เช็กชื่อ “งูเห่า” ใหม่! เซอร์ไพรส์ยังไม่มา ฝ่ายค้าน–รัฐบาล คุมเสียงอยู่หมัด

tannysoft

tannysoft

27 มีนาคม 2568

เช็กชื่อ “งูเห่า” ใหม่! เซอร์ไพรส์ยังไม่มา ฝ่ายค้าน–รัฐบาล คุมเสียงอยู่หมัด

ตีลังกาเล่าข่าว โดย “กรรณะ”

“นายกฯอุ๊งอิ๊ง” ได้รับเสียงไว้วางใจท่วมท้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เอาเข้าจริงไม่มีใครจินตนาการออกด้วยซ้ำไปว่ารัฐบาลจะแพ้โหวต แต่ที่ทุกคนลุ้นและอยากรู้คือทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านมี “งูเห่า” หรือไม่

ผลโหวตที่ออกมาอยู่ที 319 เสียง ต่อ 162 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง

เดิมฝ่ายรัฐบาลมี 322 เสียง  ฝ่ายค้านมี 171 เสียง  ต้องเรียกว่าทั้งสองฟากคุมเสียงตัวเองได้อยู่หมัด แม้ก่อนหน้าการโหวตจะมีข่าวลือว่าจะมี “งูเห่า” กว่า 10 ตัวจากพรรคสีส้ม

มาสแกนดูที่ฝั่งรัฐบาลก่อน จาก 322 เสียง หากดูตัวเลขที่ 319 อาจจะเข้าใจว่าไม่มีปัญหา เพราะสามเสียงที่หายไปคือส่วนของ ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ อีกสองคนรวม 3 เสียง  บวกลบคูณหารก็เหลือ 319 แบบพอดีๆ

แต่หากเจาะลึกจะเห็นว่ามีฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ได้โหวตไว้วางใจด้วยเช่นกัน เริ่มที่ 7 เสียงงดออกเสียงเป็น “ทีมประธาน” 3 คน แต่อีก 4 คนล่ะ

4 คนที่ว่าคือ 4 คนจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมรัฐบาลแต่แรก โดยสามคนคือ สามผู้อาวุโสของพรรค ที่แม้จะไม่เห็นด้วยกับพรรคก็ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง หนึ่งคือ “ชวน หลีกภัย” หนึ่งคือ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” และอีกหนึ่งคือ “จุรินทร์ ลักษณวิศิฏฐ์”  ซึ่งทั้งสามเคยเป็นหัวหน้าพรรคมาก่อน ส่วนคนที่สี่คือ “สรรเพชญ บุญญามณี” แม้จะเป็นเด็กหนุ่ม แต่เขาก็คือบุตรชายของ “นิพนธ์ บุญญามณี” อีกหนึ่งผู้อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาล แต่ก็ยินยอมทำตามมติพรรค  จนกลายเป็นเรื่องราวเมื่อครั้งพรรคตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับท่าที ซึ่งสุดท้ายก็พ่ายให้กับกลุ่ม “ใหม่” ของพรรคไป

แต่ก็ยังไม่หมดแค่นั้น  โดยมีเพื่อไทยอีก 1 คน ที่แตกแถวไม่มาประชุมนั่นก็คือ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง”  ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า นาทีนี้เขาอยู่แต่ตัว ส่วนใจนั้นไปอยู่ที่อื่นแล้ว จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งจากตัวเองและจากบุตรชายอย่าง “วัน อยู่บำรุง” ทำให้เขาเลือกตีจาก “ทักษิณ ชินวัตร”

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 คนที่ลาป่วยคือ “อนุรักษ์ จุรีมาศ” สส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา และ”สุพล จุลใส” สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ  

โดยมีรายงานว่า “อนุรักษ์” ติดเชื้อที่ปอดจนต้องผ่าตัด ส่วน  “สุพล” แจ้งเพียงว่าลาป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

หาก สรุป ณ นาทีนี้ก็เท่ากับ ฝ่ายรัฐบาลหายไป 7 คน ตัวเลขก็จะเหลือ 312 เสียง  แล้วอีกเจ็ดเสียงที่ไหนมาเติม จนเสียงของรัฐบาลอยู่ที่ 319

เราเลยต้องไปสแกนที่พรรคฝ่ายค้านกันบ้าง ก้อนใหญ่สุดที่มาอยู่กับรัฐบาลคือ ก้อนของพรรคไทยสร้างไทย โดยใน สภามี สส. พรรคไทยสร้างไทย อยู่ 6 คน  แต่มีเพียงคนเดียวที่โหวตไม่ไว้วางใจ “ชัชวาล แพทยาไทย” สส.ร้อยเอ็ด และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

อย่างไรก็ตามอีก 5 คนคือฐากร ตัณฑสิทธิ์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตเลขาธิการพรรค  , รำพูล ตันติวณิชชานนท์ ส.ส.อุบลราชธานี , อดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ ส.ส.อุดรธานี , หรั่ง ธุรพล ส.ส.อุดรธานี  และ  สุภาพร สลับศรี ส.ส.ยโสธร  พร้อมอกพร้อมใจกันไปอยู่กับฟากรัฐบาลนานแล้ว

ซึ่งการกระทำเช่นนี้ทำให้ “หญิงหน่อย  – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์” ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทยรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นมติเช่นนี้เพราะในการหาเสียงเธอแสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจนทุกเวที และครั้งนี้เธอก็โพสต์ทันทีว่า สส.งูเห่าจะต้องถูกลงโทษโดยประชาชน

ส่วนอีกสองคนที่โหวตให้ฝั่งรัฐบาลคือ “กาญจนา จังหวะ” สส.ชัยภูมิ จากพลังประชารัฐ  และ “ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์” สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า

“กาญจนา” เป็น สส. และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แต่ต่อมาก็ไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ของ  “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” และไปร่วมทำบุญเปิดที่ทำการพรรคเมื่อวันที่ 6มีนาคมที่ผ่านมาจนพรรคพลังประชารัฐประกาศให้พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค แต่ยังไม่มีคำสั่งขับอย่างเป็นทางการ

ส่วนอีกหนึ่งคือ “ปูอัด ไชยามพวาน”  คนนี้เคยอยู่พรรคก้าวไกล แต่ก็ถูกขับออกมาด้วยข้อหาการล่วงละเมิดทางเพศ  ซึ่งต่อมาก็ไปร่วมงานกับพรรคไทยก้าวหน้า แต่เขาก็ยังมีคดีที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนนักท่องเที่ยวหญิงชาวไต้หวัน

ซึ่งหลังจากการโหวตก็มีข่าวว่าเขาเตรียมย้ายไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับ “กล้าธรรม” เช่นเดียวกับ “กาญจนา” แม้เขาไม่ได้ตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ร่วมงานและบอกว่าหากจะย้ายก็ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยทางคดีที่กำลังมีปัญหาแต่อย่างใf

ฝ่ายค้านเดิมมี 171 เสียง แต่วันนี้ได้มา 162 เสียง หายไป 9 เสียง จากชื่อที่เราเช็กมามีแล้ว 7 เสียงที่แตกแถวไปฝั่งรัฐบาล แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะท่าทีทางการเมืองของทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องใหม่

ส่วนอีกสองคนที่หายไป คือ สส.จากพรรคประชาชน โดยแจ้งลาป่วยต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเช่นกันนั่นก็คือวรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ  และ สิริน สงวนสิน สส.กทม.

เมื่อเช็กชื่อครบทุกคนจะเห็นว่าถึงนาทีนี้ต่างฝ่ายต่างตรึงกำลังไว้ที่จุดเดิม  มีเพียงสองคนที่ดูผิดคาด นั่นก็คือ “กาญนา” และ “ไชยามพวาน”  แต่ก็ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นบิ๊กดีลดึงงูเห่าเหมือนที่บางพรรคเคยทำเป็นกลุ่มก้อนในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่คนที่น่าจะได้เครดิตไม่น้อยคือ “ผู้กองธรรมนัส”  ซึ่งเพิ่มเสียงให้ตัวเองได้อีกสองเสียง และหากรัฐบาลยังเดินหน้าพรรคกล้าธรรมนี่แหละที่มีแนวโน้มจะได้ สส. เพิ่ม หากจะได้ก็คงจะได้จากพรรคเก่าของเขาอย่าง “พลังประชารัฐ”  ที่วันนี้ล้วนอดอยากปากแห้งในฐานะพรรคฝ่ายค้าน และยิ่งจะทำให้สถานะของเขาแข็งแกร่งขึ้น หากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาน่าจะมีชื่อติดโผ รมต. ในการปรับ ครม. ครั้งหน้า 

หากเปรียบเป็นสงคราม หลังจบการอภิปรายครั้งนี้ก็ต้องบอกว่า “แนวรบยังไม่เปลี่ยนแปลง”  ทั้งเรื่องเนื้อหาและกำลังพล