แก่งกระจาน เปิดแลนด์มาร์คใหม่ ประติมากรรม “จระเข้วังข่า”  จระเข้สายพันธุ์ไทยใกล้สูญพันธุ์

ก้ามปู อีจัน

ก้ามปู อีจัน

24 มีนาคม 2568

แก่งกระจาน เปิดแลนด์มาร์คใหม่ ประติมากรรม “จระเข้วังข่า”  จระเข้สายพันธุ์ไทยใกล้สูญพันธุ์

วันนี้ 22 มีนาคม 2568 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้มีโอกาส ต้อนรับ ดร.สรไกร เรืองรุ่ง ผู้อำนวยการสถาบันช่างเมืองเพชรและศิลปะร่วมสมัย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ที่นำประติมากรรมรูปจระเข้น้ำจืด มาติดตั้ง เพื่อเป็นจุดแลนด์มาร์คถ่ายภาพจุดใหม่ บริเวณสนามหญ้าหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

โดนประติมากรรม จระเข้น้ำจืดตัวนี้ ดร.สรไกร กล่าวว่า มีที่มาจาก การทำเป็นงานวิจัย ที่เกี่ยวกับ เรื่องความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยต้องการที่จะสะท้อน ว่าจระเข้น้ำจืดใกล้จะสูญพันธุ์  จึงออกแบบให้เป็นจระเข้ ที่มีลักษณะเหมือนก้อนน้ำแข็งที่กำลังละลาย กำลังจะสลายหายไป  และประติมากรรมชิ้นนี้ เป็นแลนด์มาร์คที่จะทำให้นักท่องเที่ยว เห็นและช่วยกันรณรงค์ อนุรักษ์รักษา ทรัพยากรธรรมชาติให้อุดมสมบูรณ์และคงอยู่ต่อไป

การดำเนินการสร้าง ประติมากรรมจระเข้ชิ้นนี้ สร้างจากน๊อตตัวเมีย อ็อกเชื่อมต่อกันทีละตัว เป็นตัวจระเข้โผล่พ้นพ้นใบบัว หมายถึงแหล่งน้ำจืด อ้าปากกว้าง มีริ้วที่บริเวณปากด้านล่างเป็นหยดน้ำเหมือนการละลายของก้อนน้ำแข็ง สื่อถึงสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากโลก

หันหน้าประติมากรรมไปทางเกาะพลับพลา หรือเกาะในหลวง อันที่สถานที่อันควรเคารพในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้

ต้นทุนในการก่อสร้าง ดร.สรไกร กล่าวว่า  ได้รับทุนจาก ทุนอุดหนุนการวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.) บริหารแหล่งทุนค่าวัสดุในการสร้างไม่น้อยกว่า 2 แสนบาท บวกกับการทุมเทของทีมงาน จนได้ประติมากรรมชิ้นนี้ออกมา เป็นงานศิลปะอันทรงคุณค่า มอบไว้ให้เป็นสมบัติชองชาติ ไว้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีตลอดไป

สำหรับจระเข้วังข่า เป็นจระเข้สายพันธ์ไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Crocodylus siamensis ปัจจุบันพบได้น้อยมากในธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีการตั้งกล้องดักถ่ายภาพพบที่  บริเวณวังข่า และชับชุมเห็ด ในแม่น้ำเพชรบุรีตอนบนเหนือหมู่บ้านโป่งลึกบางกลอยขึ้นไปประมาณ 10 กิโลเมตร และพบร่อยรอยจระเข้ที่เกาะสะแกวัลย์ในอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ซึ่งทั้งอุทยานมีจำนวนไม่เกิน 10 ตัว

จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและคนทั่วไป ให้ช่วยกันเที่ยวอย่างใส่ใจ หวงแหนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า ให้คงอยู่เป็นมรดกตกทอดสืบไปนะคะ

เพราะธรรมชาติจะเยียวยาเรา….