ธนดล ประกาศ! ล้างบางให้เกลี้ยง ข้าราชการ เอี่ยวคดี ส.ป.ก.

แมงปอ อีจัน

แมงปอ อีจัน

20 มิถุนายน 2567

ธนดล ประกาศ! ล้างบางให้เกลี้ยง ข้าราชการ เอี่ยวคดี ส.ป.ก.

เช้าตรู่ ของวันพฤหัสบดี ที่ 20 มิ.ย. 67 ทีมจับกุมนัดรวมตัวกัน เพื่อวางแผน กระจายกำลัง บุกจับ ข้าราชการ ที่พบหลักฐานโยงใยสู่ คดี ส.ป.ก. เอื้อประโยชน์ให้นายทุนใหญ่

ปฏิบัติการครั้งนี้ นำโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ ปปท. , ปปง. , ปปช.

ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บุกจับ อดีตข้าราชการ ส.ป.ก. นครราชสีมา ระดับหัวหน้าช่างรังวัด

ซึ่งตำรวจสืบสวนข้อมูล จนพบว่า อดีตข้าราชการรายนี้ มีข้อมูลโยงใยกับการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. โดยมิชอบทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนใหญ่

โดยเจ้าหน้าที่ สามารถจับกุม นายปรีชา อดีตหัวหน้าช่างรังวัด ได้ขณะออกกำลังกาย ตอนเช้า ที่สวนสุขภาพ อ่างสุระ จ.นครราชสีมา

ทันทีที่เจ้าหน้าที่แสดงตัว เจ้าตัวก็มีอาการเครียดและร้องไห้ พร้อมยกมือไหว้ ถามตำรวจว่า

จากนั้น อดีตหัวหน้าช่างรังวัด ได้ขอติดต่อคนใกล้ชิด อ้างเพื่อปรึกษาเรื่องเงินประกันตัว โดยเจ้าตัวมีท่าทีกระวนกระวาย และ ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา

นายธนดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการจับกุม ย้อนไปเมื่อ ช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ ได้มาร้องตนเองว่ามีโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดนครราชสีมา แอบปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ

เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่า โรงงานดังกล่าวได้กว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. ของชาวบ้านมา กว่า 600 ไร่เพื่อปล่อยน้ำเสีย ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ที่ดิน ส.ป.ก.นี้ ออกโดยมิชอบ มีข้าราชการเอื้อประโยชน์ เร่งรัดการออกเอกสารให้กับชาวบ้านรวม 13 ราย โดยใช้ระยะเวลาแค่เดือนเดียว ซึ่งปกติ กระบวนการต้องใช้เวลาถึง 5 เดือน หรือมากสุด 3 ปี

จากนั้นได้นำที่ดินดังกล่าว มาเปลี่ยนมือ ให้อยู่ในการครอบครอง ก่อนที่โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังจะนำที่ดินมาปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งได้รับความเสียหายเกือบ 600 ไร่ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 ออกหมายจับเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกระทำผิดทั้ง 4 ราย

ขณะที่พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเฟสแรกและกำลังมีเฟสที่ 2 ตามมา เบื้องต้นจากพยานหลักฐาน สามารถมัดตัว เจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่ศาลออกหมายจับได้

จากนี้ก็ไปว่ากันตามพยานหลักฐานในชั้นศาล ยืนยันว่าตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทุกนาย จะนำ ที่ดินที่เกษตรกรรมมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นที่ บ้านเช่าหลังหนึ่ง ซึ่ง อดีตหัวหน้าช่างรังวัด ได้เปิดเป็นบริษัทภายในบ้านเช่า

ก็พบหมุดปักที่ดินต้องรังวัด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เกี่ยวกับการรังวัดที่ดินจำนวนมาก พร้อมด้วยเอกสารอีกมากมาย

เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ตรวจสอบทั้งหมด

พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.นครราชสีมา มาตรวจสอบหมุดที่ดิน ว่าเป็นของจริงหรือไม่ และหมุดดังกล่าวได้มาอย่างไร

ซึ่งทุกหมุดมีตัวเลขกำกับไว้อยู่ด้านบน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังสำนักงาน ส.ป.ก. นครราชสีมา เพื่อค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

นายธนดล ยังกล่าวอีกว่า การที่พบเจอหมุด และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นสมบัติของรัฐ ในบ้านเช่าของ อดีตหัวหน้าช่างรังวัด

นั้น ถือเป็นความผิด ซึ่งหากมีการตรวจสอบว่าหมุดในบ้าน เป็นของ ส.ป.ก.จริง จะมีความผิดฐาน ลักทรัพย์ของทางราชการ แต่หากหมุดนั้นไม่ใช่ของจริง จะมีความผิดฐานปลอมแปลง ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการสืบสาวต่อ พร้อมประกาศล้างบางข้าราชการทุกคน ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้โดยมิชอบ และไม่สนว่าใครจะใหญ่มาจากไหน

นอกจากการบุกจับครั้งนี้ ตำรวจยังกระจายกำลัง ตรวจค้นพื้นที่อีก 13 จุด ที่ได้เอกสาร ส.ป.ก. มาโดยมิชอบสามารถจับข้าราชการได้อีก 3 ราย

1.นายอัครเดช อายุ 56 ปี
ตำแหน่งปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา
จับกุมได้ที่ ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ กรุงเทพฯ

2.นางวิไลลักษณ์ อายุ 53 ปี
ตำแหน่ง ผอ.กลุ่มนิติกรชำนาญการพิเศษ
ถูกจับที่บริเวณหน้ากระทรวงคมนาคม กรุงเทพฯ

3.นายโชคศักดิ์ อายุ 54 ปี
ตำแหน่งนายช่างรังวัด
จับกุมได้ที่ บ้านพัก ใน จ.อุดรธานี

ซึ่งเป็นขบวนการเดียวกันกับ นายปรีชา อดีตหัวหน้าช่างรังวัด โดยตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหาแก่ 4 ข้าราชการที่ถูกจับกุม คือ

  1. ร่วมกันให้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ
  2. เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

โดยภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ ได้นำตัวไปสอบสวนที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขยายผลสืบสาวไปสู่ นายทุนใหญ่ เบื้องหลัง หมุด ส.ป.ก.ผุดเขาใหญ่ ต่อไป