ชัยวัฒน์เดือด ปมเขี่ย! “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออก จากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ”
ก้ามปู อีจัน
22 มีนาคม 2568

22 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊ก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยาน โพสต์เดือด กรณีกระแสข่าวลือว่า เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร อาจถูกบีบให้ออกจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ทั้งที่เป็นองค์กรด้านการอนุรักษ์ ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ทั้งป่าไม้และสัตว์ป่า..โดยระบุในโพสต์ไว้ว่า
นี่ไง!!
ผู้ปกครอง คือ “หมาป่า ห่ม หนังแกะ”
ผู้บริหารกรมอุทยานฯ รับลูก 2 รัฐมนตรี!
เขี่ย! “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออก จากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ”
ขวางการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี
ที่ส่งน้ำไปยังพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
กลุ่มทุน ขนาดใหญ่ ในภาคตะวันออก
ต้องการน้ำใช้ในอุตสาหกรรม แต่ต้องบุกรุกป่าหมื่นกว่าไร่????

การโพสต์เดือดของนายชัยวัฒน์ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก การดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ที่ค้างคามานาน เพื่อสนับสนุนโครงการ EEC หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แต่การสร้างนั้นกระทบกับพื้นที่อนุรักษ์และเป็นทางผ่านของช้าง พร้อมระบุเรื่องมาตรการจัดการ ต้องให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไปดำเนินการศึกษาผลกระทบ
ขณะที่ องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนำโดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายสิบองค์กร ได้ร่วมสร้างแคมเปญ คัดค้านโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี พื้นที่อุทยานเขาสิบห้าชั้น ผ่านเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการดังกล่าว และหันมาใส่ใจดูแลป่าอย่างจริงจัง
โดยในกระบวนการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ทำหนังสือคัดค้านเป็นเอกสารถึงนายกรัฐมนตรี ขอคัดค้านรายงาน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และขอให้พิจารณาลดขนาดอ่างเก็บน้ำลง รวมทั้งขอให้ยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกขนาดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตามที่กรมชลประทานได้ขอใช้พื้นที่อย่างมากมาย พร้อมทั้งยื่นรายชื่อประชาชนกว่า 10,000 รายชื่อ ที่ร่วมแสดงออกผ่านแคมเปญ change.org และจัดทำเอกสารเผยแพร่ เหตุผลในการคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพื่อรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และพิจารณาข้อเสนอการจัดการน้ำนอกพื้นที่อนุรักษ์ ลดความยาวสันเขื่อนลง ให้พ้นจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น เพื่อให้ยังคงมีแหล่งน้ำไว้ใช้ในการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง แต่ไม่สร้างปัญหาใหม่ ที่จะทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าถูกทำลาย และอาจทำให้สัตว์ป่าออกมารบกวนประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากจะทำให้สูญเสียป่าพื้นราบขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพรองรับการอพยพกลับมาของช้างป่า เพราะมีผลการวิจัยระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า บริเวณพื้นที่น้ำท่วมดังกล่าวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของช้างป่าและสัตว์กีบชนิดอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ แต่งตั้งขึ้นตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และจะครบวาระ ทำให้การแต่งตั้งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เกิดกระแสลือสะพัดจากวงในว่า เพื่อให้การดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ที่ค้างคามานานไม่เกิดปัญหา อาจมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติชุดใหม่ โดยมีความเป็นไปได้ว่า เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร อาจถูกบีบให้ออกจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ทั้งที่เป็นองค์กรด้านการอนุรักษ์ ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ทั้งป่าไม้และสัตว์ป่า
โดยนอกจากวาระโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ที่ค้างคามานานแล้ว ก็มีวาระสำคัญที่จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติอีกหลายประเด็น ที่สำคัญคือ การเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มี.ค.66 อีกด้วย


สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเป็นอ่างเก็บน้ำ 1 ใน 4 แห่ง ตามโครงการในลำน้ำย่อยของลุ่มน้ำโตนด ซึ่งโครงการดังกล่าวถูกระบุว่า มีไว้เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) มีแนวคิดการก่อสร้างในปี 2535 ที่เกิดภัยแล้งและไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ทางเกษตรกรจังหวัดจันทบุรีจึงได้มีการร้องขอให้กรมชลประทานพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในเวลาที่เกิดความแห้งแล้งต่อเนื่องยาวนาน โดย ดร. อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ อดีตคณะกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเคยได้ อธิบายเหตุผลในการคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดว่าเป็นสัญญาณการทำลายป่าอนุรักษ์ครั้งใหญ่ภายใต้ EEC
“มันหมดยุคแล้วที่จะมาทำลายป่ากันขนาดนี้ มันมีวิธีอื่นที่จะพัฒนา หลายคนบอกว่าการอนุรักษ์ต้องคู่กับการพัฒนา แต่ผมอยากจะบอกว่ายุคนี้ป่าเหลือน้อย แหล่งอาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์เหลือน้อย เราพัฒนาได้ แต่ต้องพัฒนาข้างนอกที่ไม่มีผลกระทบกับป่า”
ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำคลองวังโตนดได้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแล้วหลายแห่ง น่าจะมีปริมาณที่มากเพียงพอต่อประชาชนทั้งลุ่มน้ำวังโตนดในจังหวัดจันทบุรีแล้ว และจากเอกสารในการคัดค้านของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ให้ความเห็นว่า หากต้องการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ ในช่วงฤดูแล้งของลุ่มน้ำคลองวังโตนด ทั้งในภาคการเกษตร การรักษาสมดุลระบบนิเวศท้ายน้ำ รวมถึงน้ำในการอุปโภคบริโภค ถ้ามีการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม อ่างเก็บน้ำในพื้นที่น่าจะมีปริมาณที่มากเพียงพอต่อประชาชน ทั้งลุ่มน้ำวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี
นอกจากนี้หากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดขึ้น แม้สันเขื่อนจะอยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์ แต่จะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น 7,503 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง 7,097 ไร่ โดยเป็นพื้นที่หัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด 2 อันดับแรกของป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนพันธุกรรม การอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นอาศัย และเพิ่มพูนประชากรของสัตว์ป่าด้วย….