ดราม่า! สตรีหมายเลข 1 “จำไว้นะ เกินไปแล้วนะ” บทเรียนที่คนพูดเองต้องจดจำ
ทีมออนไลน์
30 ตุลาคม 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย “กรรณะ”
“ทำไมใจร้ายกับท่านนายกจังเลยนะจำไว้นะเกินไปแล้วนะ” กลายเป็นวาทะแห่งสัปดาห์ และเจ้าของคำพูดนี้อย่าง “จ๋า ธนนท์ นิรามิษ” ภริยาของ “นายกฯหนู – อนุทิน ชาญวีรกูล” หากย้อนเวลาได้อาจจะเลือกกลั้นก้อนคำพูดนี้เก็บเข้าลำคอ
คำพูดนี้เกิดหลังจากนักข่าวยิงคำถามเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่นายกฯเลือกที่จะไม่ตอบ
จะว่าไปแล้วคำถามนี้ตามสไตล์คนการเมืองต้องบอกว่าแม้ไม่ได้เบาหวิวดุจขนนก แต่ก็ไม่ได้โหดร้ายเหมือนหอกดาบ แบบที่ผ่านๆมา
แต่ก็ไม่รู้ว่า “คุณจ๋า” เธอคิดอะไร จู่ๆจึงบอกนักข่าวออกไปเช่นนั้น บางคนมองว่าเธอต้องการจะตอบโต้คนที่เธอมองว่า “ใจร้าย” กับสามีของเธอ แต่บ้างก็มองว่าเพราะเธอเริ่มสนิทสนมกับ “นักข่าวตามนายกฯ” จนคุ้นหน้าคุ้นตา ทำให้อาจจะแค่หยอกล้อ

ไม่มีใครหยั่งรู้ถึงเจตนาของ “คุณจ๋า” แต่ผลที่ออกมานั้นต้องบอกว่าทำให้เธอถูกตำหนิ และมองว่าแม้ไม่มีเจตนาแต่ความหมายแฝงที่แม้กระทั่งเธออาจจะไม่รู้ตัวได้ปรากฏออกมา
ตำแหน่ง “นายกฯ” อาจเป็นตำแหน่งของคนที่อาสาเข้ามา และอาจเป็นตำแหน่งของคนที่พร้อมทางวุฒิภาวะ แต่ตำแหน่งคู่สมรสของนายกฯ นั้นไม่ใช่
ดังนั้นการระมัดระวังตัวยามที่ออกสู่สาธารณะจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่รวมถึงต่างประเทศที่เราจะเห็นการให้เกียรติคู่สมรส แต่คู่สมรสก็จะวางตัวในลักษณะที่ส่งเสริม “นายกฯ” หรือ “ประธานาธิบดี” แต่ไม่มีใครเล่นบท “ตอบโต้” แทนผู้นำ เพราะนั่นเป็นบทบาทหน้าที่ที่มีให้เฉพาะตัวเท่านั้น
ลองนึกสภาพว่าคำนี้หากหลุดออกมาจากตัว “นายกฯ” เองอาจจะไม่มีปัญหาเท่านี้ นั่นก็เพราะนายกฯได้รับสิทธิ์ในการตอบโต้ พอๆกับสิทธิ์ที่ต้องถูกวิจารณ์ แต่คู่สมรสไม่ได้สิทธิ์นั้น

ในอดีตมิใช่ไทยจะไม่เคยมี “สตรีหมายเลข 1” หรือ “สุภาพบุรุษหมายเลข 1” แต่ทั้งหมดก็ดูเหมือนจะวางตัวได้ในระดับที่เหมาะสมไม่น้อย
ย้อนกลับไป “ภริยานายกฯ” ที่มีบทบาทและสไตล์ที่ได้รับความสนใจก็มีอาทิ “คุณหญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ” ภริยาของ “อดีตนายกฯชาติชาย ชุณหะวัณ” หรือ “คุณหญิงหลุยส์ – คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ” ภริยาของ “บิ๊กจิ๋ว – พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” แต่ทั้งสองท่านก็เป็นบทบาทที่มีสไตล์และลีลา รวมถึงการแต่งตัว แต่ก็มิได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับหน้าที่การงานของ “นายกฯ”
ถัดมาที่คนจำได้ก็คือ “คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา” ภริยาของบ “อดีตนายกฯบรรหาร ศิลปอาชา” ก็จะมีภาพหลังบ้านที่ชัดเจน หรือ “ศ.ทพ.หญิง พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ” ภริยาของ “อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็แทบไม่ค่อยปรากฏตัว และรักษาบทบาทได้ชัดจน รวมถึง “อาจารย์น้อง รศ.นราพร จันทร์โอชา” ภริยาของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ก็รักษาภาพได้อย่างสมบูรณ์และปรากฏตัวเฉพาะในยามที่จำเป็น

หรือกระทั่ง “ปิฎก สุขสวัสดิ์” สามีของ “อดีตนายกฯแพทองธาร ชินวัตร” แม้จะเป็นชายแต่บทบาทหลังบ้านก็มิได้ออกมาโดดเด่นปล่อยให้งานการเมือง เป็นหน้าที่เฉพาะตัวของ “นายกฯ”
ที่โดดเด่นออกมามากที่สุดก็น่าจะเป็น “คุณหญิงอ้อ – คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร” อดีตภริยาของ “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” แม้หลังบ้านจะมีคนครหาว่าเธอคือ “นางพญาตัวจริง” แต่บทบาทหน้าฉากเธอก็ไม่เคยออฟไซด์แต่อย่างใด
การเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดา มาเป็นภริยาของผู้นำบ้านเมืองคงไม่ใช่เรื่องง่าย และนี่ก็น่าจะเป็นบทเรียนที่ทำให้เธอต้องจดจำเอาไว้
เพราะบนเวทีของการเมืองทุกย่างก้าวของการกระทำของคนหลังบ้าน ล้วนส่งผลต่อ “เบอร์หนึ่ง” ทั้งสิ้น และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เหมือนจะปกป้อง แต่เธอก็ทำให้ “สามี” อย่าง “นายกฯหนู” เจ็บตัวแบบที่ไม่ควรจะต้องเจ็บ
และคนที่ควรจำ ดูท่าจะไม่ใช่นักข่าวที่ตั้งคำถาม แต่เป็น “คุณจ๋า” ต่างหากที่ต้องไม่ลืมการกระทำในครั้งนี้และนำกลับไปทบทวน