ตรวจการบ้าน! แถลงผลงานรัฐบาล “อนุทิน 1”
ทีมออนไลน์
2 ตุลาคม 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
ผ่านไปแล้วสำหรับการแถลงผลงานรัฐบาล ในบทความชิ้นนี้เราจะมาลองตรวจการบ้าน ผลงานของแต่ละฝ่ายแต่ละคนเป็นอย่างไร ใครได้แต้ม ใครเสียแต้ม ใครท็อปฟอร์ม ใครฟอร์มตก และสังคมมองอย่างไร
รัฐบาลทั้งคณะ
กระแสภายนอกตอบรับและยอมรับอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สถาปนาความเชื่อเรื่องการทำตามสัญญาด้วยการยุบสภา
ก่อนหน้านี้ทุกคนตั้งคำถามว่า “ภูมิใจไทย” จะยุบสภาทำตามสัญญา MOA หรือ แต่วันเวลาที่เปลี่ยนไปพวกเขาทำให้ทุกคนแม้กระทั่งฝ่ายค้านของฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยเชื่อได้ว่าพวกเขาจะทำตามสัญญายุบสภาใน 4 เดือนได้แน่
ซึ่งเหตุผลก็ไม่ยาก เพราะนาทีนี้ทุกคนเชื่อว่าภาพใหญ่ที่ “ภูมิใจไทย” มองไม่ใช่การแหก MOA เพืออยู่ยาวอีกแค่ปีกว่าๆ แต่พวกเขาเล็งที่จะอยู่ยาวในฐานะรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่หลายคนจับตาดูคือ การเล่นกับกระแส “รัฐบาลภูมิใจไทย” ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่เกาะไปกับกระแสและพร้อมโหมกระแสเพื่อดึงความนิยมให้พุ่งสูง แน่นอนว่า 6 เดือนหลังจากนี้ที่จะมีการเลือกตั้งพวกเขาเชื่อว่ากระแสจะพร้อมพอดีสำหรับการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เราจึงจะเห็นพวกเขาพยายามทำคะแนน ทั้งการไม่แหก MOA การเดินหน้ามาตรการคนละครึ่งพลัส การทำให้เห็นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ หรือกระทั่งการบอกว่าจะทำประชามติเรื่อง MOU 43 – 44
ในบรรดาคนการเมือง หรือ นักวิชาการอาจมองว่าการทำประชามติเรื่องจะยกเลิก MOU 43 – 44 หรือไม่เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ เพราะจะให้อารมณ์และความเชื่อของคนมาตัดสินปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศไม่ได้
แต่ “ภูมิใจไทย” ไม่คิดอย่างนั้น ไม่ว่าผลประชามติ MOU จะออกมาทางไหน พวกเขาก็ได้เปรียบ หากเลิกก็แน่นอนว่าได้ใจ “ชาตินิยม” แต่หากผลออกมาว่าไม่เลิกจากนี้พวกเขาจะทำงานเรื่องความสัมพันธ์กับกัมพูชาง่ายขึ้น
ว่ากันตรงๆก็คือไม่ลำบากใจเหมือนรัฐบาล “เพื่อไทย” ที่ต้องโดนกระแสเรียกร้อง ให้ยกเลิกตลอดเวลา
และพวกเขาก็ไม่ยอมให้ถูกกล่าวหาโต้กลับทุกดอก เช่นการตอบโต้ของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ที่ตอบการกล่าวหาเรื่องรัฐบาล “หนูเน” โดยเลือกใช้วาทกรรมสุดแสบเช่น “ทักเซน” หรือ “ฮุนชิน” ตอกย้ำความสัมพันธ์ของนายใหญ่ กับคนที่ถูกมองเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของชาติในขณะนี้
หรือการสวนกลับ “ทวี สอดส่อง” อดีต รมว. ยุติธรรม ที่กล่าวหาว่า “ภูมิใจไทย” หวังแทรกแซงคดี “ฮั้ว สว.” และ “เขากระโดง”
โดยบอกว่า ใครกันแน่ที่แทรกแซง เพราะ “ทวี” เองก็โดนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่จากการแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
พวกเขาขีดเส้นว่าจากนี้จะไม่ยอมง่ายๆและจะสวนกลับแบบการเมืองทุกดอก

“นายกฯอนุทิน”
“อนุทิน ชาญวีรกูล” แม้จะเป็นนายกฯมือใหม่ แต่เขาไม่ใช่มือใหม่ทางการเมือง และไม่ได้ถูกมองว่าเป็นนอมินี หรือตัวแทน ของใคร ทำให้อำนาจการตัดสินใจการตอบโต้มีภาวะผู้นำค่อนข้างสูง
แม้จะมีภาพของ “เนวิน ชิดชอบ” ทาบทับ แต่ก็เป็นลักษณะเกื้อกูลมากกว่าลักษณะ คนที่สูงหรือต่ำกว่า
อีกทั้งความเจนจัดทางการเมืองทำให้เขาตอบโต้ข้อกล่าวหาได้อย่างไม่เคอะเขิน ทุกครั้งที่ถูกโจมตีเขาจะไม่ยอมและเอาคืน
ช็อตเด็ดอยู่ที่การแฉกลับ หลังถูก อดีตรัฐมนตรีของ “เพื่อไทย” กล่าวหาในทำนองว่ารู้เห็นเป็นใจกับผู้นำกัมพูชา โดยอ้างเหตุการกล่าวของ “สมเด็จฮุน เซน” ว่าจะเปลี่ยนตัวนายกฯ ไทยในสามเดือน ที่ทุกอย่างดูลงล็อกไปหมด
“นายกฯ อนุทิน” แฉกลับว่า เขาไม่ได้เป็น อังเคิล หรือ เป็นเฟรนด์กับใคร อีกทั้งบอกว่า คนใน “เพื่อไทย” นั่นแหละที่ไปบอกผู้นำประเทศเพื่อนบ้านว่าไม่ต้องให้เขาเข้าประชุมด้วยในตอนนั้นเพราะกำลังจะเปลี่ยนตัว “มท. 1”
แปลง่ายๆ คือ “เพื่อไทย” นั่นแหละที่เอาเรื่องในบ้านไปโพนทะนาบอกคนนอกบ้าน ซึ่งแบบนี้เป็นใครก็ดูออกและเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ศุภจี สุธรรมพันธ์”
“ศุภจี สุธรรมพันธ์” รมว.พาณิชย์ โควตาคนนอก ตอนที่ได้ยินชื่อทุกคนก็ยอมรับว่าเป็นคนดีมีฝีมือ จากประวัติการทำงานในภาคเอกชน
แต่เมื่อแถลงนโยบาย เสียงชื่นชมในความมืออาชีพยิ่งดังสนั่น ทุกคนพูดว่านี่คือการอภิปรายที่ไม่เหมือนนักการเมืองทั่วไป ไม่มีการโจมตี แต่เป็นการพูดนโยบายแบบเนื้อๆ
“ศุภจี” เล่าแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่าต้องทำอะไร ต้องต่อสู้กับอะไร และมีแผนการทำงานอย่างไร รวมถึงปัญหาชายแดนที่ก่อนหน้านี้ทุกคนถามว่าจะเยียวยาชาวบ้านอย่างไร ซึ่งเธอก็มีแผนการทำงานให้เห็นเช่นกัน
แน่นอนว่าไม่ลืมนโยบายโดนใจคนทั่วไปคือ จะให้โรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยต้นทุนค่ายา และให้ผู้ป่วยสามารถไปซื้อยาข้างนอกเองได้
นโยบายนี้โดนใจชนชั้นกลางอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาโดนโรงพยาบาลเอกชนขูดค่ายาแบบมหาศาล
เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังไปทั่ว ที่ผ่านมาต้องไม่ลืมว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องใช้ความเชื่อมั่น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา “เพื่อไทย” กลับทำภาพนั้นให้เกิดไม่ได้ เพราะใช้คนในมากเกินไป จนเป็นที่มาของคำว่าเพื่อไทย “ตก KPI”
“พรรคประชาชน”
พรรคประชาชนครั้งนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในฐานะฝ่ายค้านที่ยกมือสนับสนุนการตั้งรัฐบาล
พวกเขาพยายามทำให้เห็นว่าพวกเขาจับตาคำสัญญาตลอดเวลา และอธิบายเหตุผลของการโหวตว่า เพื่อทำภาระกิจอะไร
แต่ก็ไม่สามารถสลัดภาพว่าการตั้งคำถามเช่นคุณสมบัติของ “รัฐมนตรี” เป็นเพียงการทำแก้เก้อหรือไม่เพราะไม่ว่าอย่างไรตลอดสี่เดือนนี้พวกเขาก็ต้องอุ้มสมพากันให้ไปตลอดรอดฝั่ง
รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนใน MOA หลายคนก็มองว่าพวกเขากำลังหลงเข้าเกมของ “ภูมิใจไทย”
เพราะ “ภูมิใจไทย” กำลังจะใช้วิธีเลือก สสร. ที่พวกเขากำหนดเกมได้ และที่สุดหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็ต้องใช้ฉบับนี้ต่อไปซึ่งเอื้อต่อการเมืองแบบพวกเขาอยู่ดี
นี่เองที่ทำให้ถูกมองว่า “พรรคประชาชน” กำลังจะเสียเหลี่ยมอีกครั้ง
ซึ่งหากมองแบบคนนอกก็จะบอกว่า ถึงตรงนี้ในเกมแถลงนโยบาย “พรรคประชาชน” ไม่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
จนกระทั่ง มาถึงการอภิปรายของ “รังสิมันต์ โรม” และ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สองขุนพลของพรรค ทั้งคู่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
แม้จะไม่ได้โจมตี “นายกฯหนู” โดยตรง แต่ก็ฟาดและตั้งข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ของ “รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” และ “วรภัค ธันยาวงศ์” กับตัวละครสำคัญในวงการแก๊งสแกมเมอร์อย่าง “เบนจามิน สมิธ”
และยังวาดภาพใหญ่ให้เห็นถึงความพยายามของแก๊งสแกมเมอร์ที่จะเข้ามามีบทบาทกับเศรษฐกิจไทยผ่านการถือหุ้น และรู้จักกับนักการเมืองสำคัญๆ
ซึ่งนี่คือจุดเด่นของการอภิปรายจาก “พรรคสีส้ม” ตลอดมา ทำให้ได้คะแนนตีตื้นขึ้นมา
“พรรคเพื่อไทย”
ดาวดับอย่างแท้จริง! สิ่งที่พรรคเพื่อไทยพูดออกมานั้น ไม่มีใครปฏิเสธในหลักการได้ เพียงแต่วันที่พวกเขาเป็นรัฐบาล กลับไม่ทำตามหลักการที่ว่า
อย่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ “เพื่อไทย” พยายามชี้ให้เห็นว่า “ภูมิใจไทย” อาจะไม่ได้มีเจตนาที่จะแก้รัฐธรรมนูญจริง แต่ก็ถูกสวนทั้งในสภาและนอกสภาว่า วันที่เป็นรัฐบาลก็เป็น “เพื่อไทย” นี่แหละที่ไม่เดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
หรือการตั้ง รมต. ที่ไม่เหมาะสม หลายคนก็อยู่ร่วมรัฐบาลเพื่อไทยมาก่อน หรืออย่าง “วรภัค” ที่วันนี้ “เพื่อไทย” ตั้งคำถามถึงคุณสมบัติก็ถูกย้อนว่า ก่อนหน้านี้ก็เป็นที่ปรึกษาของ “พิชัย ชุณหวชิร” รมว.คลัง ในรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” เหตุใดวันนั้นจึงไม่มีการตั้งคำถามหรือสงสัยบ้าง
หรือเรื่องเศรษฐกิจ ที่ “เพื่อไทย” ก็กลายเป็นจำเลยว่าวันที่มีอำนาจกลับพลิกฟื้นอะไรไม่ได้เลย
จากนี้ 4 เดือนคือบททดสอบและบทพิสูจน์ เพราะหลังจาก 4 เดือนที่คนจะเดินเข้าคูหาต่างหากที่จะเป็นตัวให้คะแนนของจริง