“ศึกนอกกัมพูชา–ศึกในน้ำท่วม” สารพัดปัญหาล้อมรัฐบาล “อนุทิน”

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

13 พฤศจิกายน 2568

“ศึกนอกกัมพูชา–ศึกในน้ำท่วม” สารพัดปัญหาล้อมรัฐบาล “อนุทิน”

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

ถึงตอนนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” คงคิดถึงช่วงเวลาฮันนีมูนอันหอมหวาน เพราะแม้การเมืองจะเอาอยู่ แต่ปัญหาอื่นกลับปะทุ จนเขาเองก็อาจจะไม่คิดว่าแค่ 4 เดือนทำไมปัญหามันหนักขนาดนี้

เพราะตอนนี้ทั้งศึกนอก ศึกในประชิดประตูบ้าน ชนิดที่หนีไม่ออก

เริ่มที่ศึกนอกอย่างปัญหากัมพูชา  

“อนุทิน ชาญวีรกูล” วันที่รับตำแหน่งเขาอาจจะคิดว่าสามารถจัดการปัญหาได้ดีกว่าพรรคเพื่อไทย เพราะเมื่อตัวละครอย่าง “ชินวัตร” ออกจากเกมหลักไปใครก็คิดว่าปัญหาจะคลี่คลาย

แถม “โดนัลด์ ทรัมป์” ยื่นมาเข้ามาเป็นตัวกลาง แม้จะหวังผลประโยชน์แต่ก็ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ถึงขนาดเซ็นปฏิญญาสันติภาพ ฟื้นฟูความสัมพันธ์กัน

ขณะที่ “สมเด็จฮุน เซน” เองก็ดูสงบปากสงบคำผิดฟอร์มสมัยเกิดการปะทะใหม่ๆ   จนหลายคนมองเห็นแสงสว่างว่า เพื่อบ้านสองประเทศอาจะกลับมาอยู่ร่วมกัน ค้าขายร่วมกัน แม้อาจจะไม่ใช่มิตรรัก แต่ก็ไม่ห้ำหั่นกัน เรื่องเดินหน้ามาถึงจุดที่เราจะปล่อยเชลยศึกเสียด้วยซ้ำ

แล้วจู่ๆ  ทหารไทยก็เหยียบกับระเบิดจนต้องเสียขาอีกครั้ง นับเป็นรายที่ 7 นับตั้งแต่มีความขัดแย้ง

ความหมายกับเหตุการณ์นี้มีมากกว่าการบาดเจ็บของทหารหนึ่งคน แต่ความหมายมันมากกว่านั้นคือ กัมพูชายังมีการใช้กับระเบิดที่เป็นการละเมิดกติกาสงคราม แม้ก่อนหน้านี้ตกลงกันว่าจะเดินหน้าเก็บกู้

ทันทีที่เสียงระเบิดดังขึ้นทุกองคาพยพของรัฐไทยก็แทบจะมองไปทางเดียวกัน และแน่นอนว่ารัฐบาลที่ขี่แกระแสชาตินิยมอย่าง “อนุทิน” ก็ไม่ได้พายเรือขวาง ประกาศเดินหน้าสนับสนุนกองทัพ

แต่คำถามใหญ่คือ จากนี้จะทำอย่างไร?

แน่นอนว่าแรงกดดัน และความรับผิดชอบของรัฐบาลมีมากกว่าการจับปืนไปรบในพื้นที่ หากแต่หมายถึงการบริหารความสัมพันธ์กับคนในประเทศ นานาชาติ กระแสสังคม การค้า

“รัฐบาล” ต้องดูให้รอบคอบกว่าทหารตามแนวชายแดน  ต้องดูให้มากกว่าแม่ทัพภาคสอง ต้องดูให้มากกว่า ผบ.ทบ.  ต้องดูให้มากกว่ากระทรวงการต่างประเทศ

การขี่กระแสอาจได้กระแสชั่วครั้งชั่วคราว แต่การทิ้งรอยบาดแผลเอาไว้อาจจะหนักกว่า รัฐบาลต้องอ่านเกมให้ขาดว่าความต้องการของเสียงระเบิดนี้คืออะไร และทำในสิ่งที่ถูกต้อง

นี่คือ “ศึกนอก” ที่ต้องเจอ

ทีนี้เราหันมาดูศึกใน  เป็นศึกที่หากจะใช้คำว่า “ไม่คาดคิด” ก็อาจจะดูหยามเหยียดความสามารถของหน่วยงาน หากแต่เป็นศึกที่ถูกมองข้าม ทั้งๆที่สถิติบ่งชี้มาตลอด นั่นก็คือปัญหาน้ำท่วม