊ดแล้ว บอกเลยพรุ่งนี้จี๊ดกว่า
มาต่อกันที่ Day2 พร้อมลุยมาก!
Day#2
#เที่ยววันธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา วันนี้ (7 ส.ค. 67) ทุกคนตื่นกันแต่เช้า เติมพลังพร้อม #เที่ยวลำปาง กันแล้ว
งานนี้อีจันเอ็นดูการแบ่งกลุ่มตั้งชื่อแก๊งที่ลูกทัวร์ของเราคิดกันขึ้นมา…ไม่มีใครยอมใครจริงๆ ค่ะ
4 กลุ่ม รุ่นใหญ่
* แก๊ง “สว.แซบเวอร์”
* แก๊ง ”ไม่สะดวกแก่..แซ่เที่ยว“
* แก๊ง ”ขาสั่นแต่ใจสู้“
* แก๊ง “เดินเพลินๆ เที่ยวมันส์ๆ”




รวมตัวเสร็จ ก็เที่ยวเลย พร้อมมาก
ปักหมุดแรกของวันที่ 2 ทริปรุ่นใหญ่สายเฟี้ยว #สุขทันทีที่เที่ยววันธรรมดา กับการมาเยี่ยมบรรดาน้องช้างที่ป่วย ที่มูลนิธิเพื่อนช้าง เพื่อส่งกำลังใจ และร่วมทำบุญโดยมอบยาเวชภัณฑ์จำเป็น ซึ่งคุณโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้ง เป็นผู้รับมอบ และเล่าเรื่องราวการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง ที่เป็นโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกด้วยค่ะ






ที่มูลนิธิเพื่อนช้าง ปัจจุบันมีหมอเก๋ เป็นหมอดูแลน้องช้างเป็นหลักค่ะ มีทั้งน้องช้างพิการ ที่เคยเหยียบกับระเบิด 3 เชือก โม่ชะ โม่ตาลา ฟ้าแจ่ม ที่คุณหมอได้พารุ่นใหญ่ของเราไปเยี่ยมน้องๆ ตอนนี้ น้องต้องใส่ขาเทียมนะคะ และยังมีพังจันทร์นวล น้องช้างที่ไม่เคยได้ลงนอนมา 5 ปี แต่พอมาอยู่ที่นี่กินอิ่ม นอนดีเลยค่ะ และก็ยังมีเจ้าอ้วน ช้างท้องแก่ที่เคยถูกใช้งานหนัก ลากไม้สร้างวัดบนดอยแห่งหนึ่ง จนมีพี่ทหารสงสารเลยขอไถ่ชีวิตมาและพามาที่นี่ค่ะ
เจ้าอ้วน ตอนนี้นับว่าเป็นช้างตัวตึงอยู่ที่มูลนิธิฯ นานสุดถึง 26 ปี ค่ะ รวมถึงพลายโบโบ้ ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์ กลัวคน เพราะน้องเคยถูกทำร้ายมาอย่างรุนแรงค่ะ






พอเยี่ยมน้องช้างแล้วหมอเก๋ ได้พาวัยเก๋าของเราไปดูโรงงานผลิตขาเทียมให้กับน้องช้างด้วยค่ะ






ก่อนจะไปจุดอื่นต่อ ลูกทัวร์ของเราเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกัน ว่าประทับใจสุดๆ ได้ใจวัยเก๋าไปเต็มๆ ทุกคนพร้อมใจกันซื้อของที่ระลึกกลับไปเพื่อเป็นการสนับสนุนการช่วยเหลือน้องช้างที่ป่วยที่นี่ค่ะ






มาต่อกันที่งานช้าง เรียกว่างานจริงๆ ค่ะ กับสถานที่เที่ยวจุดที่ 2 ของทริปในวันนี้ พาชาวแก๊งมาต่อกันที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ที่นี่มีกิจกรรมให้ลูกทัวร์ของเราได้ตื่นตาตื่นใจ
เริ่มด้วยการพาพี่ๆ มาทำความรู้จักศูนย์อนุรักษ์ช่างไทย แล้วมาป๊ะกับพลายศักดิ์สุรินทร์ ที่เคยเป็นทูตสันถวไมตรีอยู่ที่ศรีลังกามาก่อน หลังจากมีอาการป่วยจึงนำกลับมารักษาที่บ้านเกิด จึงได้มาอยู่ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ ตั้งแต่ ก.ค. ปี 66 ค่ะ ซึ่งตอนที่มาพลายศักดิ์สุรินทร์สุขภาพไม่ดี มีฝีที่บริเวณสะโพก ขาหน้าแข็งเดินลำบาก เจ้าหน้าที่ก็เริ่มรักษาฝึกน้องเดิน จนตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ จุดนี้เราได้ทักทายพลายศักดิ์สุรินทร์ ด้วย




หลังจากทักทายพลายศักดิ์สุรินทร์แล้ว ก็ไปเที่ยวชม “ปางบุญ” ค่ะ ซึ่งเป็นโขลงช้างที่มีลักษณะใกล้เคียงกับธรรมชาติของช้างป่ามากที่สุด จุดนี้มีช้างอยู่ประมาณ 10 เชือกค่ะ ลูกทัวร์ของเราได้ชมวิถีชีวิตของน้องช้างกันแบบใกล้ๆ เลย ซึ่งความพิเศษอยู่ตรงที่ลูกทัวร์ได้กินข้าวไปดูช้างไป ฟินกันสุดๆ กับเมนูหมูทอด, ผักเชียงดา, อ่องปู, ตำขนุน, แคปหมู กินคู่กับข้าวเหนียวและใบผักแฮ็ค ลำขนาด ก่อนตบท้ายด้วยความสดชื่นจากน้ำลำไย เสิร์ฟความอร่อยแบบคุ้มเว่อร์


















กินอิ่มแล้ว พร้อม Go on จุดต่อไปแล้วจ้า
ขอบอกเลยว่าแต่ละคนพลังยังเหลือล้น
ปักหมุดจุดสำคัญ หากใครที่มาลำปาง แล้วไม่ได้มาที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เหมือนมาไม่ถึงนะคะ
อีจันจึงพาลูกทัวร์ของเรามารับพลังบุญกันค่ะ
เข้ามาถึงก็ตรงเข้าไปด้านใน เพื่อสักการะขอพรพระเจ้าล้านทองกันก่อนเลยค่ะ
นอกจาก พระเจ้าล้านทองแล้ว ก็ยังได้สักการะพระแก้วมรกต หรือ “พระแก้วดอนเต้า”
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ จ.ลำปาง รวมถึงพระเจ้าทันใจอีกด้วยค่ะ
หลังจากนั้นรุ่นใหญ่ของเราก็แยกย้ายกันไปขอพรตามจุดต่างๆ ค่ะ












เดินออกมาต่อเพื่อถ่ายรูปและสักการะ องค์พระพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีฉลูค่ะ โดยมีประวัติว่าเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จสิ้นในปีฉลูเช่นเดียวกัน ซึ่งทริปนี้ก็มีรุ่นใหญ่ของเรา 3 คน ที่เกิดปีฉลูพอดี แต่คนที่เกิดปีอื่นก็ไหว้ได้นะคะ






สำหรับ วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของ จ.ลำปาง ค่ะ ลูกทัวร์ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พอเข้ามาแล้วรู้สึกสงบมากกกก ด้านในเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และงดงาม แม้แดดจะร้อนแต่ใจสงบสุดค่ะ
ถือเป็นอีก 1 ที่ ที่สามารถเที่ยวได้ในวันธรรมดาแบบสบายๆ คนไม่เยอะ แต่รับพลังบุญแบบจุกๆ ที่อีจันจัดให้ค่ะ
อย่าอ่อมค่ะอย่าอ่อม ที่เที่ยวยังไม่หมด เรามาที่พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ต้นกำเนิดเซรามิคของเมืองลำปางค่ะ












มาถึงปุ๊บ รุ่นใหญ่เขาก็ไม่พูดอะไรกันเยอะ ลงมือทำกิจกรรม Work Shop แบบโดนใจ ให้รุ่นใหญ่ของเราได้วาดลวดลายบนจานรองแก้วดูดน้ำเซรามิค ด้วยฝีมือตัวเอง แถมยังได้เป็นของที่ระลึกกลับไปอีกด้วยค่ะ จากที่เห็นฝีไม้ลายมือแต่ละคนไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ มีทั้งปลา, ดอกไม้, ไดโนเสาร์, น้องแมวก็มี ผีตาโขนก็มา วัฏจักรของจักรวาลยังวาดได้ ของเขาแรงจริงๆ ค่ะ ทัวร์คณะนี้
ใช้เวลากันเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง ก็วาดเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ไปต่อกันที่ โซนนิทรรศการชามไก่ ชมตำนานชามไก่ เมืองลำปาง มีให้เห็นตั้งแต่ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดการปั้นเซรามิคเมืองลำปาง ที่นี่ได้เห็นสมุดบัญชีของโรงงานยุคแรกแบบเก่าสุดๆ และก็ว้าวสุดๆ กับขั้นตอนการผลิตถ้วยขนม ถ้วยตะไล และชามไก่แบบดั้งเดิมด้วย


และที่ทำให้ทัวร์รุ่นใหญ่ของเราตกตะลึง ฮือฮากันที่สุด ก็คือ ชามไก่ที่เล็กที่สุดในโลก ที่ต้องมองผ่านแว่นขยายเท่านั้นนะคะ เทคนิคสุดสะพรึง คือ การใช้พู่กันเส้นเดียววาดลงไป ยอมใจคนทำมาก!

นอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องรูปทรงของชามไก่ที่ไม่ได้เป็นทรงกลมนะคะ แต่เป็นทรง 8 เหลี่ยม ที่จะมีรอยบุบรอบๆ ใครที่มีชามไก่ ลองสังเกตดูนะคะ ตรงรอยบุบนั้น จะทำให้เราจับได้แบบพอดีนิ้ว พอดีมือ ยอมใจคนคิดมาก
ที่สำคัญไก่ของที่นี่แต่ละตัวก็ไม่เหมือนกันค่ะ เพราะเขาจะวาดกันแบบใบต่อใบ ไม่มีการร่าง ทำเอาลูกของเราอึ้งไปตามๆ กัน และทุกขั้นตอนก็ Non Chemical ค่ะ ปลอดภัยสุดๆ



พอถึงช่วงเย็นๆ วันธรรมดาแบบนี้ อีจันพาชาวแก๊งทัวร์รุ่นใหญ่สายเฟี้ยว มาเที่ยวกันต่อค่ะ มาลำปางทั้งที จะไม่นั่งรถม้าได้อย่างไร อีจันเลยขอจัดให้ลูกทัวร์วัยเก๋าของเรามานั่งรถม้าชมเมืองลำปางกันแบบฉ่ำๆ 15 คันเลย ค่ะ
จุดเช็กอิน คือ ที่บ้านม้าท่าน้ำ ชุมชนท่านางลอย แต่ก่อนที่จะไปนั่งรถม้า อาจารย์บั๊ม ผู้ดูแลที่นี่ ได้ออกมาต้อนรับลูกทัวร์รุ่นใหญ่ โดยการเล่าเรื่องเมืองเกือกม้า จากอดีตสู่ปัจจุบันให้เราได้ฟัง พอเล่าเสร็จ อาจารย์ก็ฟ้อนดาบง้าว บูชาครูบาอาจารย์ และถือว่าเป็นต้อนรับชาวแก๊งของเราด้วย ซึ่งการฟ้อนของอาจารย์ทำเอาลูกทัวร์ของเราไม่ละสายตาเลยค่ะ เปิงอ๊กเปิงใจ๋กันสุดๆ



พอแดดหุบ ก็ถึงเวลานั่งรถม้ากันแล้วจ้า รถม้าเตรียมพร้อม 15 คัน พร้อมพี่ๆ สารถี (คนที่นี่เขาเรียกกันแบบนี้ค่ะ) บรรยากาศตลอดเส้นทางที่นั่งรถม้า เราได้เห็นความสวยงามของบ้านเรือน รูปทรงโบราณแบบต่างๆ ทั้งแบบอังกฤษ พม่า และแบบประยุกต์ค่ะ สวยงามมากกกกก















เส้นทางวิ่งของรถม้า พาพวกเราผ่านจุดสำคัญต่างๆ ของเมืองลำปาง ทั้งบ้านเสานัก (นัก แปลว่า มา) บ้านทรงหลุยส์, บ้านเลขที่ 1 ซึ่งเป็นบ้านหลังแรกของ จ.ลำปาง
จากนั้นรถม้าวิ่งผ่านแนวกำแพงเมืองลำปางที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ 700 ปี นั่งเพลินๆ ผ่านศาลหลักเมืองลำปาง พี่สารถีชะลอให้ลูกทัวร์ของเราได้ยกมือไหว้ขอพรกันด้วย และวิ่งต่อมาเข้าสู่ ถ.ประตูชัย ก็จะเห็นหออะมอก ซึ่งเป็นป้อมปืนโบราณ ที่เดียวของไทยด้วย
นั่งมาได้ร่วมชั่วโมง เส้นทางรถม้าของเราก็มาจบที่วัดศรีล้อม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเมืองลำปาง ภายในมีศาลเจ้าพ่อมหายักษ์สามพันต๋น (ท้าวเวสสุวรรณ) ให้ลูกทัวร์ได้ขอพรกันด้วย


ปิดทริป Day2 ของรุ่นใหญ่สายเฟี้ยว ที่วันนี้เราออกเที่ยวลำปาง ลุยกันมาตั้งแต่เช้าในส่วนความพิเศษที่จุดเที่ยวสุดท้ายของวันนี้อยู่ที่บ้านพุทธทอง ที่นี่เป็นร้านอาหารพื้นเมืองสไตล์ล้านนา บรรยากาศร่มรื่นมาก
ร้านนี้เด็ดตรงที่เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมล้านนาค่ะ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมอาหารผ่านประสบการณ์จริง และยังให้โอกาสกับเด็กพิเศษทางการได้ยินให้ได้มาทำงานในร้านอีกด้วยค่ะ
ความเด็ดต่อมา คือ หากมีการจองกรุ๊ปทัวร์เข้ามา ทางร้านก็จะจัดบูธแนะนำอาหารพื้นเมืองให้ได้เดินทัวร์เดินชิมค่ะ ก็จะมีซุ้มของข้าวแต๋นทรงเครื่อง, เมี่ยงทรงเครื่อง และศาลายาดองเพื่อสุขภาพค่ะ



จากนั้นเสิร์ฟความอร่อยกันต่อด้วยขันโตกมื้อเย็น เปิดเมนูแรกกับออเดิร์ฟล้านนา ที่มีทั้งแหนม หมูยอ ไส้อั่ว เรียกน้ำย่อยสุดๆ ส่วนเมนูในขันโตก ก็จะมีแกงฮังเลหมู ปีกไก่ แคบหมู น้ำพริกอ่อง ผัดวุ้นเส้นไข่เค็มกระเทียมดอง แกงแคไก่ ลาบหมูคั่ว ยำไข่น้ำแร่แจ้ซ้อน เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวอัญชัน ตบท้ายด้วยผลไม้และของหวานล้างปาก สับปะรดและขนมเทียนแก้ว






และตลอดการดินเนอร์มื้อค่ำ ทางร้านก็จัดโชว์ฟ้อนงามๆ มาเอาใจลูกทัวร์ ถูกใจรุ่นใหญ่ของเราสุดๆ




ปิดท้ายของค่ำคืนนี้ แบบจริงจัง เราจับฉลากแจกรางวัลให้รุ่นใหญ่ ก็ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดี ทั้ง 4 ท่าน คุณแม่อารีรัตน์ คุณแม่ธัญญลักษณ์ คุณแม่เพ็ญศรี และคุณแม่ศรีไพร ที่ได้รางวัลบัตรรับประทานอาหาร โอมากาเสะ กับทางร้าน BEYOND WELLNESS By Chef LEEPIJIKA ด้วยนะคะ ปังไม่ไหว






หมดไปอีกวัน พรุ่งนี้ (8 ส.ค. 67) เป็นทริปวันสุดท้าย คืนนี้พักกายเพื่อเตรียมพร้อมต่ออีกวัน
———————————————————————————————————————————————-
วันนี้ (8 ส.ค. 67) เป็นวันสุดท้าย Day 3 ของทัวร์แล้วค่ะ พวกเราปักหมุดแรกที่ #วัดพระธาตุดอยพระฌาน วัดชื่อดังแห่งเมืองลำปาง ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง แถมยังอยู่บนภูเขาที่มองเห็นวิวภูเขาสุดลูกหูลูกตา สวยงามมากๆ
คณะทัวร์ลงรถปุ๊บ ถึงกับว้าว หลายท่านบอกว่า สวยมาก มาครั้งแรก พระองค์ใหญ่มากๆ เลย ซึ่งพระองค์ใหญ่ก็คือ #พระใหญ่ไดบุตซึ (พระอมิตาภพุทธะ) จำลองคล้ายกับวัดโคโตคุ เมืองคามุระ ของญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งจุดนี้มีบันไดและราวบันไดสีแดงโดดเด่นทอดยาวไปถึงองค์พระให้เราเดินขึ้นไปอย่างสบายๆ เลย ถ้าเหนื่อยตรงไหนก็แวะพักถ่ายรูปก่อนได้นะ




สำหรับองค์พระนั้น มองดูแล้วรู้สึกได้ถึงความสงบนิ่ง งดงามไม่แพ้องค์จริงที่ประเทศญี่ปุ่นเลย
แล้วก็ บริเวณทางขึ้นจะมีกระดิ่งให้เขียนขอพรด้วยนะ พอเขียนเสร็จแล้ว ก็เอาไปแขวนไว้ยังจุดที่เตรียมไว้ เห็นมะ… เหมือนอยู่ญี่ปุ่นไปอีก
ซึ่งที่นี่ บอกเลยค่ะว่า เป็นวัดที่จะได้ชมทั้งความสวยแบบไทยล้านนา และความแปลกตาในสิ่งก่อสร้างจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในที่เดียวกัน
แต่ก่อนที่จะขึ้นไปไหว้ พระใหญ่ไดบุตสึ ขอพาแก๊งรุ่นใหญ่ ไปยังวิหารด้านหน้าก่อนค่ะ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า “สมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลญาณ พิชิตมารวิกรม ปฐมสัมมาสัมโพธิญาณ ศรีพระฌานบรรพต” ประดิษฐานอยู่ในซุ้มเรือนแก้วสีทองอร่าม และภายในวิหารยังประดับด้วยงานแกะสลักปิดทองที่งดงามอีกด้วย
ด้วยความที่ ที่ตั้งของวัดเป็นยอดดอย เมื่อเดินไปถึงพระวิหารแล้วก็จะพบกับวิว 360 องศา บนลานด้านหน้าวิหาร จุดนี้คณะทัวร์สุดเฟี้ยวยืนถ่ายรูปโดยมีวิวฉากหลัง คือ ลานด้านหน้ามีบันไดนาคที่ทอดตัวขึ้นไปยังพระวิหารพระพุทธเจ้าองค์ปฐม วิหารหลังเล็ก ซึ่งบอกเลยว่างดงามมาก



เมื่อกราบพระประธานเรียบร้อยแล้ว เราพารุ่นใหญ่ เดินออกมาด้านหลังพระวิหาร จะเจอกับองค์พระธาตุเจดีย์สีขาวที่มีปลียอดและฉัตรสีทอง หรือก็คือองค์พระธาตุดอยพระฌานที่มีมาแต่ดั้งเดิมนั่นเองค่ะ
“ได้มาเห็นก็มีความสุขแล้ว ได้เห็นวิว เห็นแม่น้ำ ชอบมากๆ เลย มาที่นี่ครั้งแรก ผมเป็นคนเชียงรายครับ ไม่คิดว่าที่นี่จะสวยขนาดนี้” คุณพ่อวิบูลย์ หนึ่งในรุ่นใหญ่สุดเฟี้ยวบอกกับเรา
ถึงคิว ขึ้นไปไหว้สักการะพระไดบุตสึแล้วค่ะ
อ้อ ก่อนขึ้นอย่าลืมแวะไปตรงจุดขายระฆังอธิษฐานก่อนนะคะ ตรงปลายกระดิ่งของระฆังทำเป็นกระดาษ ตรงนี้เราเขียนข้อความขอพร หรือคำอธิษฐานอะไรก็ได้ค่ะ



แล้วลวดลายของระฆังก็ยังแยกประเภทของพรที่อยากขอด้วย เช่น ถ้าเป็นลายกุหลาบ ก็เป็นการขอพรเรื่องความรัก ถ้าเป็นรูปไก่ ก็เป็นเรื่องสุขภาพ การงาน ครอบครัว หรือรูปช้างก็จะเป็นเรื่องความสำเร็จ อะไรทำนองนี้ค่ะ
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา… มาถึงมื้อกลางวันส่งท้ายที่ #ลำปาง และเราจะเดินทางกลับ กทม. กันวันนี้ค่ะ แต่ก่อนกลับ เรามาเช็กอินกันที่ #ร้านบ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์ ที่เลือกที่นี่เพราะว่า ชื่อทัวร์ของเราก็ชัดเจนมากกก #รุ่นใหญ่สายเฟี้ยวเที่ยววันธรรมดา 55555 รุ่นใหญ่มาก็เลยอยากพาย้อนวันวาน โดยสถานที่แห่งนี้นะคะ เป็นเรือนโบราณเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาก อายุมากกว่า 100 ปี ที่มีสถาปัตยกรรมกลิ่นอายตะวันตก สไตล์โคโลเนียล ซึ่งชาวลำปางรู้จักกันดีในนามของ #บ้านเจิมสุข และเคยเป็นพี่พำนักของ มหาอำมาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรกของลำปาง
ขอบรรยายบรรยากาศก่อนที่จะไปถึงเมนูที่ทานนะคะ
ก้าวแรกตั้งแต่ลงจากรถ จะเห็นเลยว่าพื้นที่แบ่งเป็นโซนๆ ด้วยกันค่ะ เริ่มจากด้านหน้าคือ โซนพุ่มกุหลาบ สวนสไตล์อังกฤษ ซึ่งมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง
“เรือนโบราณสีเหลือง” ที่ห้องภายในถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นที่รองรับการบริการไปตามยุคสมัย แต่ๆๆๆ ยังคงจัดวางข้าวของเครื่องใช้ ของตกแต่งสุดคลาสสิคให้พวกเราได้ยลโฉมกัน โซนนี้มีบาร์ค็อกเทลด้วยนะ เพราะชั้นล่างจะมีห้องรับรองค็อกเทลบาร์ หรูหราและสวยงาม



ส่วนชั้น 2 อันนี้ คณะชอบมากเลย เพราะเป็นห้องพักที่ตกแต่งแบบร่วมสมัย ผสมผสานความคลาสสิคได้อย่างลงตัว



แน่นอนว่าแก๊งเราเลือกนั่งโซนบ้านเหลือง เพราะแอร์เย็นสบายมากค่ะ เราสั่งอาหารที่เป็นชุดสุดคุ้ม ที่เสิร์ฟพร้อมกับน้ำลำไย, ตะไคร้ หรือมะตูม
มาดูเมนูกันว่ามีอะไรบ้าง น่ากินเบอร์ไหน
set แรก หมูโสร่ง, ปลากระพงต้มมะนาว, ผัดสายบัวขาวเห็ดหอม หมูบด และข้าวสวย
set 2 แกงปูใบชะพลู, เส้นหมี่ขาวลวก พร้อมไข่ต้ม
set 3 ส้มตำไทยพร้อมผักสด, ปีกไก่ทอดน้ำปลาและน้ำจิ้มแจ่ว เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียว
set 4 ไก่ทอดกระเทียม, ผัดผักรวม, แกงเผ็ดหมู เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย
แล้วก็ยังมี หมูโสร่ง กุ้งโสร่ง+อาจาด, ข้าวแต๋นหน้ากุ้ง และ ยำสับปะรดคอหมูย่าง






บอกเลยว่าอร่อยทุกอย่างทุกท่านเอ็นจอยอีสติ้งกันมากเว่อร์ แต่ละชุดหนึ่งคนอิ่มพอดี ที่สำคัญอาหารแต่ละจานประดับด้วยดอกนกยูง ให้ความรู้สึกหวานชื่นขึ้นมาทันใด
มื้อนี้อิ่มมาก อิ่มแบบจุใจ
ใครที่มาเที่ยวลำปาง อยากบอกว่า ประตูบ้านพระยาสุเรนทร์เปิดแล้วนะคะ คนรักบ้านเก่าจะพลาดได้ไง








ที่สำคัญเราต้องขอขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ทำให้เกิดกิจกรรมในครั้งนี้ และ ขอบคุณ ททท.สำนักงานลำปาง ที่ดูแลและอำนวยความสะดวกให้ตลอดทริป
สุดท้ายนี้ อยากบอกทุกๆ คน ว่า ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องใช้ชีวิตให้มีความสุข ความทรงจำดีๆ ภาพประทับใจ ความสุขของคนวัยเก๋าแบบไม่เสียดายเวลา ทริปนี้ได้ไปรู้จักเพื่อนใหม่ ทำกิจกรรมกับคนวัยเดียวกัน เปิดหู เปิดตา เปิดใจ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย
ทริปหน้า เจอกันที่ นครศรีธรรมราช นะ
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #สุขทันทีที่เที่ยวกับอีจัน #สุขทันทีที่เที่ยววันธรรมดากับอีจัน #สุขทันทีที่เที่ยววันธรรมดา #วันธรรมดาน่าเที่ยว #เมืองน่าเที่ยว #เที่ยวหน้าฝน #รุ่นใหญ่สายเฟี้ยวเที่ยววันธรรมดา