ยิ่งใกล้ถึงวันประเดิมสนาม ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น สำหรับทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ โดยมีเจ้าภาพร่วม 3 ชาติ นำโดย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เช่นเดียวกับขณะนี้ แฟนบอลทั่วโลก ต่างเริ่มจับจองตั๋วเข้าชมในแต่ละรอบ แต่ด้วยราคาที่โดพุ่งไปสูงลิ่ว ถึงขนาดที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำของสหรัฐฯ ยังลั่น “เป็นผมก็ไม่ซื้อ”

(7 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นตั๋วเข้าชมฟุตบอลโลก 2026 ที่พุ่งไปไกลราคาหลักพันดอลลาร์ ว่า พูดตามตรง ผมเองก็คงไม่จ่ายหรอก
คำกล่าวนี้มีขึ้นระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ หลังถูกถามถึงราคาตั๋วนัดเปิดสนามของทีมชาติสหรัฐฯ ที่จะพบกับปารากวัย ซึ่งตั๋วประเภท 3 หรือโซนราคาพื้นฐานสำหรับแฟนบอลทั่วไป ถูกตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 1,120 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4 หมื่นบาทไทย โดยทรัมป์ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่ทราบว่าราคาพุ่งสูงถึงระดับดังกล่าว
“ผมอยากไปดูแน่นอน แต่พูดตามตรง ผมคงไม่จ่ายเงินซื้อตั๋วราคาแบบนั้น” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่า หากประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้สนับสนุนของเขาจากย่านควีนส์และบรู๊คลินในนครนิวยอร์ก ไม่สามารถเข้าชมการแข่งขันได้ เขาคงรู้สึกผิดหวัง

โดยความเห็นของทรัมป์เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลัง จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ออกมาปกป้องนโยบายกำหนดราคาตั๋วของฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกือบ 100 ปีของการแข่งขัน ที่มีการนำระบบ “Dynamic Pricing” หรือการปรับราคาตามความต้องการของตลาดมาใช้
อินฟานติโน ให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ เป็นตลาดบันเทิงขนาดใหญ่ และราคาตั๋วจำเป็นต้องสะท้อนกลไกตลาด รวมถึงป้องกันการนำตั๋วไปขายต่อในราคาที่สูงเกินจริงในตลาดรีเซล
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของฟีฟ่ายังคงถูกวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลและสื่อหลายสำนัก หลังมีรายงานว่าราคาตั๋วบางแมตช์ของฟุตบอลโลก 2026 พุ่งสูงเกินกว่าที่แฟนบอลทั่วไปจะเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่ราคาตั๋วบางนัดของทีมชาติสหรัฐฯ เริ่มต้นมากกว่า 1,000 ดอลลาร์จริงตามข้อมูลการจำหน่ายล่าสุด
ทั้งนี้ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา จะมีโปรแกรมลงสนามแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ในกลุ่ม D ดังนี้
เกมที่ 1 พบกับ ทีมชาติปารากวัย วันที่ 13 มิถุนายน 2569
เกมที่ 2 พบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย วันที่ 20 มิถุนายน 2569
เกมที่ 3 พบกับ ทีมชาติตุรกี วันที่ 26 มิถุนายน 2569
ขอบคุณข้อมูล : The Guardian
