ไขข้อสงสัย “ทุเรียน” กินยังไงถึงจะดี เเล้วกินยังไงเป็นโทษ?
เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก มูลนิธิหมอชาวบ้าน ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับการกินทุเรียน ซึ่งเชื่อว่าคนชอบกินมากอยู่เเล้วเพราะมีความหอม มีความมัน อร่อยสุดๆ เเต่เรามาดูกันหน่อยค่ะว่าเเล้วกินยังไงให้ปลอดภัย กินเเล้วไม่ให้เป็นโทษต่อร่างกายจะต้องกินขนาดไหน?

ทุเรียน (Durio zibethinus Murray) หรือที่ฝรั่งเรียกว่า durian เป็นไม้พื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการผลิตทุเรียนมากที่สุด รองลงมาคืออินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เนื้อและเมล็ดของทุเรียนมีคุณค่าทางอาหารสูง และให้พลังงานสูงเช่นกัน (ประมาณ 124 กิโลแคลอรี/100 ก.) เพราะอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และมีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม


นอกจากนี้ในเนื้อของทุเรียนยังมีสารประกอบซัลเฟอร์หรือกำมะถัน เช่น thiols, thioethers, ester และ sulphides ซึ่งทำให้ทุเรียนมีกลิ่นเฉพาะตัวที่รุนแรง และสารสำคัญที่พบในทุเรียนคือสารในกลุ่ม คาโรทีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอล ต้องบอกเเบบนี้ค่ะว่า ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลและไขมันในเลือด
กรมอนามัยเอง มีการออกมาเตือนว่า การกินทุเรียน 4 – 6 เม็ด จะเทียบเท่าการดื่มน้ำอัดลม 2 กระป๋อง (พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี) และการกินทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการขาดน้ำได้ และแนะนำว่าไม่ควรกินเกิน 2 เม็ดกลาง เพราะการกินทุเรียนทำให้เกิดโรคร้อนในและเจ็บคอได้ง่าย วิธีป้องกัน คือ ดื่มน้ำผสมเกลือแกงครึ่งช้อนชา หรือดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้
ย้ำว่ากินได้ค่ะ เเต่ต้องกินเเบบไม่ร้อนใน กินให้พอดี อร่อยเเบบปลอดภัยดีกว่าค่า
ที่มา: มูลนิธิหมอชาวบ้าน https://www.facebook.com/share/p/18YLAiC2GY/
