ไม้เด็ด “อนุทิน” สัญญาณยุบสภา 12 ธ.ค. รอแค่เงื่อนไขพร้อม?

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

4 ธันวาคม 2568

ไม้เด็ด “อนุทิน” สัญญาณยุบสภา 12 ธ.ค. รอแค่เงื่อนไขพร้อม?

สภาน่ะยุบแน่! แต่จะเมื่อไหร่…เงื่อนไขต้องพร้อม

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

นาทีนี้เกจิน้อยใหญ่ ฟันธงกันว่า 12 ธ.ค. นี้รัฐบาล “ยุบสภา” แน่ๆหลังมีสัญญาณว่ามีคำสั่งให้ เร่งเสนอเรื่องงบประมาณ สู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่  9 ธ.ค.    

เพราะหาก 12  ธ.ค. คือวัน ว. เวลา น. วันที่ 9 ธ.ค. คือวันสุดท้ายที่ ครม. จะมีอำนาจเต็ม แม้หลังการยุบสภารัฐบาลจะยังอยู่ได้ แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการอนุมัติงบประมาณที่มากมาย ชนิดที่จะทำอะไรก็ไม่สะดวก ดังนั้นจะทำอะไรก็ควรทำในนัดสุดท้าย

นี่จึงมองว่าข่าวนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าเตรียมอนุมัติงบประมาณล็อตใหญ่ทิ้งทวนก่อนที่จะรัฐบาลจะถูกโซ่ “ยุบสภา” ล่ามเอาไว้

อีกหนึ่งสัญญาณคือ การประชุมพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  มีการบอกดังๆจาก “โฆษกพรรค” ระหว่างการแถลงข่าวว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กําชับในที่ประชุมว่าให้เตรียมตัวฟังสัญญาณในวันที่ 12 ธ.ค.ไม่ว่าจะจากตัว “อนุทิน” เอง หรือจากสภาฯ ว่าอาจมีอะไรหรือไม่

ชัดขนาดนี้แทบไม่ต้องเดาว่า “เสี่ยหนู” พร้อมที่จะใช้อำนาจนายกฯ ยุบสภาขนาดไหน

คำถามคือทำไมต้องแสดงท่าทีขนาดนี้  คำตอบง่ายๆคือ เพื่อส่งสัญญาณว่า หากมีการยื่นซักฟอก ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจพวกเขายุบสภาแน่ เพราะถ้านับแล้วตอนนี้ “ภูมิใจไทย” พร้อมที่สุดจากการสั่งสมกำลังทั้ง นักการเมือง , ทุน  และอำนาจรัฐ

แถมยังมีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ที่ลึกๆแล้วพวกเขาก็ไม่อยากทำ  ดังนั้นหากปิดเกมได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

แต่นี่คือสัญญาณที่เกิดขึ้นก่อนมหาอุทกภัยที่ “หาดใหญ่”  ต้องบอกว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้ท่วมแค่ “หาดใหญ่” แต่ท่วมรัฐบาลไปพร้อมๆกัน

ทุกคนรู้ว่าน้ำท่วมเลี่ยงไม่ได้ แต่ที่ทุกคนไม่เข้าใจคือทำไมรัฐบาลจัดการกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างล้มเหลว และไม่น่าเชื่อว่าการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดจะออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไม่รวมถึงท่าทีของบรรดากระบอกเสียงรัฐบาล ที่ไม่ออกเป็นเชิงบวกเช่นการปิดไมค์หนีคำถามสื่อของ “รัฐมนตรีลูกแบด – ภราดี ปริศนานันทกุล” เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดหรือไม่

เรื่องทั้งหลายนี้ ทำให้ภายในสองสัปดาห์คะแนนเสียงของรัฐบาลตกฮวบฮาบ  แถมในภาคใต้ที่หวังปักธงเรียกคะแนน ก็มีตัวเลือกอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มาเพื่อแบ่งแต้ม

มิพักต้องพูดถึงเรื่องสแกมเมอร์ ที่ยังเป็นจุดตายแบบสม่ำเสมอที่ถูกครหาว่าไม่จริงจังในการแก้ปัญหา

เหตุผลต่างๆทำให้รัฐบาลอาจมองว่า การชิงยุบสภาไปตอนนี้เริ่มจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี  เราจึงเห็นมาตรการกู้เรตติ้ง  ทั้งเรื่องการปรับระบบการเยียวยาน้ำท่วม แบบไม่ต้องลงทะเบียน หรือการที่ออกมายึดทรัพย์เครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์เกือบหมื่นล้าน

การเลื่อนยุบสภาออกไปก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีรอวันสถานการณ์พลิกฟื้น  แน่นอนหมายถึงการรอให้โครงการต่างๆผลิดอกออกผล เช่นการเตรียมคลอดคนละครึ่งพลัสเฟส 2

แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ที่การเจรจากับ “เพื่อไทย” เพื่อไม่ให้ยื่นซักฟอกในการเปิดสภาสมัยนี้

ใครๆอาจคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างไร แต่ต้องไม่ลืมว่าวันนี้ “เพื่อไทย” เองก็ซวนเซแทบไปไม่เป็น การเปิดเจรจาก็เป็นทางเลือกที่ดี

แม้จะไม่มีผลในวันนี้ แต่กับการจับขั้นรัฐบาลในอนาคตก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจกาทิ้งได้  

“เพื่อไทย” ในวันหน้าไม่ได้ประเมินตัวเองในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง อันดับสองต่อไป แต่ประเมินตัวเองในฐานะทางเลือก ซึ่งหากเปิดดีลจับมือเพื่อวันข้างหน้า  พวกเขาก็อาจไม่ต้องกลายเป็นฝ่ายค้านอีกครั้งในวันที่อ่อนล้า

แต่หากปิดดีลไม่ได้ ภูมิใจไทยก็ไม่มีทางเลือกที่จะต้องยุบสภา ซึ่งก็จบกันทุกฝ่าย ไม่มีใครได้อะไรที่หวังไว้

ดังนั้นคำตอบในวันนี้จึงอยู่ที่ ยุบแน่!  แต่ต้องมีเงื่อนไข และไม่จำเป็นต้องผูกมัดใดๆ เพราะคำว่า ทำได้แน่ แต่….” ยังคงใช้ได้ในทางการเมืองเสมอมา