เพื่อไทย ทิ้งสนาม กทม. ปรับหมาก “พรรคขนาดกลาง” ลงทุนไปก็ไม่คุ้ม
บวรวัฒน์ อีจัน
2 เมษายน 2569

ลงทุนไปก็ไม่คุ้ม “เพื่อไทย” ตัดต้นทุน ปล่อยมือสนาม กทม.
ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
น่าจะชัดแล้วว่า “เพื่อไทย” กำลังปรับโครงสร้างพรรคอย่างขนานใหญ่ และการปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการปรับตัวบุคคลหรือปรับแกนนำแบบที่หลายๆบริษัททำยามขาดทุน

แต่คราวนี้สมกับสโลแกนเก่าคือ “คิดใหม่ ทำใหม่” เพราะนาทีนี้ระดับหัวของพรรครู้ตัวแล้วว่า “พรรค” ของพวกเขาถ้าเป็นธุรกิจก็ขาดทุนยับเยิน พ้นช่วงเติบโตและรุ่งเรืองไปแล้ว ที่เหลือก็อยู่ในช่วงขาลง
วิธีคิดจึงต้องอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจะให้บริษัทแห่งนี้อยู่รอดต่อไป และคำตอบคือ “บริษัท” แห่งนี้ต้องปรับขนาดลง ไม่ใช่เพียงลดขนาด แต่เริ่มปรับที่ “มายด์เซ็ต” เลยว่าพรรคนี้ไม่ใช่พรรคใหญ่อีกต่อไป หากแต่จะเป็นพรรคขนาดกลางและดำรงตนอยู่ในสถานะพรรคตัวแปร

หลายบริษัทที่ไม่สามารถปฏิรูปองค์กร หรือทำให้การปรับโครงสร้างได้สำเร็จ เพราะคิดเพียงว่าจะทำให้ขนาดขององค์กรเล็กลงอย่างไร แต่ไม่คิดว่าถึงจุดเริ่มต้นว่าจะอยู่แบบคนตัวเล็กอย่างไรในวันที่ไม่ใช่ตัวใหญ่อีกต่อไป รวมถึงโมเดลในการทำมาหากินก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบคนตัวเล็ก
ซึ่งไม่ใช่กับ “เพื่อไทย” ในเวลานี้ เพราะสัญญาณจากผู้มีอำนาจชัดว่าจากนี้พวกเขาคือพรรคขนาดกลางเท่านั้น
แน่นอนการลงทุนของพรรคขนาดกลางก็ต้องไม่ลงทุนเท่าพรรคใหญ่ การใช้จ่ายก็ต้องสมเหตุสมผล ไม่ใช่เป็นไปเพื่อหน้าตา แต่ต้องเป็นไปเพื่อผลตอบแทนสูงสุดเท่านั้น

แปลว่าทุกสิ่งที่ลงทุุนไปต้องหวังผลได้ และแน่นอนว่าอะไรจะได้ผลไม่ได้ หรือคุ้มค่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่ก็ต้องดูจากผลการประเมิน
และผลการเลือกตั้งของ กทม. ก็เป็นหนึ่งใน KPI ที่ชี้ว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่จะลงทุนต่อไป
เพราะการเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมาพวกเขาสอบตกไม่เหลือแม้เพียงที่นั่งเดียว บุคลากรที่เรียกว่า สก. และ สข. แม้จะลงทุนไปจนได้รับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่พอถึงระดับชาติจริงๆกลับช่วยอะไรไม่ได้ พ่ายแพ้ให้กับ “พรรคส้ม” ที่แทบไม่มีฐานเสียงของเลือกตั้งท้องถิ่นในมือ
แถมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่จะมาถึงก็ไม่มีใครที่จะลงแข่งกับ “ชัชชาติ สิทธิพันธ์” และแม้แต่ “ชัชชาติ” ที่เคยอยู่ในร่มเงาก็ยังจะแยกออกไป ทำให้เท่ากับว่าพวกเขาพ่ายทุกอย่างราบคาบแบบไม่ได้อะไรกลับมาเลยแม้จะลงทุนไปเยอะ

แม้จะบอกว่าได้เสียง สส. ปาร์ตี้ลิสต์มาช่วย แต่ตัวเลขก็ไม่เคยหลอกใครเพราะทั้ง กทม. “เพื่อไทย” ได้คะแนนเพียง 289,451 คะแนน เท่านั้นขณะที่อันดับหนึ่ง กทม. อย่างพรรคประชาชนกวาดไปเกินล้านคะแนน หรือให้ชัดกว่านั้นคือในเลเวลผู้ที่ไม่ได้ สส. เขต กทม. พวกเขาก็แพ้ทั้ง “ภูมิใจไทย” และ “ประชาธิปัตย์”
นั่งดีดลูกคิดแล้วยังไงการลงทุนใน กทม. หรือไม่ สก. ต่อไป ก็ไม่คุ้มนี่จึงเป็นที่มาของกระแสข่าวที่ว่า “เพื่อไทย” มีแนวคิดจะไม่ส่งผู้สมัคร สก. ลงสมัครรับเลือกตั้ง สก. ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค. นี้

แม้บรรดา “สมาชิก” อย่าง สก. จะบอกว่า กทม.ถือเป็นพื้นที่เมืองหลวงของประเทศ เป็นหน้าเป็นตาไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ
และเชื่อว่าที่ไม่ได้ สส. ในการเลือกตั้งไม่ใช่ความผิดของ สก. แต่เป็นความผิดของฝ่ายบริหารและจุดยืนของพรรค
แต่นี่ก็เป็นเพียงแนวคิดจากคนทำงาน แต่มิใช่ “เจ้าของ” เพราะไม่ว่าอย่างไรพวกเขาคำนวนสิ่งที่จ่ายกับ “สถานะ” ของพรรคในวันข้างหน้า ไม่ว่าอย่างไร กทม. ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อไป
และก็เหมือนกับบริษัททั่วไป เมื่อเจ้าของเลย์ออฟ พนักงานก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ และบอกเลยว่าตอนนี้ตลาด สก. เปิดแล้ว ใครที่หวังจะปักธงก็ถึงเวลาช้อนด้วยต้นทุนที่ไม่แพงเหมือนที่ผ่าน ๆ มา