เพราะ “ชินวัตร” ต้องมี “เพื่อไทย” “ยศชนัน” ลงชิงนายกฯ ในวันที่พรรคเลือดไหลไม่หยุด
ทีมออนไลน์
18 ธันวาคม 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
เมื่อถึงทางสองแพร่ง “ชินวัตร” ก็ตัดสินใจว่า “เพื่อไทย” ต้องมี “ชินวัตร” หรือมองอีกทางก็คือ “ชินวัตร” ต้องอยู่ใน “เพื่อไทย” โดยไม่ปล่อยพรรคนี้ออกไป
แม้ในทางการพาดหัวข่าวจะพูดถึง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ว่า เป็น “ชินวัตร” คนที่ 5 ที่เสนอตัวมาเป็นรัฐมนตรี แต่ใครๆ ก็รู้ว่าครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหนๆ ที่พวกเขาไม่ได้มีแต้มต่ออะไรอีกแล้ว

ไม่ต้องนับ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เป็นคนตั้งพรรค คนที่สองคือ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” น้องเขย ก็ยังอยู่ในฐานะที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มเปี่ยม
หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเมื่อคนคุ้นเคยที่กลายมาเป็นคู่แข่งในวันนี้อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ตัดสินใจเปลี่ยนขั้วย้ายข้างลั่นวาทะ “มันจบแล้วครับนาย” ก็เชื่อว่า “สมชาย” น่าจะยังได้เป็นนายกฯอีกยาว เพราะเสียงสนับสนุนจาก สส. ยังมีอยู่มาก
มาถึงยุค “นายกฯปู – ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ต้องบอกว่าแม้จะโนเนมไม่มีชื่อชั้นทางวิชาการ แต่แค่เป็นนางพญาด้วยการเป็น “น้องรักทักษิณ” เท่านี้ก็เพียงพอ และที่ต้องไม่ลืมคือวันนั้น “เพื่อไทย” แข็งแกร่งขนาดไหน แทบจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ แถมด้วยบุคลิกใสซื่อ นายกฯมือใหม่ยิ่งทำให้คนเทใจเลือก
มาถึงคนที่สี่อย่าง “แพทองธาร” แน่นอนว่าตำแหน่ง “นางพญา” ถูกส่งต่อให้ลูกสาวสุดที่รักที่มีแรงจูงใจทางการเมืองมากที่สุด ขณะที่แรงสนับสนุนของ สส. ก็ยังมีจำนวนมาก และทำท่าจะได้เป็นนายกฯง่ายๆ หากไม่มี “พรรคก้าวไกล” ที่ชิงคะแนนนิยมไปจนทำให้พวกเขาต้องตกระกำลำบาก ทำทุกทางเพื่อให้ “นางพญา” ได้เป็น “นายกฯ” และแน่นอนแลกด้วยข้อครหาว่าตระบัดสัตย์
แต่แล้ววาสนาทางการเมืองของ “ชินวัตร” ก็ตกต่ำลง แถมเจออุบัติเหตุอย่างคลิปเสียงหลุด ที่คราวนี้ทำเอากู่ไม่กลับ แถม “ทักษิณ” ยังถูกศาลสั่งให้กลับไปติดคุกอีก เรียกได้ว่าไม่เหลืออะไร
จากนั้น “เพื่อไทย” ก็เลือดไหลออกไม่หยุด ทำให้วันนี้พวกเขาไม่อยู่ในสภาพพรรคการเมืองอันดับหนึ่งอีกต่อไป

และพวกเขาก็เดินมาถึงทางสองแพร่ แพร่งที่หนึ่งจะให้ “เพื่อไทย” ไปต่อโดยที่ไม่มีพวกเขา หรือแพร่งที่สอง “ชินวัตร” เลือกที่จะไปต่อกับ “เพื่อไทย”
ทั้งสองทางมีดีมีเสีย แต่ที่สุดพวกเขาก็เลือกว่าจะส่ง “หลานทักษิณ” “ลูกเจ๊แดง” ลงเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค
ถามว่า “ยศชนัน” มีอะไรเสียหายหรือไม่ คำตอบคือไม่มี เป็นคนหนุ่ม โพรไฟล์ดี ดูมีอนาคต แต่ทุกคนก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับคนที่จะเป็นเบอร์หนึ่ง เพราะ นี่คือตัวเลือกเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น และเอาเข้าจริงหากเทียบการเป็นมือใหม่ เขายังห่างชั้นกว่าตอนเปิดตัว “ยิ่งลักษณ์” มากนัก
เพราะ “นายกฯปู” นาทีนั้น มีบุคลิกแบบคนธรรมดา ถ้าเป็นภาษานักการตลาดบอกว่าเป็น “คาแรกเตอร์ที่เข้าใจง่าย” แต่กับ “ยศชนัน” เขาคือสินค้าดี มีราคา อยู่ในตลาดเฉพาะ คนทั่วไปเข้าใจยาก
แล้วคำถามคือ ทำไม “ยศชนัน” ต้องลง คำตอบก็ไม่ยากคือ “ชินวัตร” ได้ตัดสินใจแล้วว่า “เพื่อไทย” ต้องมีพวกเขา พอๆกับที่ พวกเขาต้องมี “เพื่อไทย”
การมีการเมืองเป็นหลังพิง ย่อมดีกว่าวันที่ไม่มีใคร ต่อให้ “เพื่อไทย” ไม่ใช่พรรคหลัก แต่พวกเขาก็ยังน่าจะพอมีค่ามีราคาอยู่ในฐานะไม่แย่กว่าอันดับสาม
และด้วยอันดับแบบนี้ รวมถึงการเมืองแบบสามก๊ก โอกาสที่พวกเขาจะได้เป็นรัฐบาลก็มีไม่น้อย และเป็นรัฐบาลแบบที่ไม่ต้องแบกรับภาระกดดันเหมือนที่ผ่านๆมา เพราะครั้งนี้ทุกคนก็ตราหน้าอยู่แล้วว่า “เพื่อไทย” ก็ไม่ต่างจากพรรคอื่น โดยเฉพาะการที่ทำตามสัญญาไม่ได้
และเมื่อเป็นรัฐบาลการใช้อำนาจเพื่อปกป้องตนเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก การทำภารกิจเพื่อสร้างความรักความนิยมใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ในอีกทาง สถานการณ์ในตอนนี้ที่เลือดไหลไม่หยุด หาก “ชินวัตร” ไม่ลงมาเอง ก็อย่าหวังว่าจะมี สส. คนไหนอยู่กับพรรค เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ต้องมั่นใจว่าพรรคนี้ยังมีอนาคต มีคนที่ไม่ทิ้ง และที่สำคัญงานนี้ “ชินวัตร” อาจจะไม่ใช่แค่เพียงลงแรงเท่านั้น แต่ทุนก็เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องลง หลังจากถูกกล่าวหาว่าเล่นการเมืองด้วยทุนคนอื่นมานาน
แม้จะต้องถูกกล่าวหาว่าไม่มีปัญญาหาคนอื่น แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก เพราะยังไงการที่พรรคยังมีคน และ คนยังมีพรรคก็เป็นเรื่องที่ดีกว่าเดินไปคนละทาง