คนที่เป็นเท่านั้นถึงจะเข้าใจ!
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก หมอเจด เตือนภัยเกี่ยวกับการทำงานของจิตใจที่เราอาจจะกำลังป่วยอยู่ก็เป็นได้ เช่นถ้าใครที่รู้สึกว่า บางวันนอนก็พอประมาณ แต่ตื่นมาเหมือนสมองไม่เดิน อ่านอะไรก็ไม่เข้าใจ งานง่าย ๆ ก็ใช้เวลานาน หงุดหงิดง่าย จำอะไรไม่ค่อยได้ จริง ๆ สมองล้าไม่ได้เกิดจากนอนน้อยอย่างเดียวนะ มันอาจมาจากร่างกายที่อักเสบสะสม น้ำตาลแกว่ง ลำไส้รวน เครียดเรื้อรัง หรือกินอาหารที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยมานาน ๆ ก็ได้ ซึ่งหมอได้บอกว่า…..

อย่างแรกเลย น้ำตาลแกว่งทำให้สมองล้าได้ สมองใช้พลังงานจากน้ำตาล แต่ไม่ได้แปลว่ายิ่งกินหวานยิ่งดีนะ ถ้ากินแป้งขัดขาว น้ำหวาน ขนม หรือกาแฟหวานบ่อย ๆ น้ำตาลจะขึ้นเร็วแล้วลงเร็ว บางคนเลยง่วงหลังอาหาร หิวไว มือสั่น ใจสั่น คิดอะไรไม่ค่อยออกช่วงบ่าย ๆ อันนี้ไม่ใช่สมองไม่สู้ แต่น้ำตาลมันเหวี่ยงจนสมองทำงานไม่ลื่น
-ลำไส้แย่ ก็มีผลกับสมองได้ ถ้าท้องอืดทุกวัน ถ่ายไม่เป็นเวลา ท้องผูกสลับท้องเสีย กินผักน้อย กินหวานเยอะ ลำไส้ก็เริ่มรวนได้ แล้วลำไส้มันเกี่ยวกับภูมิ การอักเสบ และสารสื่อประสาทบางตัว ถ้าลำไส้แย่เรื้อรัง บางคนจะไม่ใช่แค่แน่นท้อง แต่เริ่มสมองล้า อารมณ์เสียนอนแย่ตามมาได้
-เครียดสะสม ทำให้สมองเหมือนเปิดงานค้างตลอดเวลา คนที่เครียดทุกวัน สมองไม่ได้พักจริง ต่อให้ได้นอน แต่ถ้าก่อนนอนยังคิดเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องบ้าน เรื่องคนอื่นวนไปหมด ร่างกายก็ยังอยู่ในโหมดเครียด ฮอร์โมนเครียดอย่างคอร์ติซอลสูงบ่อย ๆ ทำให้สมาธิแย่ ความจำแย่ หงุดหงิดง่าย แล้วก็เหนื่อยแบบอธิบายไม่ถูกได้
-การอักเสบเรื้อรัง ทำให้ร่างกายไม่สด สมองก็ไม่สด อักเสบในที่นี้ไม่ใช่ต้องมีแผลบวมแดงให้เห็น แต่เป็นการอักเสบต่ำ ๆ จากพฤติกรรมสะสม เช่น นอนดึก กินหวาน ของทอด อาหารแปรรูป พุงเยอะ ไม่ขยับตัว เครียดนาน ๆ พอร่างกายอักเสบ สมองก็ได้รับผลได้เหมือนกัน บางคนเลยรู้สึกคิดช้า สมองตื้อ ไม่มีแรงเริ่มงาน ทั้งที่ไม่ได้ป่วยชัด ๆ

-ขาดสารอาหารบางอย่าง สมองก็ไปไม่สุด กินน้อยเกินไป กินแต่แป้ง กินโปรตีนน้อย หรือไม่ค่อยกินผัก ผลไม้ ถั่ว ปลา ไข่ ร่างกายอาจขาดตัวช่วยที่สมองต้องใช้ เช่น วิตามินบี โอเมก้า-3 แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก หรือโปรตีน พอของไม่พอ สมองก็ทำงานไม่เต็มที่ อย่าลดน้ำหนักจนเหลือแต่กาแฟกับความอดทน แล้วหวังให้สมองคมทั้งวัน แบบนั้นยากค่ะ
เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเป็นเเบบนั้นก็ต้องรีบปรับตัวด้วยค่ะ ง่ายๆเลยก็คือ ถ้าอยากให้สมองกลับมาทำงานดีขึ้น เริ่มจากพื้นฐานก่อน


ลดน้ำหวาน แป้งขัดขาว และขนม โดยเฉพาะมื้อเช้ากับมื้อกลางวัน
กินโปรตีนให้พอ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ ถั่ว หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ
เพิ่มผัก ไฟเบอร์ และอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เพื่อดูแลลำไส้
เดินหลังอาหาร 10–15 นาที ช่วยให้น้ำตาลไม่เหวี่ยงง่าย
นอนให้เป็นเวลา และลดมือถือก่อนนอน
ลดของทอด อาหารแปรรูป แอลกอฮอล์ เพราะพวกนี้เติมการอักเสบได้

ถ้าสมองล้ามากผิดปกติ เหนื่อยง่าย ซีด ใจสั่น นอนไม่หลับเรื้อรัง หรืออารมณ์แย่มาก ควรไปตรวจ ไม่ต้องฝืนเอง อย่างที่บอกค่ะเรื่องสมองล้า ไม่ใช่เเค่เรื่องนอนน้อยอย่างเดียวนะ ถ้ากินหวานทุกวัน ลำไส้รวน เครียดสะสม ไม่ขยับตัว แล้วร่างกายอักเสบอยู่เรื่อย ๆ สมองมันก็ไม่สดได้เหมือนกัน กลับบ้านไปลองปรับใหม่ทั้งหมด รีเซตทุกอย่างดูค่ะเเละที่สำคัญคือห้ามเครียด จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ
ที่มา: https://web.facebook.com/share/p/18fwjPBhaR/
