GISTDA จับตา “พายุแม่เหล็กโลก” ระดับ G2-G3 1–2 ก.ย. นี้ 

จับตา! GISTDA เตือน “พายุสนามแม่เหล็กโลก” ระดับ G2-G3 1-2 ก.ย. 68 นี้ เหตุ Solar Flare ขนาด M2.7 ปะทุ คาดไทยกระทบน้อย

(31 ส.ค. 68) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยว่า เวลาประมาณ 03.05 น. ตามเวลาประเทศไทยเกิดการปะทุของ Solar Flare ขนาด M2.7 จากบริเวณ Active Region (AR) 4199 ใกล้กับศูนย์กลางดวงอาทิตย์ การปะทุครั้งนี้ไม่เพียงปลดปล่อยพลังงานรังสีในช่วงคลื่นต่างๆออกมาเท่านั้น แต่ยังเกิดการปลดปล่อยสสารร้อน (พลาสมา) และสนามแม่เหล็กออกจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของ Coronal Mass Ejection (CME) ซึ่งมีลักษณะเป็น Full Halo CME พุ่งตรงมายังโลก  

ผลการวิเคราะห์ด้วยระบบพยากรณ์สภาพอวกาศ (JASPER) ของ GISTDA ระบุว่า พายุสนามแม่เหล็กโลก (Geomagnetic Storm) เมื่ออนุภาคพลังงานจากดวงอาทิตย์ปะทะกับสนามแม่เหล็กโลก จะเกิดพายุแม่เหล็กในระดับ G1–G3 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ–แสงใต้ (Aurora) รุนแรงขึ้นและสามารถเห็นได้ในบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สนามแม่เหล็กโลกเปิดรับอนุภาคพลังงานโดยตรง  
 
สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งใกล้กับเส้นศูนย์สูตรและมีสนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งคอยปกป้อง ทำให้ผลกระทบจากพายุสุริยะที่คาดการณ์ไว้ในครั้งนี้ค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสิ่ง ดังนี้  

  – การรบกวนสัญญาณ GPS : อาจเกิดการรบกวนสัญญาณนำทาง ทำให้ค่าความแม่นยำลดลงเป็นช่วงๆ 

  – การสื่อสาร : อาจมีผลกระทบต่อระบบสื่อสารบางส่วน โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุในบางความถี่ 

ขณะเดียวกัน ศูนย์พยากรณ์อากาศอวกาศ หรือ Space Weather Prediction Center (SWPC) ของสหรัฐอเมริกา ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สอดคล้องกัน ระบุว่า พยากรณ์ช่วงเวลาที่พายุจะส่งผลต่อโลกอย่างชัดเจน คาดว่า CME จะพุ่งชนโลกในช่วงค่ำ 2 วัน (ตามเวลา UTC) คือ  
 
วันที่ 1 ก.ย. 68 (ช่วงค่ำ ตามเวลา UTC) โดยคาดว่าจะเกิดพายุแม่เหล็กโลกระดับ G2 (ปานกลาง) ลากยาวถึงวันที่ 2 ก.ย. 68 (ช่วงเช้า ตามเวลา UTC ) โดยคาดว่าจะรุนแรงขึ้นเป็น G3 (รุนแรง) เมื่อพลังงานส่วนใหญ่ของ CME เคลื่อนผ่านโลก” 
 
แม้ประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรุนแรงจากพายุแม่เหล็กโลกระดับนี้ แต่ GISTDA แนะนำให้เฝ้าระวังความผิดปกติของระบบ GPS และการสื่อสารในช่วง 1–2 ก.ย.68 อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางอวกาศอย่างต่อเนื่อง 
 
ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Space Weather Prediction Center (SWPC)