“กันยายน” ปลายทาง “รัฐบาลอุ๊งอิ๊ง” ?
ทีมออนไลน์
1 สิงหาคม 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย “กรรณะ”
สถานการณ์ไทย – กัมพูชา ว่าแย่แล้ว แต่สถานการณ์ของรัฐบาลย่ำแย่กว่า เพราะนาทีนี้ไม่ว่าทำอะไรก็ดูจะไม่ใช่ไปเสียหมด
การต่างประเทศ ก็ดูจะเชื่องช้ากว่ากัมพูชา ทั้งในเรื่องการเดินเกม หรือการตามแก้เกม ภาษากีฬาต้องเรียกว่า “ช้าไปครึ่งก้าว” เสมอ ทำให้แทนที่เราจะกลายเป็นฝ่ายรุก ทำให้เราต้องตั้งรับท่าเดียว
แม้จะบอกว่า “กัมพูชา” ยิงก่อน หรือทำผิดกติกาสงครามเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องจำเอาไว้คือ ไม่มีใครในโลกที่เห็นพื้นที่นอกจากคู่กรณี ดังนั้น “การช่วงชิงความจริง” จึงเป็นสิ่งสำคัญ
ไม่ใช่ว่าเราจะต้องไม่เป็นสุภาพบุรุษ แต่การประกาศเรื่องความเป็น “สุภาพบุรุษ” ก็ไม่มีอะไรเสียหาย พอๆกับการที่ป่าวร้องว่าถูกกระทำอย่างไรก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

ขณะที่การปะทะการต่อสู้ คนก็เลือกจะสู้และเชื่อมั่นทหารมากกว่ารัฐบาล
เอาเป็นว่าตอนนี้สถานการณ์แม้จะยังไม่สงบ แต่ทิศทางก็ดูจะดีขึ้นแต่สภาพของรัฐบาลกลับไม่ได้ดูดีขึ้นเท่าไหร่
หรือแปลง่ายๆ คือตอนนี้รัฐบาลหมดสภาพแล้วนั่นเอง และรอว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาออกจากอำนาจเท่านั้น
ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ชายแดน และความเชื่อมั่นของประชาชน หนทางเบื้องหน้าที่ต้องเจอก็คือปัญหาที่จะตามมาจากภาษีตอบโต้ของ “สหรัฐอเมริกา” ที่จะทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ และแน่นอนเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเผชิญกับปัญหานี้
และที่ผ่านมาหลายๆเสียงก็มองตรงกันว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาหรือทำเศรษฐกิจให้ดีได้อย่างที่คนคาดหวัง
แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องเจอคือปัญหาทางกฎหมายโดยสองพ่อลูก “ชินวัตร”
เริ่มที่ “นายกฯอุ๊งอิ๊ง” ซึ่งล่าสุดขอเลื่อนการชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญ เป็นครั้งที่ 2 ในคดีที่เราเรียกกันว่าคดี “คลิปอังเคิล”
แม้ศาลจะให้เลื่อน แต่ก็เป็นการให้เลื่อนแบบ “เสียไม่ได้” เพราะขอเลื่อน 15 วัน แต่ ศาลให้แค่ถึงวันที่ 4 สิงหาคม และหากครบกำหนดแล้วยังไม่ยื่นก็ให้ถือว่าสละสิทธิ์
นัยยะอย่างแรกคือ คดีนี้กำลังจะถึงวันสิ้นสุด ในอย่างช้าไม่เกินต้นกันยายน หรืออย่างเร็วก็กลางเดือนสิงหาคม
ไม่สามารถลากมากไปกว่านี้ได้อย่างที่ “นายกฯอุ๊งอิ๊ง” ต้องการ

ที่สำคัญ หากไปดูท่าทีของศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าไม่เป็นคุณหรือเป็นไปตามที่เธอต้องการและคาดหวังไว้แต่น้อย เริ่มตั้งแต่การรับคดีนี้ไว้ ซึ่งหลายคนเมื่อเห็นเหตุผลของการรับก็บอกตรงกันว่าเห็นทิศทางของคำวินิจฉัยในตอนท้ายแล้ว
หรือแม้กระทั่งคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ แม้จะมีเสียงข้างน้อยสองคน แต่ก็ไม่ได้หมายความวามว่าทั้งสองคนปล่อยให้ “อุ๊งอิ๊ง” ทำหน้าที่ต่อ แต่บอกว่าทำต่อก็ได้ แต่ไม่ต้องทำเรื่อง ความมั่นคง การต่างประเทศ และการคลัง ซึ่งก็แปลว่าแม้จะเป็นนายกฯต่อ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นั่นเอง
หากบอกแบบตลกร้ายต้องบอกว่าคำสั่งให้ยุติฯ อาจเป็นคุณมากกว่า เพราะถ้าขืนต้องทำหน้าที่ต่อ อาจจะเสี่ยงต่อการขัดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นได้
เอาเป็นว่าคดีนี้อีกไม่นานก็สิ้นสุด
แต่ห้วงเวลาก็แสนบังเอิญกับการนัดฟังคำสั่งบังคับคดี “ชั้น 14” ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ศาลสั่งฟังคำสั่งในวันที่ 9 กันยายน
ใกล้เคียงกับการตัดสินคดีของ “ลูกสาว”

เรายังไม่อาจรู้ได้ว่าผลจะออกมาอย่างไร แม้แนวโน้มจะพอมองเห็น แต่ต้องบอกว่าถ้าในทางที่เลวร้ายที่สุด ผลตัดสินไม่เป็นคุณกับทั้ง “พ่อ” และ “ลูก” แม้พรรคเพื่อไทยจะยืนยันว่าพันธมิตรเดิมยังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล แต่ใครก็จะรู้ว่า “มันจบแล้วครับนาย”
ฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดของเพื่อไทยคือ “อุ๊งอิ๊ง” หลุดจากตำแหน่งนายกฯ ขณะที่ “ทักษิณ” แพ้คดีชั้น 14 ใครๆก็รู้ว่าความมีอยู่ของ “ทักษิณ” สำคัญกับการรวมตัวของรัฐบาลขนาดไหน
ถ้า “ทักษิณ” แพ้คดีเชื่อได้เลยว่าพรรคร่วมจะแตกกระสานซ่านเซ็น หากลุ่มขั้วจับมือกันใหม่
“เพื่อไทย” ที่ว่าอยากเป็นรัฐบาลต่อ ก็อาจจะเป็นไม่ได้ ขณะที่การเมืองแบบ “สามก๊ก” ก็จะเกิดขึ้น ยังไม่มีใครรู้ว่าอนาคตใครจะจับกับใคร
บอกได้แค่ว่าห้วงเวลาช่างบังเอิญอย่างไม่ค่อยเป็นคุณเลยจริงๆ
แต่หากเป็น “ฉากทัศน์” ที่ดีที่สุดคือรอดคดีทั้งคู่ ก็ไม่ใช่ว่างานนี้เพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลยาวๆ เพราะอย่างที่บอกมาในตอนต้น ทุกอย่างในรัฐบาลนี้เรียกได้ว่าหมดสภาพแล้วจริงๆ เต็มที่ไม่ถึงต้นปีหน้าก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่