“แดง-ส้ม-น้ำเงิน” ชิงเหลี่ยมการเมือง เมื่อ “มันจบแล้วครับนาย” เจอกับ “อาจจะยังน้า”
ทีมออนไลน์
4 กันยายน 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
สองวันที่ผ่านมาเป็นห้วงเวลาที่คอการเมือง คนการเมือง ใช้คำสองคำได้อย่างสิ้นเปลืองมากคือคำว่า “มันจบแล้วครับนาย” กับคำว่า “อาจจะยังน้า”
คำสองคำนี้ถูกหยิบจับมาใช้สลับกันตลอดเวลา และตลอดห้วงของเกมการตั้ง “นายกรัฐมนตรีคนใหม่” และต้องบอกว่าเกมชิงไหวชิงพริบนี้เป็นเกมแบบ “สามก๊ก” โดยแท้ เพราะมีบทบาทกันทั้งหมด ไม่ยอมให้ใครรับบทเด่นหรือรับบทรอง
เริ่มที่พรรคประชาชน ไม่แน่ใจว่าใครปล่อยข่าวในวงประชุม สส. เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่าได้ข้อสรุปชัดแล้วพรรคประชาชนสนับสนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” แม้ที่ผ่านมา “เพื่อไทย” จะขู่ว่าหากจับมือกันก็จะยุบสภา
เมื่อข่าวหลุดมาเช่นนี้ เสียง “มันจบแล้วครับนาย” ก็ดังขึ้น

ทันทีที่รับข่าว “สรวงศ์ เทียนทอง” เลขาฯพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาให้ข่าวทันทีว่า กระบวนการทูลเกล้ายุบสภาฯเริ่มขึ้นแล้ว ดังนั้นอะไรที่ว่าจบก็ “อาจจะยังน้า”
ทำให้ “พรรคประชาชน” ต้องรีบออกมาแก้ข่าวว่า ยังไม่มีมติอะไรเลย ขณะที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” ก็ออกมาบอกว่าที่ “สรวงศ์” พูดนั้นอาจจะเข้าใจผิด เพราะยังไม่ได้ทูลเกล้าฯเลย ยังอยู่ในกระบวนการหาตัวนายกรัฐมนตรีกันอยู่
ขณะเดียวกันเสียงตั้งคำถามก็กระหึ่มว่าตลง “นายกฯรักษาการ” มีอำนาจยุบสภาหรือไม่ ฝั่งวิชาการก็บอกว่าต่อให้เป็นนายกฯรักษาการ ก็มีอำนาจเดียวกับนายกฯ ตัวจริง แต่อีกมุมอย่างเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็แย้งว่าอำนาจเสนอ ร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา เป็นอำนาจเฉพาะตัวจริง นายกฯรักษาการทำไม่ได้
แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นคำว่า “ข่าวลือคือข่าวจริงที่มาก่อน” ก็ถูกยืนยันคำพูดอีกครั้ง พรรคประชาชนแถลงว่าจะยกมือโหวตให้ “อนุทิน” เสียง “มันจบแล้วครับนาย” ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ไม่รอช้า “เพื่อไทย” ดาหน้าออกมาบอกว่า “ภูมิธรรม” เสนอร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา เพื่อให้ทูลเกล้าฯแล้ว และส่งไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ก.ย. หรือวันที่มีข่าวลือนั่นเอง และนี่คือเสียง “อาจจะยังน้า” ที่ลอยเข้าหูของ “ภูมิใจไทย – ประชาชน”

แต่เหมือนว่าคราวนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจะเป็นฝ่ายที่โยนคำว่า “อาจจะยังน้า” กลับไป “เพื่อไทย” เพราะมีการไปยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้บรรจุวาระเลือกนายกฯ โดยอ้างว่ายังไม่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภา โปรดเกล้าฯ ลงมาก็ต้องทำตามกระบวนการต่อไป
จากนั้น “คอมโบ” ชุดใหญ่ก็ออกมารัวๆ สส.พรรคเล็กอย่าง “สุรทิน พิจารณ์” ไปร้องเอาผิด “ภูมิธรรม” ในมาตรา 112 โดยอ้างว่าการเสนอร่าง พ.ร.ฎยุบสภา ในขณะที่ยังมีความเห็นต่างเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ขณะที่ “ภูมิใจไทย” เองแม้จะไม่ไปร้อง ม.112 แต่ก็ไปฟ้องและกล่าวหา “ภูมิธรรม” ตามมาตรา 157
พอมาถึงจุดนี้พรรคประชาชนเหมือนจะเริ่มตั้งตัวได้ หลังจากถูกโจมตีอย่างหนัก ก่อนจะออกแถลงการณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับการดำเนินคดี “คุณภูมิธรรม” และยืนยันว่า “นายกฯรักษาการ” มีอำนาจยุบสภา ทำให้คนจับตาว่า จะมีการฉีกข้อตกลงกับภูมิใจไทยหรือไม่ และอาจจะไม่โหวตเพื่อรอว่าจะมีการโปรดเกล้า พ.ร.ฎ.ยุบสภาหรือไม่
แต่ดูเหมือนช็อตที่บอกว่า “มันจบแล้วครับนาย” กับ “เพื่อไทย” ที่ดังที่สุดคือ การที่สำนักราชเลขาฯ ตีกลับ ร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา โดยบอกว่าไม่เป็นไปตามระเบียบเพราะยังมีข้อถกเถียงเรื่องกฎหมายกันอยู่ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า แม้จะยังไม่มีใครวินิจฉัยว่ามีอำนาจหรือไม่ แต่เรื่องนี้จะไม่ไปสูงกว่านี้และไม่มีวันออกมาได้
แปลว่า “ภูมิธรรม” จะไม่สามารถยุบสภาได้ และที่สุดประธานสภาฯก็บรรจุวาระเลือกนายกฯในวันที่ 5 ก.ย. ที่จะถึงนี้ โดยมีรายงานข่าวว่า “เพื่อไทย” ก็ยอมรับผลที่เกิดขึ้น

“พรรคภูมิใจไทย” อาจจะอยากตะโกนดังๆว่า “มันจบแล้วครับนาย” ใส่ “เพื่อไทย”
แต่เอาเข้าจริงก็มีเสียงกระซิบเบาๆ สวนกลับมาว่า “อาจจะยังน้า” เพราะอาจจะมี “ดีล” สุดท้าย ที่ให้คำมั่นว่าหากพรรคประชาชนสนับสนุน “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯตัวจริงก็พร้อมจะยุบสภาให้ ซึ่งหากดูความเป็นไปได้นาทนีนี้เชื่อว่า “เพื่อไทย” มีโอกาสบิดพริ้วน้อยกว่า และอาจเป็นการดึงความเชื่อมั่นของพรรคประชาชนกลับมา หลังจากเสียรังวัดกับเกมนี้ไปมหาศาล
ถึงนาทีนี้ วันที่ 5 ก.ย. จึงจะเป็นวันตัดสินว่าทิศทางการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร
แต่บอกได้เลยว่าหาก “อนุทิน” ได้เป็นนายกฯ ถึงวันนั้นแม้ “ทักษิณ ชินวัตร” จะขอร้องว่า “จบได้แล้วครับนาย” แต่ “อนุทิน” จะเป็นคนบอกว่า “อาจจะยังน้า”!!!