จนท.ผนึกกำลัง ลงสวนมะม่วง รุกที่กลางป่า กว่า 3,000 ไร่ จ่อดำเนินคดี 15 ราย!”
ก้ามปู อีจัน
9 กรกฎาคม 2568

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 – คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำโดย นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกป่าบริเวณ “สวนมะม่วง” ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่กว่า ลักษณะเปิดเป็นวงกว้าง จึงนำทีมเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผู้อำนวยการสำนักอุทยาน และ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้



จากการสอบถามพูดคุย ทราบว่า ปัจจุบันสวนมะม่วงแห่งนี้ ผู้ถือครองเป็นชาวสมุทปราการ ถือครองในนามบริษัทเอกชน ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2566 โดยมีการเปลี่ยนมือจากเจ้าของเดิม ซึ่งนำที่ดินพื้นที่นี้ไปจำนองกับธนาคารแห่งหนึ่ง แล้วหลุดจำนอง ธนาคารจึงนำออกขายทอดตลาด เจ้าของใหม่จึงทำการซื้อมาจากธนาคาร โดยไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตอุทยาน รวมถึง พื้นที่ ราชพัสดุ (ปข.605) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ “กองทัพบก” ได้ประกาศใช้ประโยชน์ตั้งแต่ปี 2513



โดยได้แสดงหลักฐาน เอกสารสิทธิ์ นส 3 ก ที่ออกไว้ ออกตั้งแต่ปี 2521 …
พบพิรุธการออกเอกสารสิทธิ์
📌 “พื้นที่นี้ ทหารประกาศใช้ประโยชน์ตั้งแต่ปี 2513 แล้วจะออกเอกสารสิทธิ์ได้อย่างไร?”
📌 “แผนรังวัดออกมาได้อย่างไร ในพื้นที่ที่รัฐใช้เป็นเขตราชพัสดุ?”
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า
จากการเข้ามาตรวจสอบ ได้พบเห็นการใช้รถแบ็คโฮขนาดใหญ่ เข้ามาขุดเจาะ เปิดหน้าดินเป็นวงกว้าง เรียกได้ว่าแทบจะกินเขาเกือบทั้งลูก….และ อบต.หนองพลับกลับมีเอี่ยว! ทั้งอนุญาต และเป็นผู้นำรถแบ็คโฮเข้ามาขุดดินเสียเอง

โดยเจ้าของที่ดินอ้างว่าได้ “ขออนุญาตจากนายก อบต.หนองพลับแล้ว” และได้รับการตอบรับให้ดำเนินการ
แต่ประเด็นสำคัญ คือ นายก อบต.หนองพลับ ไม่เพียงเป็นผู้ถูกอ้างถึงในฐานะผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้รับจ้างขุดดินเอง โดยใช้รถของตนเองขับลงมือขุดในพื้นที่ ซึ่งมีคลิปภาพชัดเจนเป็นหลักฐาน
ไม่มีใบอนุญาต = ผิด! แม้จะอ้างว่า “คุยแล้ว” ก็ตาม
นายมงคล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติได้แจ้งกับเจ้าของใหม่ว่า
- การดำเนินการยัง ไม่มีเอกสารอนุญาตใด ๆ จาก อบต.
- และพื้นที่นี้ อยู่ในขอบเขตที่หน่วยทหารขอใช้ประโยชน์
ดังนั้น การดำเนินการใด ๆ จะต้องขออนุญาตจาก “หน่วยงานทหารที่รับผิดชอบโดยตรง” เท่านั้น ไม่ใช่จาก อบต.
และ อบต. หนองพลับ ทราบข้อจำกัดนี้เป็นอย่างดีแต่กลับมีบทบาทเป็น “ผู้รับจ้างดำเนินการขุดดิน” เอง!
กรณี นี้ อบต.หนองพลับ ย่อมรู้ข้อกำหนดนี้ดีอยู่แล้ว
นอกจากนี้ยังตรวจพบการเปิดพื้นที่ ในที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เลยเขตพื้นที่ราชพัสดุไป อีก 700 กว่าไร่ แสดงถึงเจตนาการเปิดพื้นที่ป่าเพื่อสร้างผลประโยชน์ตนเองเต็ม ๆ


ปัจจุบัน ยังทำการตรวจสอบไม่แล้วเสร็จโดยจะเข้าดำเนินการตรวจสอบ/ตรวจยึด พื้นที่ดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อประเมินค่าเสียทางนิเวศ ตามมาตรา 40 แห่งพรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และเพื่อประเมินความเสียหายของชั้นคุณภาพลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จต่อไป


และเตรียมดำเนินคดีกับ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทั้งหมดรวม 15 ราย และ ต้องสอบสวน การออกเอกสารดังกล่าวย้อนหลัง ไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ว่าเข้าข่าย “ทุจริต” และ “ประพฤติมิชอบ” หรือไม่ เนื่องจากเกิดคำถามมากมายซึ่งไร้คำตอบ
🔴 “พื้นที่นี้ทหารประกาศใช้ประโยชน์ตั้งแต่ปี 2513 แล้วจะออกเอกสารสิทธิ์ได้อย่างไร?”
🔴 “แผนรังวัดออกมาได้อย่างไร ในพื้นที่ที่รัฐใช้เป็นเขตราชพัสดุ?”
อุทยานฯ เตรียมเดินหน้าใช้ “มาตรา 35” ลุยรื้อถอน
ภายหลังจากการตรวจสอบ หัวหน้าอุทยานฯ เตรียม ใช้ “มาตรา 35” แห่ง พ.ร.บ.อุทยานฯ พ.ศ. 2562 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกป่า โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล หากพบว่าไม่มีสิทธิในพื้นที่




คำถามที่สังคมต้องได้คำตอบ:
- ออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ที่รัฐประกาศใช้ประโยชน์ได้อย่างไร?
- เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกันกี่คน? ใครสั่งให้ทำ?
- นายก อบต. ขุดดินเอง เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่?




เรื่องนี้กระบวนการตรวจสอบยังไม่เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ยืนยันไม่ปล่อยหลุดแม้จะต้องต่อสู้กันไปอีกหลายปี เพราะดูแล้ว นี่คือ ทำลายป่ากินเขาเป็นลูก ๆ ยังไงก็ผิดเต็ม ๆ เจ้าหน้าที่ที่ออกเอกสารสิทธิ์ก็ต้องโดนหนักหน่อย เพราะเป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐ
จากนี้ ด้านคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเข้ามารับช่วงต่อ เพราะพื้นที่จับกุมเกิน 400 ไร่ นับเป็นคดีใหญ่
ซึ่ง กรมฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบ
ย้อนหลังหัวหน้าอุทยานทุกคน!
“ป่าไม่ใช่จะเป็นของใครได้ง่าย ๆ แม้จะรวยแค่ไหนก็ตาม“




