ชาวเชียงราย สุดทน! จี้ สถานทูตจีน-เมียนมา แก้ปัญหาสารหนู หลังปลาน้ำกก-น้ำโขง ผิวเป็นตุ่ม
แพทตี้ อีจัน
20 พฤษภาคม 2568

ชาวเชียงราย สุดทน! นัดรวมพลัง จี้ สถานทูตจีน-เมียนมา แก้ปัญหาสารพิษในน้ำ หลังพบปลาในแม่น้ำกก แม่น้ำโขง และรวก ผิวเป็นตุ่มเพียบ
วานนี้ (19 พ.ค.68) ที่หอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย ขัวศิลปะ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เครือข่ายภาคประชาชนหลายองค์กร ใน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เช่น มูลนิธิชุมชนและเขตภูเขา, นางเตือนใจ ดีเทศน์ หรือครูแดง, ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, มูลนิธิกระจกเงา, สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต, กลุ่มรักษ์เชียงของ, นักธุรกิจและเครือข่ายผู้นำชุมชนต่างๆ ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหากรณีกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงบางส่วน พบค่าของสารหนูเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ ได้ออกมาเปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียม ระบุว่า ต้นแม่น้ำกก และน้ำสายที่ จ.เมืองสาด และเมืองยอน ในเขตปกครองพิเศษที่ 2 นอกจะมีเหมืองทองคำแล้ว ยังอาจมีเหมืองแรร์เอิร์ธ ซึ่งเป็นแร่หายากอีกอย่างน้อย 2 แห่ง ทั้งทางทิศตะวันออกและตะวันตกใกล้กับแม่น้ำกก ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติจะจัดกิจกรรมเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในวันที่ 5 มิ.ย.68 ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมโลกกำหนดเบื้องต้นบริเวณลานหน้าศาลากลาง จ.เชียงราย ติดกับแม่น้ำกก และยังจัดให้มีการทำศูนย์ข้อมูลและการจัดทำสื่อเพื่อรองรับการรณรงค์อีกด้วย
น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา กล่าวว่า ผลการตรวจคุณภาพน้ำกก โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.68 ได้พบค่าสารหนูที่มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา คือ ตรงแกงคุ้มโดยมีปริมาณ 0.037 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่แม่น้ำสาย พบว่า เหนือชายแดนขึ้นไปเพียงประมาณ 2 กิโลเมตร ได้มีการเปิดหน้าดินเพื่อทำเหมืองแร่กันอย่างต่อเนื่อง และชาวบ้านที่เมืองตูม ประเทศเมียนมา บอกว่าทางกองกำลังของว้าได้เปิดให้กลุ่มทุนตีนเข้าลงทุนจนส่งผลกระทบต่อชาวบ้านอย่างหนัก เพราะไม่มีการตรวจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้มีสัตว์น้ำตาย และมียังมีการตั้งด่านเก็บเงินจากผุ้ที่สัญจรผ่านจุดต่างๆ อีกด้วย ทั้งนี้หากมีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธจริงก็หวั่นจะเกิดผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะเคยเกิดกรณีที่รัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมา ที่มีการใช้สารเคมีหลอมละลายบนภูเขาและทำถังวงกลมเพื่อนำแรร์เอิร์ธไปสกัดใช้ในประเทศจีนต่อไป

ขณะที่ ดร.สืบสกุล กล่าวว่า จ.เชียงราย มีประชากรกว่า 1.2 ล้านคน และลุ่มแม่น้ำกกเป็นเกษตรกรกว่า 72,000 ราย บนเนื้อที่กว่า 80,000 กว่าไร่ เช่นเดียวกับแม่น้ำสาย-น้ำรวก ที่มีประชาชนใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก แต่นับตั้งแต่มีการตรวจพบสารหนูในแม่น้ำกกครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มี.ค.68 รัฐบาลมีการจัดประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาเพียงครั้งเดียวและมีการวางมาตรการต่างๆ ที่อาจจะรอถึงต้นปีงบประมาณหน้าหรือวันที่ 1 ต.ค.68 ถึงจะขับเคลื่อนได้ ดังนั้นเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของภาคประชาชนจึงได้มีการประชุมหารือและกำหนดจะจัดกิจกรรมในวันที่ 5 มิ.ย.ดังกล่าว ตั้งเป้าให้มีผู้ไปร่วมให้มากที่สุด กิจกรรมจะมีการถือป้าย เสวนา ใชริบบิ้นเชิงสัญลักษณ์ มีการยื่นข้อเรียกร้องไปยังสถานเอกอัคราชฑูตของจีนและเมียนมาประจำประเทศไทย ด้วย
ครูแดง กล่าวว่าใน จ.เชียงราย มีผู้เคยได้รับรางวัลจากมูลนิธิสิ่งแวดล้อมโกลด์แมนในฐานะที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพีง 2 คน คือ ตนและอาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ดังนั้นจึงจะพยายามแก้ไขปัญหานี้ โดยตนจะรับประสานกับองค์กรนานาชาติต่างๆ เช่น โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP),โครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) หรือแม้แต่ยูนิเซฟที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กให้ลงมาดูเรื่องนี้ต่อไป
ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่าทางตนจะรับดำเนินการเรื่องการจัดพิธีสืบชะตาน้ำกกในวันจัดกิจกรรมเพราะตั้งอยู่ติดกัแม่น้ำกกพอเพียง พื้นที่เชียงรายมีความหลากหลายดังนั้นอาจจะมีพิธีของกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่ต่างมีความเคารพต่อแม่น้ำกกเช่นกัน เช่น ลาหู่,ปกาเกอะญอ ฯลฯ ด้วย.
ด้านอาจารย์นิวัฒน์ กล่าวว่า หลังเกิดกรณีปัญหาคุณภาพน้ำตนได้ทดลองเก็บตัวอย่างปลาแค้ในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำกกและแม่น้ำรวก ปรากฎว่าพบปลามีตุ่มแดงหลายจุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต สภาพเช่นนี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นมากระทั้งต่อมาทราบว่ามีเหมืองต่างๆ อยู่ต้นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงดังกล่าว จึงสงสัยว่าจะเป็นต้นเหตุของการที่ปลาแค้มีอาการดังกล่าวหรือไม่

ล่าสุด กลุ่มวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง ได้นำตัวอย่างปลาได้นำตัวอย่างปลาในแม่น้ำโขง จาก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปตรวจก็พบเพียงปรสิต แบตทีเรีย ฯลฯ แต่ด้านอื่นๆ ยังต้องรอผลการตรวจอีก ตนจึงอยากให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรณรงค์ให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติให้ได ดังนั้นในวันที่ 24 พ.ค.68 ตนจะไปจัดกิจกรรมนำร่องภายในกิจกรรมถนนคนเดินในเขตเทศบาลนครเชียงรายเพื่อเชิญชวนคนให้ไปร่วมงานวันที่ 5 มิ.ย.68 ต่อไป อาจารย์นิวัฒน์ กล่าว



