จาก “ราโชมอน” สู่เลือกตั้ง 69 หลายเรื่องเล่า หนึ่งเหตุการณ์ 

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

12 ธันวาคม 2568

จาก “ราโชมอน” สู่เลือกตั้ง 69 หลายเรื่องเล่า หนึ่งเหตุการณ์ 

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ 

สมดังสโลแกนประจำตัวของนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูลที่บอกว่าสั่งวันนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ท่ามกลางข้อครหาที่ว่ายื่นยุบสภา ตั้งแต่ก่อนที่ MOA กับพรรคประชาชนจะแตก 

นาทีนี้เราก็เข้าสู่โหมดเลือกตั้งกันอย่างเต็มตัว แน่นอนว่าเหตุการณ์สองเดือนที่ “เสี่ยหนู” เป็นนายกฯ จะถูกหยิบมาเล่าในรูปแบบของตัวเองช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 

หลายคนคงคุ้นชื่อราโชมอนละครเวทีในตำนานของญี่ปุ่น ที่เล่าเรื่องเหตุการณ์ตายของซามูไรคนหนึ่ง ผ่านปากคนที่อยู่ในเหตุการณ์สี่คน  

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เหตุการณ์เดียวกัน แต่เมื่อถูกเล่าผ่านปากคนอีกสี่คน กลับพลิกกันไปคนละมุม คนละมอง ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย แต่สรุปโดยรวมว่าเพื่อให้ตัวเองดีที่สุด 

เรื่องนี้เคยนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” และกำลังจะถูกดัดแปลงซ้ำในเรื่อง “เลือกตั้ง 69” 

เหตุการณ์จริง : 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการลงจากตำแหน่งของ “นายกฯแพทองธาร ชินวัตร”  คือมีการชิงจัดตั้งรัฐบาล และสองพรรคต้องการเสียงของพรรคประชาชน 

ขณะที่พรรคประชาชนก็เคยเจ็บช้ำจากการถูกฉีก MOU จากพรรคเพื่อไทยที่หันไปจับมือกับ “ภูมิใจไทย” และจากนั้นไม่ว่ากฎหมายที่เสนอโดยพรรคประชาชน หรือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เหมือนว่าจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจาก “เพื่อไทย”  

เมื่อมีการยื่น “เทียบเชิญ” พรรคประชาชน จึงตัดสินใจเลือก “ภูมิใจไทย” โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องยุบสภาใน 4 เดือน ต้องไม่ทำตัวเองให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และต้องทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ และบอกว่าตัวเองจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่จะทำหน้าที่จับตา หากมีการแหกข้อตกลงก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที ซึ่งถือเป็นไม้ตาย เพราะ “ภูมิใจไทย” จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยื่นเมื่อไหร่ก็แพ้เมื่อนั้น  

“เพื่อไทย” เตือนว่าระวังให้ดี “ภูมิใจไทย” ก็พร้อมจะหักหลัง และมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาย้ายข้าราชการรับเลือกตั้ง และเคลียร์คดีของตัวเองทั้ง “เขากระโดง” และ “ฮั้ว สว.” 

แต่เหมือนเครดิต “เพื่อไทย” จะไม่เหลือในสายตาพรรคประชาชน  จึงตัดสินใจเลือก “ภูมิใจไทย” ขณะที่ “ภูมิใจไทย”  ก็รับข้อเสนอ และ “อนุทิน” ก็เป็นนายกฯ 

จากนั้นก็มีการดำเนินการทางการเมืองเรื่อยมา ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็เรียกว่าเข้ามา “ปูที่หลับ ปัดที่นอน” เตรียมความพร้อม ย้ายข้าราชการ จัดการสะสางเรื่องต่างๆ 

และเมื่อถึงทีเด็ดทีขาด ก็แหก MOA ไม่ยอมตัดเสียง สว. ออกจากร่างแก้รัฐธรรมนูญ 

“พรรคประชาชน” เมื่อรู้ตัวว่าถูกหักหลังก็  จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ช้าไปเสียแล้ว เพราะ “เสี่ยหนู” ยื่น พ.ร.ฎ.ยุบสภาไปก่อนที่สภาจะล่มร่างแก้รัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ 

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ที่เห็นๆกันอยู่ แต่ทีนี้เรามาดูชุดคำอธิบายของแต่ละพรรค กับเรื่องราวครั้งนี้ ที่จะนำไปอธิบายกับประชาน ในการเลือกตั้ง  

ภูมิใจไทย” :  

พวกเขาอธิบายว่าไม่ได้แหก MOA เขายึดมั่นที่จะยุบสภาตามที่ตกลง แถมจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ  แต่การลงมติเพื่อตัดอำนาจ สว. ออกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เหมือนเป็นการเดินสู่ทางตัน ดึงดันต่อไปก็คว่ำกลางสภาแน่ๆ แล้วทำไมจะต้องทำให้ร่างนี้ตกลง และจากนี้เมื่อร่างนี้ผ่านพวกเขาก็ยังจะทำตามเดิมคือจัดให้มีการทำประชามติเหมือนเดิม 

  

ประชาชน” : 

พวกเขาเลือกอธิบายว่า ในการเลือก “ภูมิใจไทย” เป็นการเลือกแบบจำเป็นในขณะนั้น หากไม่เลือกก็เป็นการเปิดทางให้อำนาจนอกระบบเข้ามาเพราะหา นายกฯไม่ได้ 

ขณะที่พวกเขาก็ยื่นเงื่อนไขที่ไม่ได้เอาประโยชน์เข้าตัวเอง  เพราะเป็นเงื่อนไขที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น และทำตามที่บอกไว้คือ หากมีการแหก MOA พวกเขาก็จะยื่นอภิปรายทันที  

พร้อมอธิบายว่าที่ไม่เลือก “เพื่อไทย” เพราะที่ผ่านมาก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกันจึงลองเสี่ยงดู แม้วันนี้จะไม่ได้ แต่อยู่กับเพื่อไทยที่ผ่านมาก็ไม่ได้เหมือนกัน 

เพื่อไทย” : 

พวกเขาจะอธิบายว่า เตือนแล้วแต่ “พรรคประชาชน” ไม่ฟัง อ่อนด้อยประสบการณ์  และครั้งนี้ไม่ใช่แค่กลับไปจุดเดิมที่ไม่ได้อะไร แต่เป็นการที่ “ภูมิใจไทย” ได้เคลียร์คดี เคลียร์อุปสรรค เตรียมรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมา  ให้พร้อมพรักด้วยสรรพกำลัง   

ไม่ว่าจะมีชุดคำอธิบายแบบไหนก็มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ  แต่ที่แน่ๆ งานนี้คนที่ถูกเรียกว่ามาสเตอร์มายด์นั่งยิ้มกริ่ม เพราะทุกคนเสียหายกันหมด และความเชื่อมั่นในการเมืองก็ลดลงเรื่อยๆๆๆๆๆๆ