บทพิสูจน์และการแก้ปัญหา “เสือโคร่งแก่โผล่ป่าดงใหญ่“

ต่อ อีจัน

ต่อ อีจัน

19 กรกฎาคม 2567

บทพิสูจน์และการแก้ปัญหา “เสือโคร่งแก่โผล่ป่าดงใหญ่“

ข่าวการเจอเสือโคร่งตัวใหญ่ที่ จ.บุรีรัมย์
ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า…เสือโคร่งตัวนี้ อาจเป็นเสือเลี้ยงที่ถูกปล่อย หลังจากที่ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ ปฏิบัติการ “เสือล่าเสือ” ทำการล่อซื้อกับคนลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ จ.สุรินทร์ หรือไม่!

เรื่องนี้ อีจัน ส่งทีมพิสูจน์ทันที

19 ก.ค. 67
สองเสือหนุ่มบ้านอีจัน ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ มุ่งตรงปลายทาง “เขตรักษาพันธุ์ป่าดงใหญ่” จ.บุรีรัมย์ เพื่อหาคำตอบเสือแก่ตัวนี้เป็น “เสือป่า” หรือ “เสือเลี้ยง”

เราได้ร่วมประชุมกับทีมสัตว์แพทย์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ,เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ,เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ป่าดงใหญ่ ร่วม 2 ชั่วโมง สุดท้ายก็ได้ข้อสรุป

นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ป่าดงใหญ่ ยืนยันว่า เสือโคร่งตัวนี้ เป็นเสือป่าชัดเจน มีเลขไอดี “116M” ตามที่มีข่าวเสนอไป

ซึ่งตอนนี้ก็เท่ากับว่า…ประเด็นเสือตัวนี้เกี่ยวข้องกับการล่อซื้อของชุดพญาเสือก็เคลียร์!

แต่…ยังมีสิ่งที่ต้องเคลียร์อีก เสือแก่ตัวนี้ อยู่ในเขตไหน?

การตรวจสอบปรากฎว่า เสือแก่ตัวนี้ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ และอุทยานแห่งชาติตาพระยา ซึ่งมีราษฎรทำกินตามมาตรา 121 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 64 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพื้นที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)

นั่นก็หมายความว่า ”เสือแก่ตัวนี้อยู่ในป่าตามกฎหมาย และชาวบ้านก็มีที่ทำกินตามกฎหมาย“ เหมือนกัน

ตอนนี้ความหนักใจก็ตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ “เขตรักษาพันธุ์ป่าดงใหญ่” เพราะ?

  • เสืออยู่พื้นที่ของมัน เจ้าหน้าที่จะไปจับส่งหน่วยงานดูแลไม่ได้ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ทำถือว่าผิดระเบียบ
  • ราษฎรที่ทำกินในพื้นที่เกิดความไม่สบายใจ วัว-ควาย ของราษฎรอาจถูกเสือแก่ตัวนี้จัดการแบบร้านบุฟเฟ่ต์

ทางแก้ปัญหาตอนนี้คือ…

  • จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวัง รอบพื้นที่ที่พบเสือ
  • ติดกล้องส่องสัตว์ ติดตามการเคลื่อนที่ของเสือ
  • ติดป้ายประชาสัมพันธ์ชาวบ้าน ขอความร่วมมือในการเข้าพื้นที่ทำกิน
  • วางแผนพลักดันเสือให้เข้าไปในป่าลึกห่างจากจุดทำกินของชาวบ้าน

ทั้งนี้ ปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาเหล่านี้ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ป่าดงใหญ่ กล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือจากชาวบ้านจริงๆ เพราะหากไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ผลเสียก็จะตกอยู่กับตัวชาวบ้านเอง “น้ำต้องพึ่งเรือ เสือก็ต้องพึ่งป่า”