กินอร่อยเลยล่ะคุณผู้ชม!
วันนี้(7 พ.ค.69) “ประธานปิ๊” พาลูกเพจอีจันจานเด็ด มาชิมอาหารอร่อยกันที่ “ยุ้งเกลือ บ้านแหลม” ซึ่งเรื่องราวก่อนหน้านี้มันเริ่มต้นที่ช่วงเวลาเกือบเที่ยง ได้จอดรถริมถนน “ถนนสายนาเกลือ – บ้านแหลม” หรือ เส้น 4012 บ้านแหลม–บางตะบูน ลงมาสัมผัสลมทะเลที่พัดผ่านนาเกลือสีขาวกว้างสุดสายตา “บ้านแหลม เพชรบุรี” เป็นพื้นที่ทำนาเกลือ ที่มีประวัติยาวนาน ย้อนไปถึงช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกลือในยุคนั้นไม่ใช่แค่เครื่องปรุง แต่ถือว่าเป็นหัวใจของการใช้ถนอมอาหารและการปรุงรส ทำให้ เกลือสมุทร ปลา กะปิ น้ำปลา เดินทางไปสร้างรสชาติให้กับคนไทยในภูมิภาคต่างๆ


ซึ่งเลือกมาร้านนี้เลย “ยุ้งเกลือ บ้านแหลม” เข้ามาปุ๊ปว้าวปั๊ป เพราะพื้นที่รอบๆ ร้านยังคงเป็นแปลงนาเกลือที่มีชีวิตชีวา เพราะเขายังทำกันอยู่จริงๆ ยุ้งเกลือนี่เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ โครงสร้างร้านเป็นไม้เปิดโล่ง อารมณ์แบบยุ้งเก็บเกลือ ตั้งอยู่กลางวิวนาเกลือกว้างที่จะเปลี่ยนสีไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่ขาวจ้าในตอนกลางวัน ไปจนถึงสีทองส้มนวลยามเย็น หลังร้านมีสะพานไม้และจุดเดินลงไปถ่ายรูปนาเกลืออย่างใกล้ชิดด้วย



เเถมเมนูเยอะของร้านนี้เยอะมาก แต่ผมสั่งมา 4 อย่าง คือ “กุ้งคั่วพริกดอกเกลือ” “กะพงต้มแดงโบราณ” “ปลาทูทอดน้ำปลา” “ชะครามลวกกับน้ำพริกกะปิ”




“กุ้งคั่วพริกดอกเกลือ” จานนี้หน้าตาธรรมดา แต่ซ่อนภูมิปัญญาเอาไว้นะครับ เพราะ “ดอกเกลือ” คือ ผลึกบางๆ ที่ลอยขึ้นบนผิวน้ำในช่วงเช้ามืด จะเกิดขึ้นหลังจากสูบน้ำทะเลเข้าบ่อ ไล่ระดับความเค็มผ่านสายลมและแสงแดด จนเข้มข้นถึงจุดหนึ่ง ธรรมชาติจะสร้างชั้นเกลือบางๆ ขึ้นบนผิวน้ำ ชาวนาเกลือต้องรีบใช้ไม้ช้อนขึ้นก่อนแดดแรง เพราะถ้าช้าเพียงนิดเดียว ดอกเกลือจะจมและกลายเป็นเกลือธรรมดาทันที เมื่อเอากุ้งสดเนื้อแน่น คั่วกับดอกเกลือ รสเค็มจึงละมุน ไม่พุ่งแหลม แต่เค็มนุ่ม ละเอียด เวลาเคี้ยวเหมือนมันจะค่อยๆ แผ่รสในปากพร้อมกับหวานของเนื้อกุ้งเด้งๆ



“กะพงต้มแดงโบราณ” มาในหม้อไฟไซส์บึ้ม เมนูนี้เด็ดมากครับ!!!! นี่คืออาหารของคนบ้านแหลม เวลาทำเขาจะต้มน้ำให้เดือด ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยบุบ เพื่อสร้างกลิ่นฐาน จากนั้นใส่ปลากะพงสด (ชิ้นบึ้ม) ลงไป แล้วต้องต้มแบบห้ามคนด้วยนะ เพื่อให้เนื้อปลายังสดแน่นไม่คาว พอเติมน้ำตาลมะพร้าวที่เคี่ยวกับน้ำปลาเล็กน้อยลงไป น้ำซุปก็จะเป็นสีเข้มออกโทนแดง แล้วเทลงหม้อไฟ ปรุงเพิ่มด้วยน้ำปลาและน้ำมะขามเปียก ชิมให้ได้รสสมดุล ต้มต่อด้วยไฟกลางจนทุกอย่างเข้ากันดี ปิดท้ายด้วยหอมแดงทุบ ต้นหอม หรือขึ้นฉ่าย ตอนซดจะได้รสหวานลึกจากน้ำตาลเคี่ยว เค็มกลมจากน้ำปลา และมีเปรี้ยวบางๆ จากมะขามซ่อนอยู่ด้านหลัง ไม่โดดจัดจ้านแบบต้มส้มทั่วไป ที่สำคัญ เมื่อกินเนื้อปลากะพงชิ้นใหญ่ที่ซึมซับน้ำแกงไว้เต็มที่ นุ่มฉ่ำได้รสชาติดีมากๆ






ต่อด้วย “ปลาทูทอดน้ำปลา” ปลาทูตัวใหญ่มีความสดมาก ทอดมาผิวนอกตึง กรอบบาง บั้งตัวมาด้วย ทำให้เห็นเนื้อในว่ายังขาวฉ่ำ ราดด้วยน้ำปลาปรุงรสที่เคี่ยวมาหอมๆ แค่แกะกินกับข้าวก็สวยร้อนๆ ก็เด็ดดวงแล้วครับ



แต่สูตรประธานปิ๊นั้น ต้องแกะเนื้อปลาทูมากินพร้อมกันกับ “ชะครามลวกกับน้ำพริกกะปิ” สิครับ “ชะคราม” เป็นพืชชายเลนที่เติบโตได้ในดินเค็ม มันจะสะสมเกลือไว้ในตัวเองจนกินสดไม่ได้ ต้องล้างหลายรอบ แล้วเอาไปลวกน้ำเดือด แล้วช็อกน้ำเย็นทันที (บางคนก็บีบๆ เพื่อดึงเกลือออก) ชะครามลวกจะกรอบและรสอ่อน จิ้มกับน้ำพริกกะปิที่หอมกะปิแท้ โปะด้วยด้วยเนื้อปลาทูชิ้นใหญ่เต็มคำ กินรวมคำเดียวกับข้าวสวยร้อนๆ ได้รสเผ็ดเค็มเปรี้ยวซ่อนหวานปลายๆ หอมปลาทูทอดด้วย มันอร่อยจนบรรยายไม่ถูก ต้องมากินเองนะครับ FC อีจันจานเด็ดที่เคารพทุกท่าน!!!!









คำเตือนด้วยความรัก ก็คือ อาหารร้าน “บ้านแหลม เพชรบุรี” จานใหญ่นะจ๊ะ ไปสองคนอย่าลืมตัวสั่งมามากมายหลายสิ่ง อาจจะต้องห่อกลับบ้านแบบผมนะครับ สำหรับประธานปิ๊พออิ่มแล้วนั้น ก็ออกไปเดินย่อยอาหารไปถ่ายรูปนาเกลือหลังร้าน วิวดีมาก ถ่ายยังไงก็สวยทุกมุม
อันนี้น่าอีทมาก บอกเลย! หรือวันหยุดนี้ต้องตามไปกินจริงๆเเล้วรึป่าวเนี้ย?
