แบบนี้มันก็ทำได้นี่นา! เมื่อโลกโชว์วิธีจัดการกัมพูชา
ทีมออนไลน์
16 ตุลาคม 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
พลันที่เห็นเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ โชว์การกดดันต่อรัฐบาลกัมพูชา และเดินหน้าจัดการแก๊งสแกมเมอร์ ที่เป็นเหมือนเส้นเลือดเลือดหลักของนักการเมืองกัมพูชา ก็เกิดเสียงอุทานว่า “แบบนี้มันก็ทำได้นี่นา”
คนไทยทุกคนรู้ว่า “กัมพูชา” ปากว่าตาขยิบขนาดไหนกับกรณีแก๊งสแกมเมอร์ มิเช่นนั้นคงไม่ปล่อยให้เติบโตมาจนถึงขนาดนี้ ถึงขนาดที่ว่ากลายเป็น “ศูนย์กลางหลอกลวง” คนทั้งโลก
คนจากทุกมุมโลกต้องกลายเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหลอกให้รัก ไม่ว่าจะเป็นหลอกให้โอน หรือไม่ว่าจะเป็นหลอกให้ลงทุน แล้วแต่จุดอ่อนของใครจะตกที่ตรงไหน

และคนจากทุกมุมโลกก็กลายมาเป็นเหยื่อให้แก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงมาทำงาน เพื่อให้หลอกคนชาติเดียววกัน เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการเปิดบัญชีม้า และเมื่อหมดประโยชน์ก็ตกอยู่ในสภาพ “ทาส” สมัยใหม่ ทั้งถูกทารุณกรรม ขายต่อ หรือกระทั่งขายอวัยวะ
“รัฐบาลกัมพูชา” พยายามเล่นบทเหยื่อ ว่าตัวเองก็เสียหาย แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าเสียหายขนาดไหนนักการเมืองของรัฐบาลที่ควรจะควบคุมถึงได้รวยเอาๆ พอๆกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ที่แพร่พันธุ์ไปทั่วประเทศ
นับแต่เกิดเหตุความไม่สงบระหว่างสองประเทศ “ไทย และ กัมพูชา” ก็มีการเรียกร้องว่าวิธีจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดคือตัดท่อน้ำเลี้ยงของ “รัฐบาลกัมพูชา” ด้วยการจัดการแก๊งสแกมเมอร์ แต่เวลาผ่านไปเรากลับไม่เห็นความคืบหน้าในกรณีนี้
ก่อนหน้านี้มีเพียงครั้งเดียวที่บุกค้นบ้านของ “ก๊ก อาน” คนสนิทของ “ฮุน เซน” แต่จากนั้นเรื่องราวก็เงียบหาย

ซ้ำร้ายแม้ชายแดนยังคุกรุ่น แต่เหมือนว่า “แก๊งสแกมเมอร์” กำลังกลับมา ดูได้จากการที่ทั้งมีสายมาหลอกลวงคนไทย หรือการที่พบคนไทยเดินทางข้ามประเทศไปทำงานกับขบวนการเหล่านี้
ไม่ต้องถามว่าใครหลับตากับเรื่องนี้บ้าง เพราะถ้าไม่มีคนหลับตาเรื่องแบบนี้คงเกิดไม่ได้ยามความสัมพันธ์ของสองประเทศเขม็งเกลียวขั้นสุด
แต่จู่ๆ การเดินหน้าของประเทศอย่าง เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ก็ทำให้เห็นว่าวิธีจัดการกับคนพวกนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องกล้าหาญที่จะเอาจริงและมีความปรารถนาที่จะปกป้องคนในประเทศ
ยิ่งหันมามองยิ่งตกใจเพราะมูลค่าความเสียหายที่คนของประเทศเหล่านี้เจอหากเทียบกับไทยก็เสียหายน้อยกว่ามาก แต่เรากลับทำไม่ได้แบบที่เขาทำ หรืออย่างน้อยก็แสดงความจริงใจได้ไม่เท่า และออกลูกเกรงใจมากกว่าลูกกดดัน
หันกลับไปดูอีกด้าน เกาหลีใต้เปิดปฏิบัติการทุกทาง เพื่อช่วยเหลือคนเกาหลีใต้ ถึงขนาดที่จะไปตั้ง Korean Desk ในกัมพูชา เพื่อดูแลคดีของชาวเกาหลีใต้
เกาหลีใต้ตัดเงินอุดหนุน ที่ช่วยเหลือกัมพูชาจำนวนมาก และออกคำเตือนห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางมากัมพูชา พร้อมตั้งทีมออนไลน์เพื่อตอบโต้การสวนกลับของชาวเน็ตกัมพูชา ที่กำลังปลูกความเชื่อที่ผิดลงไปในโลกออนไลน์
สหรัฐฯ สั่งอายัดบิตคอยน์ของ “เฉิง จื้อ” ประธาน “ปรินซ์ โฮลดิ้งกรุ๊ป” ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นจีนเทา การยึดอยัดทรัพย์ครั้งนี้มีมูลค่ากว่า สี่แสนล้านบาท และสั่งระงับธุรกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวกับบริษัทนี้และเครือข่าย

และยิ่งสืบเข้าไปจะพบว่าบริษัทนี้เป็น “สปอนเซอร์” รายใหญ่ให้พรรครัฐบาล และนักการเมืองกัมพูชา รวมถึงเป็นที่ปรึกษาใน ครม. ของ “ฮุน มาเนต” และ “ฮุน เซน”
อังกฤษไม่น้อยหน้าโชว์การอายัดทรัพย์หลายร้อยล้านปอนด์ และระงับการทำธุรกรรมของบริษัทที่เกียวข้อง
เท่านี้กัมพูชาก็อยู่ในสภาวะไปไม่เป็น “ฮุน เซน” ที่เคยปากกล้า มาวันนี้หายเงียบ
นี่คล้ายเป็นวิธีการที่นานาชาติกำลังบอกว่า หากอยากจัดการกับกัมพูชาต้องเปิดปฏิบัติการตัดเส้นเลือดหล่อเลี้ยง เป็นวิธีที่ได้ผลมากไปกว่าเปิดซาวด์ผีทำให้ตกเป็นขี้ปากของชาวโลกว่าทำกับเป้าหมายพลเรือน
และไทยทำง่ายกว่าด้วยเพราะหลายๆอย่างของตัวการแก๊งสแกมเมอร์อยู่ในไทยนี่เอง
แม้ไทยจะได้เห็นวิธีการแบบชัดๆ แต่กลับไม่มีปฏิกริยาอะไรจาก “นายกฯหนู” ที่ยังฟินอยู่กับช่วงฮันนีมูน
“นายกฯหนู” ที่เคยเจื้อยแจ้วพูดได้ทุกเรื่องกลับสวมบท “เตมีย์ใบ้” เหมือนยุค “ป๋าเปรม” เมื่อเจอคำถามที่เกี่ยวข้อง ที่ออกมาพูดก็มีเพียงการให้กำลังใจ “กัน จอมพลัง” แม้เวทีด้านสิทธิมนุษยชนจะประนามเพียงใดก็ตาม
รัฐบาลและราชการไทย ควรเอาเรื่องนี้เป็นเยี่ยงอย่าง อย่าเอาแต่สนับสนุนคนเปิดซาวด์ผี จนคนเขาครหาว่าทำได้เพียงเท่านี้
อย่าให้ใครเขามาว่าได้ว่าเราเลือกจัดการในระดับที่เล็กที่สุด เพราะไม่อยากให้ระดับใหญ่กว่านั้นต้องระคายเคือง
หรืออย่าให้ใครเขามาดูถูกเหยียดหยามว่าเราเลือกไม่จัดการปลาใหญ่ เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเสียเอง
ที่สำคัญหากวันไหนต่างประเทศมองแบบนั้น เราเองจะไม่ได้อยู่ในสถานะเหยื่ออีกต่อไป