วิกฤตพะยูนไทย 3 เดือน เกยตื้นตาย 29 ตัว ชงซ้ำ! อนาคตช้างป่า คงไม่ต่างกับพะยูนวันนี้

ก้ามปู อีจัน

ก้ามปู อีจัน

9 กุมภาพันธ์ 2568

วิกฤตพะยูนไทย 3 เดือน เกยตื้นตาย 29 ตัว               ชงซ้ำ! อนาคตช้างป่า คงไม่ต่างกับพะยูนวันนี้

ชัยวัฒน์โพสต์ข้อมูลวิกฤตพะยูนไทย ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จี้ถาม!
วันนี้..คุ้มครองสัตว์ป่าอะไรได้บ้าง

วันนี้ 9 ก.พ. 68 เฟซบุ๊ก ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยาน โพสต์ให้ข้อมูลวิกฤตพะยูนไทย ที่บ่งบอกถึงสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพียง 3 เดือน เกยตื้นตายถึง 29 ตัว
อีกไม่กี่วัน “พะยูน” สูญพันธุ์แน่!

รวมถึงตั้งคำถามวันนี้ เราคุ้มครองสัตว์ป่า อะไรได้บ้าง? และยังให้ข้อมูลว่าปัจจุบัน พะยูน ตายเฉลี่ยไม่น้อยกว่า เดือนละ 9 ตัว เพราะสาเหตุโลกรวน แหล่งหญ้าทะเลลดลง ไม่มีหญ้าทะเลให้กิน พะยูน ต้องเดินทางออกหาอาหารไกลออกไป และเมื่อออกไปไกล พะยูนก็โดนล่า โดนใบพัดเรือ ตายอย่างอนาถพะยูน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชาวบ้านชาวเลเรียกว่า “ช้างน้ำ”
พะยูน มีพฤติกรรมเลือกกินมาก!ว่ายวนเวียนเข้าใกล้แปลงอาหารเสริม โดยใช้สาหร่ายผมนาง ซึ่งเป็นมาตรการแก้ไขสภาววะหญ้าทะเลเสื่อมโทรม แต่พะยูนก็ไปกินหญ้าทะเลของจริง (ที่เป็นฝุ่นๆๆ ขึ้นมา) ปัจจุบัน ยังใช้วิธีนี้ ไม่ได้ผล และด้วยสภาพอากาศในช่วงนั้น อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้หญ้าทะเลไม่ฟื้นตัวซึ่งเป็นอาหารสำคัญของพะยูน หายไป ทำให้น้องพะยูน มีภาวะผอม และ ป่วยตาย

พร้อมทิ้งท้าย
อนาคตช้างป่า ….
ก็คงไม่ต่างกัน กับ พะยูน ในวันนี้

ในส่วนของวิธีแก้ไขปัญหา จากรายงานการดำเนินการแก้ไขวิกฤต “พะยูน” ของ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ “พะยูน” ทส. สัปดาห์ที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ 68 (วันที่ 1-7 ก.พ. 2568) ด้วยข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เร่งแก้ไขวิกฤติ “พะยูน” อย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการดำเนินการแก้ไขเป็นกรณีเร่งด่วน

หน่วยงาน อส และ ทช ร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อสั่งการดังกล่าว ดังนี้

  1. สำรวจจำนวนประชากร ทั้งในและนอกเขตอุทยานแห่งชาติ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินสำรวจ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยและเส้นทางหากินหญ้าทะเลของพะยูน
  2. ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเล ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ทราบถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ให้เลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีแหล่งหญ้าทะเล และพื้นที่เสี่ยงต่อการอพยพถิ่นอาศัยของพะยูน โดยให้ชะลอความเร็วเรือตามเขตแนวทุ่นชะลอความเร็วเรือที่ติดตั้งไว้
  3. กำหนดแผนช่วยเหลือพะยูนที่อ่อนแอ โดยการจัดตั้งทีมอาสา และชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังคุ้มครองพะยูน และจัดเตรียมทีมสัตวแพทย์
    และชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวัง บริเวณ 7 พื้นที่ ได้แก่ ระนอง พังงาตะวันตก
    อ่าวพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล หากพบการเกยตื้น ทีมคลื่อนที่เร็วชุดนี้ จะเข้าปฐมพยาบาลโดยทันที
  4. วางแปลงอาหารเสริมให้กับพะยูน โดยใช้หญ้าตะกานน้ำเค็มและสาหร่ายผมนาง และวางมุ้ง/จัดทำคอก หรือกันแนวเขตหญ้าทะเล เพื่อฟื้นฟูและติดตามการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล พร้อมทั้งเพาะเมล็ดหญ้าทะเล (หญ้าชะเงาเต่า) เพื่อใช้สำหรับการขยายพันธ์ุ บริเวณหาดบางขวัญ จังหวัดพังงา

ขอบคุณข้อมูล
เพจ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร