“ทักษิณ” ออกปากทวง “มหาดไทย” ภูมิใจไทย เอาไงดี ไปต่อหรือพอแค่นี้

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

2 มิถุนายน 2568

“ทักษิณ” ออกปากทวง “มหาดไทย” ภูมิใจไทย เอาไงดี ไปต่อหรือพอแค่นี้

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

จบไปแล้วสำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระแรก หลายคนอาจบอกว่าไม่เดือด แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า นี่คือการพิจารณากฎหมายงบประมาณ แม้จะมีการซักฟอกทวงถามกันบ้าง ก็เป็นไปแบบหอมปากหอมคอ ไม่ได้ดุเดือดเลือดพล่าน ซึ่งคือเรื่องที่เกิดเป็นปกติสำหรับวาระเช่นนี้

เอาเข้าจริงๆ หากจะมีใครสักคนทีทำแต้มก็คงเป็นฝ่ายค้านที่ทำการบ้านเรื่องงบประมาณอย่างเต็มที่ จนชิงซีนไปได้ โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวกับรัฐสภา ที่มีการเปิดเรื่องมาตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุม

แต่ที่ทุกคนจับตาดูการอภิปรายครั้งนี้ก็เพราะจะมีหลายสิ่งที่เป็นนัยยะว่ารัฐบาลนี้จะไปต่อหรือล่มลงในอนาคตอันใกล้

เพราะจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อได้ว่าหลังจากนี้ไม่นานก็น่าที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งนอกเหนือจะทำให้การทำงานคล่องตัวเหมือนกับการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ส่วนที่อาจจะไม่ขับเคลื่อนออก แต่อีกนัยยะก็คืออาจจะเป็นการกระชับอำนาจ หรือถ้าหากกระชับอำนาจไม่สำเร็จก็อาจกลายเป็นการกระชับความสัมพันธ์หลังรอยร้าวลึกหนักมาหลายเดือน และถึงที่สุดหากไม่ลงตัว รัฐบาลชุดนี้ก็อาจถึงคราวต้องสิ้นสุดอายุลง

แต่ดูท่าทีทั้งของ “เพื่อไทย” และ “ภูมิใจไทย” เองก็กร้าวขึ้นเรื่อยๆ

โดยระหว่างที่มีการอภิปรายงบประมาณฯ นั้น “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้นำตัวจริงเสียงจริงของ “เพื่อไทย” ก็ไปออกรายการของเครือเนชั่น

แม้จะบอกว่าเป็นการมองจากมุมนักวิเคราะห์การเมือง แต่สำหรับคอการเมืองรู้ดีว่านี่คือการส่งสัญญาณครั้งที่สอง หลังจากที่ไปปรากฏตัวที่ ป.ป.ส. ที่บอกว่า “ตอนนี้ยังกอดได้” ซึ่งคำว่า “ตอนนี้” ย่อมไม่ได้หมายถึงตอนนี้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการบอกว่า “อนาคต” อาจยังกอดได้หรือไม่ได้

โดยขณะที่ออกรายการทางเนชั่น เขาออกปากทวงกระทรวงมหาดไทย จากภูมิใจไทย ทั้งนี้ก็เพราะที่ผ่านมาโครงการต่างๆ ของพรรคดูจะไปไม่ถึงประชาชน  ขณะที่ภูมิใจไทยเองกลับทำงานและวางโครงสร้างอำนาจไว้ในนั้นแบบแข็งปั๋ง

ก่อนจะถึงคำถาม “ชงหวาน” จากพิธีกรว่า แล้วพรรคร่วมรัฐบาลที่มี 69 เสียง เขาจะยอมหรือไม่? ทักษิณ ไม่รีรอที่จะตอบว่า  “ถ้าอยากทำงานให้ได้ผล พรรคเพื่อไทยต้องตัดสินใจเพื่อให้นโยบายถึงประชาชนจริงๆ ก็ต้องให้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทย นี่คือหลักการ”

เรียกได้ว่าทวงชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

พร้อมกับมีการปล่อยข่าวจาก “แหล่งข่าว” ว่าตอนนี้เตรียมกระทรวงไว้ให้ภูมิใจไทยเลือก 3 กระทรวงแล้วเพื่อแลกกับมหาดไทย หนึ่งคือ “สาธารณสุข” หนึ่งคือ “พาณิชย์”  และอีกหนึ่งคือ “กระทรวงดิจิทัล”

อ่านหน้าไพ่ก็รู้ว่านี่ไม่ได้เสนอให้เลือก แต่เสนอให้ไป “สาธารณสุข” บ้านเก่าของ “รองหนูฯ”

คำถามคือทำไมภูมิใจไทย ต้องไป?  เพราะนี่คือปัญหาทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยเองที่ทำนโยบายไม่ได้  และการที่พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะ “เพื่อไทย” ต้องการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง “มหาดไทย”  คือของขวัญที่คุ้มค่าที่สุดกับตัวเลือกในวันนั้น ดังนั้นการจะให้ปล่อยมือในวันนี้จึงไม่สมเหตุสมผลยิ่งนักสำหรับพรรคที่ได้ชื่อว่า จำเป็นสำหรับการมีอยู่ของรัฐบาลมากที่สุด

แน่นอนว่าการเสนอแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี  จริงอยู่ที่ “ภูมิใจไทย” กับ “พรรคประชาชน” ตอนนี้ไม่น่าที่จะรวมกันได้ แต่รวมไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าใช้ต่อรองไม่ได้

เพราะไม่ว่าอย่างไรพรรคประชาชนก็ยังคงเป็นพรรคอันดับหนึ่งในสภา หากจับมือกันได้เดี๋ยวตัวเลขอื่นๆก็ตามมาเอง  แถมท่าทีที่โอนอ่อนของพรรคประชาชนต่อกฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบันฯ ยังอาจสร้างความหวั่นใจให้ “เพื่อไทย” ได้ไม่น้อย

หลังข่าวการทวงคืน  “รองหนูฯ”  ก็ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการจับมือกับพรรคประชาชนว่า   “วันนี้ต้องเลิกพูดว่าพรรคนั้นจับกับพรรคนี้ หรือพรรคนั้นจับกับพรรคนู้นไม่ได้ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้สามารถสรุปได้ว่าไม่มีพรรคอะไรจับกับพรรคอะไรไม่ได้ แต่ความจริงก็เป็นเรื่องที่ถูก เพราะไม่ได้มีความจงเกลียดจงชังกัน แต่เมื่อมีความเห็นหรือนโยบายที่ไม่ตรงกัน หรือนโยบายที่อีกฝ่ายรับไม่ได้ ณ ขณะนั้นก็อย่าพึ่งจับกัน แต่ในอนาคตข้างหน้านโยบายต่างคนต่างรับได้ ต่างคนต่างพยายามหาสิ่งที่ทำได้ แล้วเกิดประโยชน์กับประเทศ และประชาชน และขับเคลื่อนไปด้วยกันได้ ก็ไม่ควรมีข้อจำกัดอะไรขึ้นมา”

แปลไทยเป็นไทยคือ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แม้จะมีน้อยแค่ไหนแต่ก็ไม่ใช่จะปิดโอกาสทั้งหมด

ขณะที่ “หัวหน้าเท้ง – ณัฐพงศ์ เรือปัญญาวุฒิ”  แม้ไม่ได้บอกว่าพร้อมร่วมรัฐบาล แต่ก็บอกว่าพร้อมทำงานโดยเอาวาระประชาชนเป็นที่ตั้ง  ไม่ใช่วาระการตั้งรัฐบาล

เรียกได้ว่าไม่โดดลงเล่นเกมนี้อย่างเต็มตัว เพราะใครๆก็รู้ว่า “พรรคประชาชน” กับการเมืองแบบปัจจุบันเป็นเหมือนน้ำกับน้ำมัน แต่ก็ไม่วายทิ้งเชื้อเรียกว่าเผื่อเอาไว้ให้ใครบางคนคิด

แต่หากพูดกันตรงๆก็คือแม้ในทางทฤษฎีจะเป็นได้ แต่ในทางปฏิบัติบอกเลยว่าแทบจะเป็นศูนย์ เต็มที่เกมนี้ หากเพื่อไทยเดินหน้าต่อเป็นรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ไม่มีทางที่จะมีรัฐบาลเป็นขั้ว “ภูมิใจไทย – ประชาน” อย่างแน่นอน

แถมช่วงสุดท้ายของการอภิปราย ก็มีท่อนที่ “ชาดา ไทยเศรษฐ” จากพรรคภูมิใจไทยอภิปราย หากใครนึกไม่ออกมาการอภิปรายของ “ชาดา” คือจุดยืนของภูมิใจไทยอย่างไรให้ไปดูการอภิปรายตอนเลือกนายกฯ ที่เขาประกาศจุดยืนเกี่ยวกับ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

“ชาดา” บอกว่า  “ก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยกับการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทซึ่งเป็นนโยบายของ พรรคเพื่อไทยแต่ปัจจุบันผมเห็นด้วยฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีต้องแจกเงิน มีใครที่อยู่ข้างบนแจกไม่ได้ลงมาเอาคนอื่นขึ้นไปนั่ง”  ก่อนจะทิ้งท้ายว่าหากทำไม่ได้เลือกตั้งครั้งหน้า “นายกฯเท้ง” มาแน่

ขณะที่ “กล้าธรรม” เองก็ยังได้ “งูเห่า” มาเพิ่มไม่เท่าไหร่ ทำให้เอาเข้าจริงรัฐบาลก็ยังต้องการภูมิใจไทย

มิพักต้องพูดถึงสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา ที่ไม่ค่อยดีนัก  ที่สุดแม้ “เพื่อไทย” จะพยายามเรียกและพูดชัดขนาดไหน แต่ก็ขึ้นอยู่กับ “ภูมิใจไทย” ว่าจะเอายังไงอยู่ดี จะไปต่อหรือพอแค่นี้ซึ่งทั้งหมดก็ชี้เป็นชี้ตายกับรัฐบาลนี้ทั้งสิ้น