เช็กดูก่อนดีมั้ยคะ? หมอ เผย “ความเงียบ” คือยาบำบัด หรือ หลุมพรางสู่โรคซึมเศร้า? 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

25 มีนาคม 2569

เช็กดูก่อนดีมั้ยคะ? หมอ เผย “ความเงียบ” คือยาบำบัด หรือ หลุมพรางสู่โรคซึมเศร้า? 

ภัยร้ายของความเงียบอยู่ที่ตรงนี้! ต้องคอยบอกตัวเองว่าอย่าไปเศร้ามากค่ะ  

วันนี้(25 มี.ค.69) ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท โพสต์เตือนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่เราอาจมองข้ามหรือคิดว่าไม่เป็นไร เเต่จริงๆเเล้วส่งผลต่อร่างกายมากเลยค่ะ อย่างเช่น เรื่อง คนไข้ ซึมเศร้า เนี่ย ยิ่งต้องระวังเลยค่ะ  ซึ่งคุณหมอได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” เผยว่า… 

คนไข้ซึมเศร้าที่อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียวบ่อย ๆ สมองก็ซึมเศร้า  

คนเงียบหรือความเงียบก็ซึมเศร้าได้ มันสื่อถึงกันสภาพแวดล้อมกับจิตใจคน  

แต่ความเงียบก็ไม่ได้มีผลเสีย หากอยู่เงียบเสียบ้างเพราะความเงียบก็ทำให้ลดเครียดได้  

ความเงียบทำอะไรกับสมอง? เมื่ออยู่เงียบๆสมองจะหันจากความสนใจ สิ่งแวดล้อมมาสนใจตัวเองแทน  

เสียงหัวใจเต้น การหายใจ เสียงดังในหู หรือเสียงจากระบบย่อยอาหาร ท้องวิ่ง กุ้กกั้ก  

เมื่อสนใจมากไป ทั้งที่ปล่อยมันไปก็ได้ ก็จะมีความรู้สึกแปลกแยกจากตัวเอง หรือแม้แต่ความหวาดระแวงชั่วคราว 

สิ่งแวดล้อมไม่ดึงดูด แต่จิตใจกลับหมกมุ่นวนเวียนอยู่กับความคิดตัวเอง  

ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล  

ความเงียบเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าอย่างไร? 

ในคนปกติก็ไม่เป็นไร แต่คนซึมเศร้าเป็น  

แต่ความเงียบ ไม่เท่ากับน่าเบื่อ เพราะความน่าเบื่อและสภาพแวดล้อมที่จำเจมันมีงานวิจัย ปี 2568 

พบว่าสภาพแวดล้อมที่ซ้ำซากจำเจและขาดสิ่งกระตุ้น ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและอารมณ์แย่ลง  

ความเบื่อหน่ายนั้นเองก็มีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าและความไม่แยแสต่อสิ่งต่างๆ 

ในผู้สูงอายุ ที่ปล่อยให้อยู่บ้านลำพัง ก็เสี่ยงซึมเศร้าง่าย  

แต่ในขณะเดียวกัน ปล่อยให้อยู่กับ Tiktok Facebook มันก็อาจมีข่าว ทำให้เครียด  

หรือ หดหู่ได้เหมือนกัน  

ถ้าถามว่าเงียบแบบดีมีไหม จริงๆก็มีความเงียบในรูปแบบที่เหมาะสมกลับมีประโยชน์  

งานวิจัยพบว่าความเงียบในระยะสั้นที่ควบคุมได้ มันดี หลุดจากโลกที่วุ่นวาย  

การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติเบาๆก็ดี สมอง ระบบประสาทได้พัก  

ความเงียบมาคู่กับเสียงธรรมชาติอ่อนๆ หรือภาพที่สบายตา ก็ดี ช่วยฟื้นฟูใจ  

คนผู้ที่มีบุคลิกแบบ introvert หรือผู้ที่ไวต่อสิ่งเร้า การเลือกอยู่ในความเงียบช่วงสั้นๆ  

ด้วยตัวเองสามารถช่วยลดความตื่นตัวและฟื้นฟูพลังงานจากการรับสิ่งเร้ามากเกินไปได้เป็นอย่างดี 

ต้องบอกว่าเงียบกับการ “คิดวน (Rumination)” คือ การที่อยู่เงียบแต่สมองไม่หยุดคิด วน  loop เเบบนี้ไปเรื่อย ๆ  

อันนี้ เงียบยิ่งแย่เพราะสมองไม่หยุด ต้องไปหาอะไรทำเพิ่ม  

เเล้วลูกเพจคนไหนที่เป็นเเบบนี้ลองมาเเชร์กันหน่อยนะคะ อยากรู้เหมือนกันว่า ความเงียบ ที่มีหลายเเบบ เงียบเเบบซึมเศร้าหรือเงียบเพื่อพัก มันต่างกันกับความเป็นจริงขนาดไหน?  

ที่มา: เฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์  https://www.facebook.com/share/p/1XHx2nvZn9/