เมื่อ “ส้ม” กัดไม่ปล่อย พลิก “ประกันสังคม” จุดเปลี่ยนเลือกตั้ง 2569
ทีมออนไลน์
27 มกราคม 2569

“ประกันสังคม” จุดเปลี่ยนเลือกตั้ง 69
ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ
ถ้าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจุดเปลี่ยนที่ทำให้ “พรรคก้าวไกล” กลายมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งคือการปราศรัยของ “พิธา ลิมเจริญรัตน์” หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ และประกาศจุดยืน “มีเราไม่มีลุง”

การเลือกตั้งครั้งนี้จุดเปลี่ยนอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลหรืออยู่ที่การปราศรัย หากอยู่ที่จุดแข็งของการกัดไม่ปล่อยกับกรณี “ประกันสังคม” และหนึ่งในหัวหมู่ทะลวงฟันคือ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อ “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก”
คำปราศรัยของเธอเรื่อง “ประกันสังคม” ที่หน้า “สามย่านมิตรทาวน์” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแม้ไม่ใช่จุดเริ่มต้น แต่เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่านี่คือจุดยืนของการทำงานทีม “พรรคประชาชน”

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายประเมินว่า “พรรคประชาชน” น่าจะได้ สส. สูสีกับ “พรรคภูมิใจไทย” และอาจรวมถึง “พรรคเพื่อไทย” เพราะสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีคือ “บ้านใหญ่” และกระแสอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะปัญหาเรื่องชายแดน ส่วน “พรรคเพื่อไทย” ก็ยังคงพยายามชูเรื่องความไม่ขัดแย้ง
ถ้า “พรรคภูมิใจไทย” ได้เปรียบจากกระแสอนุรักษ์นิยม “พรรคประชาชน” ก็ได้เปรียบจากกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์เรื่อง “ประกันสังคม” อยู่ๆก็ลอยมาเข้าทาง
“พรรคประชาชน” ไม่ได้เพิ่งทำเรื่องนี้ พวกเขาสู้เรื่องนี้มาอย่างน้อยก็ตั้งแต่การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อปี 2566 แต่จู่ๆฝ่ายข้าราชการประจำก็จะร่างเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้งเพื่อกำหนดกติกาใหม่
แบบไม่ต้องอ้อมค้อมทุกคนก็รู้ว่านี่คือความพยายามกีดกันทีมประกันสังคมก้าวหน้า และทำให้คะแนนเสียงของผู้ประกันตนกลายเป็น “เบี้ยหัวแตก”
ตั้งแต่นั้นพวกเขาก็กัดไม่ปล่อย และเปิดโปงเรื่องสุดมหัศจรรย์ในการใช้เงินกองทุนประกันสังคม

เริ่มด้วยการใช้เงินกองทุนประกันสังคมที่ควรใช้เพื่อต่อยอดสวัสดิการของผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านบาท ไปสร้างโรงอาหารในเขตพื้นที่กระทรวงแรงงาน โดยอ้างว่ามีไว้เพื่อบริการประชาชน
แม้จะมีคำชี้แจงว่าทำถูกต้องตามระเบียบ แต่กลายเป็นยิ่งชี้แจงยิ่งเข้ารกเข้าพง เพราะคนยิ่งตั้งคำถามว่าระเบียบแบบนี้มันถูกต้องจริงๆหรือ หรือการบอกว่าโรงอาหารเดิมเหมือนโรงอาหารโรงงาน ทำให้ผู้ประกันตนถึงกับจุกและรำพึงในใจว่าเราผู้ซึ่งเป็นเจ้าของเงินก็ยังกินโรงอาหารโรงงานอยู่
การใช้เงินกองทุนประกันสังคม ไปทำเสื้อ หมวก ปฏิทิน ให้กับสภาองค์การลูกจ้าง ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วทำไมสภาองค์การลูกจ้างไม่ใช้เงินตัวเอง แล้วผู้ประกันตนได้อะไรจากเรื่องนี้ มีใครได้ใส่หมวก ใส่เสื้อนี้หรือไม่
มีการเปิดเผยว่ามีการเตรียมการดูงานของข้าราชการระดับสููงไปยังประเทศอังกฤษ และบางคนได้บินชั้น “เฟิรสท์คลาส” ทั้งๆที่คนหาเงินมาจ่ายประกันสังคมยังต้องตากแดดหน้าดำขึ้นรถเมล์
มีการตัดสูทแจกข้าราชการประกันสังคมชุดละ 5,000 บาท รวม 7,000 ตัว งบประมาณ 35 ล้านบาท ขณะที่คนที่กัดฟันจ่ายเงินเข้ากองทุนบางคนแม้สูทยังไม่เคยได้ใส่
การนำเงินไปลงทุนไปลงทุนแบบชวนตั้งคำถามว่าเอาอะไรคิดอย่างตึก “Skyy9” กองทุนบริหาร “TU – Dome” หุ้น EA ล้วนแต่ถูกสงสัย
เมื่อตั้งคำถามกลับมีบอร์ดฝั่งนายจ้างมาบอกว่า ให้จำใส่กะโหลกว่าพวกเขาทำกำไรปีละ 80,000 ล้าน เหมือนเป็นการทวงบุญคุณ
ตามทฤษฎียิ่งศัตรูทำอะไรไม่ไเข้าท่าเท่าไหร่ยิ่งกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับ และนี่คือบทพิสูจน์ทฤษฎีที่ว่า
เพราะทันทีที่เรื่องนี้เป็นข่าวก็ถูกขุดออกมาจากหากเทียบกำไร 80,000 ล้าน กับพอร์ทการลงทุน 2.9 ล้านล้านบาท ก็เป็นเพียง 2 -3% เท่านั้น ยิ่งสะท้อนความสามารถในการจัดการ

แต่ไม่น่าเชื่อว่าบาดแผลสาหัสสากรรจ์ขนาดนี้ กลับไม่มีพรรคการเมืองใดที่กระโดดเข้ามาเล่นเกมนี้เลย เหมือนกับปล่อยให้ “พรรคประชาชน” โกยคะแนนไปฝ่ายเดียวในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
ยิ่งดูยิ่งคล้ายกับการเลือกตั้งปี 2566 ที่ “พรรคก้าวไกล” ชิงประกาศ “มีเราไม่มีลุง” โกยคะแนนเข้ากระเป๋าไปเรื่อยๆ ขณะที่พรรคอื่นยังมะงุมมะงาหรา
เพราะเรื่องประกันสังคมคือเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนจับต้องได้ ยิ่งเห็นสิทธิการรักษาที่แย่กว่าบัตรทอง ยิ่งทำให้เกิดคำถาม และคำถามที่ว่าจะไม่ได้ถูกถามไปยังประกันสังคมเพียงพรรคเดียว แต่จะยังถูกถามไปยังพรรคอื่นๆด้วยว่าทำอะไรกันอยู่
หากยังไม่ขยับระวังพรรคส้มจะเขมือบกินเรียบ และใช้จุดนี้ชี้ขาดการเลือกตั้งที่จะมาถึงก็เป็นได้