เมื่อ “ส้ม” กัดไม่ปล่อย พลิก “ประกันสังคม” จุดเปลี่ยนเลือกตั้ง 2569

#ตีลังกาเล่าข่าว เมื่อ “ส้ม” กัดไม่ปล่อย บี้คุ้ย “ประกันสังคม” โกยคะแนนเข้ากระเป๋า พลิกจุดเปลี่ยนเลือกตั้ง 2569

“ประกันสังคม”  จุดเปลี่ยนเลือกตั้ง 69 

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ 

ถ้าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจุดเปลี่ยนที่ทำให้ “พรรคก้าวไกล”  กลายมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งคือการปราศรัยของ “พิธา ลิมเจริญรัตน์”  หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ และประกาศจุดยืน “มีเราไม่มีลุง” 

การเลือกตั้งครั้งนี้จุดเปลี่ยนอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลหรืออยู่ที่การปราศรัย หากอยู่ที่จุดแข็งของการกัดไม่ปล่อยกับกรณี “ประกันสังคม” และหนึ่งในหัวหมู่ทะลวงฟันคือ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อ “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” 

คำปราศรัยของเธอเรื่อง “ประกันสังคม” ที่หน้า “สามย่านมิตรทาวน์”  เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแม้ไม่ใช่จุดเริ่มต้น แต่เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่านี่คือจุดยืนของการทำงานทีม “พรรคประชาชน” 

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายประเมินว่า “พรรคประชาชน”  น่าจะได้ สส. สูสีกับ “พรรคภูมิใจไทย” และอาจรวมถึง “พรรคเพื่อไทย” เพราะสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีคือ “บ้านใหญ่” และกระแสอนุรักษ์นิยม  โดยเฉพาะปัญหาเรื่องชายแดน  ส่วน “พรรคเพื่อไทย” ก็ยังคงพยายามชูเรื่องความไม่ขัดแย้ง 

ถ้า “พรรคภูมิใจไทย” ได้เปรียบจากกระแสอนุรักษ์นิยม “พรรคประชาชน” ก็ได้เปรียบจากกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์เรื่อง “ประกันสังคม” อยู่ๆก็ลอยมาเข้าทาง 

“พรรคประชาชน” ไม่ได้เพิ่งทำเรื่องนี้ พวกเขาสู้เรื่องนี้มาอย่างน้อยก็ตั้งแต่การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อปี 2566  แต่จู่ๆฝ่ายข้าราชการประจำก็จะร่างเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้งเพื่อกำหนดกติกาใหม่ 

แบบไม่ต้องอ้อมค้อมทุกคนก็รู้ว่านี่คือความพยายามกีดกันทีมประกันสังคมก้าวหน้า และทำให้คะแนนเสียงของผู้ประกันตนกลายเป็น “เบี้ยหัวแตก” 

ตั้งแต่นั้นพวกเขาก็กัดไม่ปล่อย และเปิดโปงเรื่องสุดมหัศจรรย์ในการใช้เงินกองทุนประกันสังคม 

เริ่มด้วยการใช้เงินกองทุนประกันสังคมที่ควรใช้เพื่อต่อยอดสวัสดิการของผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านบาท ไปสร้างโรงอาหารในเขตพื้นที่กระทรวงแรงงาน โดยอ้างว่ามีไว้เพื่อบริการประชาชน   

แม้จะมีคำชี้แจงว่าทำถูกต้องตามระเบียบ  แต่กลายเป็นยิ่งชี้แจงยิ่งเข้ารกเข้าพง เพราะคนยิ่งตั้งคำถามว่าระเบียบแบบนี้มันถูกต้องจริงๆหรือ หรือการบอกว่าโรงอาหารเดิมเหมือนโรงอาหารโรงงาน ทำให้ผู้ประกันตนถึงกับจุกและรำพึงในใจว่าเราผู้ซึ่งเป็นเจ้าของเงินก็ยังกินโรงอาหารโรงงานอยู่ 

การใช้เงินกองทุนประกันสังคม ไปทำเสื้อ หมวก ปฏิทิน ให้กับสภาองค์การลูกจ้าง ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วทำไมสภาองค์การลูกจ้างไม่ใช้เงินตัวเอง แล้วผู้ประกันตนได้อะไรจากเรื่องนี้ มีใครได้ใส่หมวก ใส่เสื้อนี้หรือไม่ 

มีการเปิดเผยว่ามีการเตรียมการดูงานของข้าราชการระดับสููงไปยังประเทศอังกฤษ และบางคนได้บินชั้น “เฟิรสท์คลาส”  ทั้งๆที่คนหาเงินมาจ่ายประกันสังคมยังต้องตากแดดหน้าดำขึ้นรถเมล์ 

มีการตัดสูทแจกข้าราชการประกันสังคมชุดละ 5,000 บาท  รวม 7,000 ตัว งบประมาณ 35 ล้านบาท ขณะที่คนที่กัดฟันจ่ายเงินเข้ากองทุนบางคนแม้สูทยังไม่เคยได้ใส่ 

การนำเงินไปลงทุนไปลงทุนแบบชวนตั้งคำถามว่าเอาอะไรคิดอย่างตึก “Skyy9” กองทุนบริหาร “TU – Dome” หุ้น EA ล้วนแต่ถูกสงสัย 

เมื่อตั้งคำถามกลับมีบอร์ดฝั่งนายจ้างมาบอกว่า ให้จำใส่กะโหลกว่าพวกเขาทำกำไรปีละ 80,000 ล้าน  เหมือนเป็นการทวงบุญคุณ 

ตามทฤษฎียิ่งศัตรูทำอะไรไม่ไเข้าท่าเท่าไหร่ยิ่งกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับ และนี่คือบทพิสูจน์ทฤษฎีที่ว่า 

เพราะทันทีที่เรื่องนี้เป็นข่าวก็ถูกขุดออกมาจากหากเทียบกำไร 80,000 ล้าน กับพอร์ทการลงทุน 2.9 ล้านล้านบาท ก็เป็นเพียง 2 -3% เท่านั้น  ยิ่งสะท้อนความสามารถในการจัดการ 

แต่ไม่น่าเชื่อว่าบาดแผลสาหัสสากรรจ์ขนาดนี้ กลับไม่มีพรรคการเมืองใดที่กระโดดเข้ามาเล่นเกมนี้เลย  เหมือนกับปล่อยให้ “พรรคประชาชน” โกยคะแนนไปฝ่ายเดียวในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง 

ยิ่งดูยิ่งคล้ายกับการเลือกตั้งปี 2566 ที่ “พรรคก้าวไกล” ชิงประกาศ “มีเราไม่มีลุง” โกยคะแนนเข้ากระเป๋าไปเรื่อยๆ ขณะที่พรรคอื่นยังมะงุมมะงาหรา 

เพราะเรื่องประกันสังคมคือเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนจับต้องได้ ยิ่งเห็นสิทธิการรักษาที่แย่กว่าบัตรทอง ยิ่งทำให้เกิดคำถาม และคำถามที่ว่าจะไม่ได้ถูกถามไปยังประกันสังคมเพียงพรรคเดียว แต่จะยังถูกถามไปยังพรรคอื่นๆด้วยว่าทำอะไรกันอยู่ 

หากยังไม่ขยับระวังพรรคส้มจะเขมือบกินเรียบ และใช้จุดนี้ชี้ขาดการเลือกตั้งที่จะมาถึงก็เป็นได้