พญาเสือ ลุยตรวจสอบโรงแรมแอบปล่อยน้ำเสียลงทะเล จ.กระบี่

migrator

migrator

11 มกราคม 2564

พญาเสือ ลุยตรวจสอบโรงแรมแอบปล่อยน้ำเสียลงทะเล จ.กระบี่

ตามข้อสั่งการของ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้หน่วยฯ พญาเสือ ดำเนินการเข้าตรวจสอบ กรณี เรื่องร้องเรียน เมื่อวันที่ 16 เม.ย.63 ว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล บริเวณอ่าวต้นไทร ผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
จนท.ลงพื้นที่ตรวจสอบหมู่ที่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ พบสภาพพื้นที่บริเวณชายหาดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีลักษณะเป็นลำรางทางน้ำไหลผ่านลงสู่ทะเล ซึ่งยังมีน้ำที่มีการปนเปื้อนของตะกอนและคราบสีดำไหลอยู่ เป็นเส้นสายเล็กๆ พื้นทรายมีร่องรอยการขุดกลบหรือเกลี่ยทรายทับปิดไว้ โดยรอบพื้นที่ยาวตลอดเลยขึ้นไปถึงบริเวณที่อยู่นอกเขตอุทยานฯ (พื้นที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ) เป็นลำราง/คูน้ำสาธารณะ
ภาพจากอีจัน

ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่ง พบว่า น้ำเสียที่ไหลลงทะเลเกาะพีพีนั้น เป็นน้ำเสียจากโรงแรมผู้ประกอบการแห่งหนึ่งบนเกาะที่ล้างระบบบำบัดน้ำเสีย และลักลอบปล่อยน้ำเสียทิ้งลงลำรางระบายน้ำโดยตรง เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ได้จากการสืบสวนขยายผลการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล และเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมของโรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะพีพี ย่อมทราบดีว่าการปล่อยน้ำเสียทิ้งออกสู่คลองสาธารณะซึ่งเป็นปลายทางไหลลงสู่ทะเลน่านน้ำไทย และเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ย่อมก่อให้เกิดมลพิษและความเสียหายแก่แหล่งน้ำสาธารณะและอุทยานฯ กระทบกระเทือนต่อระบบนิเวศทางน้ำและสิ่งแวดล้อมของแหล่งน้ำนั้น

ภาพจากอีจัน

อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยัง เป็นเขตควบคุมสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 16 มีนาคม 2559 เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในท้องที่อำเภออ่าวลึก อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเหนือคลอง อำเภอคลองท่อม และอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าของกิจการโรงแรม ผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายแก่แหล่งน้ำสาธารณะและอุทยานฯ แต่เจ้าของกิจการโรงแรม ผู้ที่เกี่ยวข้อง กลับมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามภาระหน้าที่ เมื่อปรากฏว่าโรงแรมของตนก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุทยานแห่งชาติ เจ้าของกิจการโรงแรม ผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ดังนี้

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

-มาตรา 19 (2) ภายในอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใด กระทำการอื่นใด (ปล่อยน้ำเสีย) อันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีบทลงโทษตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภาพจากอีจัน

– มาตรา 40 ผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการไม่ว่าจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ ผู้นั้นต้องรับผิดชอบค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น