“อุ๊งอิ๊ง” ตกเก้าอี้! “พรรคส้ม” รอชี้ชะตา ใครจะเป็นนายกฯคนใหม่
ทีมออนไลน์
30 สิงหาคม 2568

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
“วรยุทธ์ใต้หล้า ตัดสินแพ้ชนะที่ความเร็ว” นี่คือประโยคทองจากภาพยนตร์เรื่อง “คนเล็กหมัดเทวดา” ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะยังไม่เคยเห็นผู้มีวรยุทธ์ แต่เชื่อว่าการเมืองไทยนาทีนี้มีคนที่กำลังเดินตามแนวทางของประโยคนี้ และจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก “ว่าที่นายกฯหนู – อนุทิน ชาญวีรกูล”
ไม่ใช่ว่าเขาเคลื่อนไหวหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ “อดีตนายกฯแพทองธาร ชินวัตร” ตกเก้าอี้ แต่เขาเคลื่อนไหวก่อนจะมีคำวินิจฉัยด้วยซ้ำ
ภาพที่ปรากฏออกมาก่อนคำตัดสินเราจะเห็น “เสี่ยหนู” ยืนคู่กับคนการเมืองและคนธุรกิจเบอร์ใหญ่มากมาย ตีความเป็นอื่นไม่ได้ว่าเขากำลังเดินเกมตั้ง “รัฐบาล”
และคืนก่อนเลือกตั้งก็มีการหารือกับ “พรรคร่วมรัฐบาลเดิม” ทั้งๆที่นายกฯยังไม่ตกเก้าอี้อย่างเป็นทางการ ก่อนจะมีข่าวลือที่น่าจะเป็นข่าวจริงที่มาก่อนกาลว่า มีคนจากพรรคร่วมจำนวนมากตัดสินใจตีจาก “รัฐบาลเพื่อไทย” ไม่เว้นแม้แต่ “งูเห่า” จากพรรคเพื่อไทยเอง
หลังมีข่าว คนที่มีชื่อในข่าวก็ไม่มีใครที่ออกมาปฏิเสธ ซึ่งผิดวิสัยทางการเมืองว่าหากอะไรไม่เป็นจริงต้องรีบออกมาปฏิเสธไว้ก่อน
ใครๆ ก็รู้ว่ารัฐบาล “เพื่อไทย” แตกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และหลังจากมีคำตัดสิน “งูเห่า” เพื่อไทยก็แสดงตัวทันทีกลุ่มของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” สส. กาญจนบุรี ที่บอกว่ามีกว่า 10 คนก็ประกาศสนับสนุน “อนุทิน”

เอาจริงๆก็ไม่แปลกที่จะหันไปหาพรรค “สีน้ำเงิน” เพราะดูอย่างไร “ทักษิณ ชินวัตร” ก็หมดทางการเมืองจริงๆ ดีลหัก ดีลล่ม ครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกรุกไล่ชนิดที่ใครๆซุบซิบดังๆว่า “เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ” แถมการสลับขั้วเปลี่ยนข้างช่วงตั้งรัฐบาลก็ทำเอามวลชนหมดใจไปมากโข
นักเลือกตั้งมืออาชีพอ่านเกมแล้วว่าขืนอยู่ต่อไปมีแต่สาละวันเตี้ยลงแน่ๆ เพราะตอนนี้ปี 2568 ไม่ใช่ 2544 ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เคยรุ่งเรืองทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด
แถมมีคำตัดสินมา “ภูมิใจไทย” ยังเร็วไม่หยุดประกาศรับข้อเสนอพรรคประชาชนเพื่อขอเสียงสนับสนุนตั้งรัฐบาล
หากวิเคราะห์กันจะเห็นว่าเสียงพรรคอื่นไม่ใช่โจทย์ใหญ่ของเรื่องนี้ แต่เสียงของพรรคประชาชนต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดเกมว่าใครจะได้เป็นนายกฯ
“พรรคประชาชน” มีเงื่อนไขสองเรื่อง 1. อยู่แค่ 4 เดือน ยุบสภาปลายปี 2.ต้องเดินหน้าประชามติแก้รัฐธรรมนูญ และทำไปพร้อมๆกันในวันเลือกตั้ง
ถ้ารับปากแล้วไม่ทำก็พร้อมถอนการสนับสนุน แปลว่าจะทิ้งให้ใครก็ตามที่รับปากส่งๆ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และล้มได้ทุกเมื่อ

“เพื่อไทย” เองแม้จะช้า แต่สุดท้ายก็ยอมและเตรียมส่งเทียบเชิญเช่นกัน คำถามมีประการเดียวคือ นาทีนี้ “พรรคส้ม” จะเลือกใคร
ว่ากันตามจริงปัจจัยหลักของเรื่องนี้อยู่ที่ “พรรคส้ม” จะอยู่กับใคร หากไปทางไหน ทางนั้นเป็นนายกฯ แต่ทั้งคู่ก็มีจุดอ่อนที่ทำให้กองเชียร์หนักใจ
มาดูฝั่ง “ภูมิใจไทย” การได้เสียงสนับสนุนจาก “พรรคประชาชน” ให้ตัวเองเป็นรัฐบาลนั้นมีข้อดี เพราะที่ผ่านมาใช่ว่าพวกเขาจะได้เปรียบ เพราะคดีต่างๆไม่ว่าจะเป็นฮั้วเลือก สว. หรือ เขากระโดง ก็งวดเข้ามาเรื่อยๆ การเป็นรัฐบาลเพื่อเคลียร์ย่อมดีกว่า
และอาจจะมองเกมว่าเมื่อเป็นรัฐบาลพลังแม่เหล็กจะมากเป็นพิเศษ ซึ่งงพอถึงวันที่จำเป็นการสละ “พรรคประชาชน” ทิ้งอาจไม่ใช่เรื่องยาก หรือไม่ก็รอซื้อเวลาเพื่อหันมาดีลกับเพื่อไทยอีกครั้งก็ย่อมได้ เพราะวันนี้ “เพื่อไทย” ไม่เหลืออะไรให้ต่อรองแล้ว แถมพรรคประชาชนก็อาจมีอีก 40 สส. ที่จะเล่นการเมืองไม่ได้จากคดีเสนอแก้ ม. 112
“พรรคประชาชน” จึงต้องอ่านว่า คุ้มหรือไม่ที่จะเข้าร่วม เพราะใครๆ ก็ดูออกว่า “ภูมิใจไทย” พร้อมทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียวคือ พร้อมทำตามข้อตกลง แถมที่ผ่านมาจุดยืนของสองฟากก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว หากเข้าไปร่วมหรือสนับสนุนพวกเขาจะตอบมวลชนอย่างไร
หันมาที่ “เพื่อไทย” ต้องไม่ลืมว่านี่เป็น พรรคแรกที่หักหลัง “พรรคส้ม” เมื่อครั้งเลือกตั้ง 2566 พวกเขายังเจ็บแค้นไม่น้อย แต่โอกาสเลือกจับมือก็มา เพราะอย่างที่บอกมาแต่ต้นว่า “เพื่อไทย” หมดแล้ว นาทีนี้น่าจะยอมทุกอย่าง และ “เพื่อไทย” เองก็รู้ดีว่าพวกเขายื้อต่อไปได้อีกไม่นาน ดังนั้นยอมเป็นรัฐบาลต่อเพื่อเคลียร์ อย่างน้อยก็ได้เอาคืน “ภูมิใจไทย” แถมเงื่อนไขของ “ประชาชน” คือพร้อมจะไม่เป็น รมต. จะทำให้พวกเขาคุมทุกกระทรวงแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งรับประกันได้เลยว่านโยบายเดินหน้าแบบเต็มกำลัง ไม่ถูกขัดโดยใครบางคนเหมือนที่ผ่านมา

แต่ “พรรคส้ม” เองก็เจ็บปวดรวดร้าวจากการกระทำที่เกิดขึ้นตลอดของ “เพื่อไทย” เพราะนับตั้งแต่วันที่แยกทางกันเดิน ดูเหมือน “พรรคส้ม” จะกลายเป็นศัตรูอันดับ 1 ของ “เพื่อไทย” มากกว่าอำนาจเดิมด้วยซ้ำ
และที่ดูจะสร้างความตะขิดตะขวงเพิ่ม คือ แม้วันที่เจ็บหนัก หรือ “พรรคประชาชน” เสนอเงื่อนไขอะไรก่อนนี้ “เพื่อไทย” ปัดตกทั้งหมด หรือกระทั่งเดินเข้ามาเจรจาก็ยังไม่มี ทำให้กลายเป็นคำถามหลักว่า “เพื่อไทย” จริงใจแค่ไหน
ซึ่งหากเลือก “เพื่อไทย” แล้ว “พรรคประชาชน” ก็ต้องตอบมวลชนของตัวเองเช่นกัน และแน่นอนว่าจะเสียมวลชน
ขณะที่มวลชนของ “พรรคประชาชน” ส่วนหนึ่งก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องจับมือใครเลย หรือไม่จำเป็นต้องเป็นนั่งร้านให้ใคร แต่ใครก็รู้ว่าการลากสูญญากาศไม่เป็นเรื่องดีเพราะไม่สามารถวางใจอำนาจนอกระบบ
เอาเป็นว่า “พรรคประชาชน” เลือกทางไหนก็จะมีมวลชนที่ไม่เห็นด้วยไม่พอใจ
จึงสรุปได้ว่าเกมนี้เป็นเกมลึก เกมยาวที่สร้างขึ้นเพื่อสลายการเมือง สลายความเชื่อมั่นของมวลชน และทำให้มวลชน มอง “การเมือง” ว่าที่สุดก็ไม่ได้ยึดกับอุดมการณ์ หรือความเชื่อ ดังนั้นหากผ่านเกมนี้ไปถึงเลือกตั้ง “พรรคประชาชน” อาจไม่ได้เป็นเต็งหนึ่งอีกต่อไป