ตอบคำถาม? เหตุรถจักรยานยนต์ ถูกฟ้าผ่า เป็นเพราะอะไรกันเเน่
จากกรณีที่รถจักรยานยนต์ถูกฟ้าผ่าเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา บนสะพานยกระดับรัชวิภา เหนือถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า มีร่องรอยฟ้าผ่าที่บริเวณหมวกกันน็อคของคนขับ ซึ่งจุดดังกล่าวด้านของคนขับมีการติดกล้องเอาไว้ ไม่แน่ชัดว่าจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ทำให้ฟ้าผ่าลงมาหรือไม่? และเรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นทันที หลังจากนั้นก็มีการตั้งคำถามว่า ทำไมฟ้าถึงผ่าลงคนแบบนั้น? เป็นเพราะสร้อยคอ หมวกกันน็อคหรือไม่?


ในขณะเดียวกัน อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ออกมาตอบคำถามเรื่องนี้ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า….

“สร้อยคอ หมวกกันน็อค ฯลฯ ไม่ได้ล่อฟ้าผ่ามอเตอร์ไซค์” เรื่องที่มีรถจักรยานยนต์ถูกฟ้าผ่า จนผู้ขับขี่บาดเจ็บสาหัส และก็คอมเม้นต์กันไปต่างๆ นานา ว่าเป็นเพราะคนขับใส่สร้อยคอ เลยเป็นตัวล่อให้ฟ้าผ่า … หรือแม้แต่หมวกกันน็อค , โทรศัพท์มือถือ , กล่องใส่ของท้ายรถ ฯลฯ ก็มีบางคอมเม้นต์ที่ตั้งข้อสงสัย !?
ไม่ใช่หรอกครับ ไม่ได้มีวัตถุใดเป็นตัวล่อ ตัวดึงดูดให้ฟ้าผ่า เป็นเพียงแค่ความโชคร้ายที่รถอยู่ในจุดสูงเด่น (สะพานยกระดับ) และวิ่งมาตรงจุดที่ฟ้าบังเอิญผ่าลงมาพอดี (ไม่โดนคันนี้ ก็โดนรถคันอื่นที่วิ่งผ่านตรงนั้น)

ซึ่งอย่างที่พูดไปแล้วข้างต้นว่า วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่กับคนขับมอเตอร์ไซค์คันนี้ ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่สื่อล่อให้ฟ้าผ่า (คือถ้าคิดว่า โลหะจะล่อฟ้าผ่า ตัวรถจักรยานยนต์ทั้งคัน ยังน่าสงสัยมากกว่า)
แต่เพราะความบังเอิญ เนื่องจากรถมอเตอร์ไซค์กำลังอยู่ในที่โล่งแจ้ง บนสะพานสูง ขณะฝนตก ซึ่งเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีความเสี่ยงในการถูกฟ้าผ่า คือ พื้นที่ “สูงเด่น” ที่ประจุไฟฟ้าในอากาศจะเคลื่อนที่มาตามเส้นทางที่สั้นที่สุด ลงสู่พื้นดิน และมักจะผ่านวัตถุที่อยู่ในจุดสูงเด่นที่สุดของบริเวณนั้น
ส่วนที่เห็นว่าเกิดรอยไหม้บนตัวผู้เคราะห์ร้าย เป็นรอยตามแนวเส้นสร้อยคอ แล้วทำให้คิดว่าสร้อยคอล่อฟ้าผ่านั้น จริงๆ แล้ว เกิดจากการที่โลหะของสร้อยคอได้รับกระแสไฟฟ้า มีการเหนี่ยวนำให้เกิดความร้อนสะสมขึ้น จนทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงให้เห็น ..
ไม่ต่างกับกรณีของโทรศัพท์มือถือไหม้เกรียมหรือระเบิดเมื่อถูกฟ้าผ่า ซึ่งก็เป็นผลจากกระแสไฟฟ้าของฟ้าผ่า ไม่ใช่ว่าโทรศัพท์จะล่อให้ฟ้าผ่าลงมา
จะเห็นได้ว่า การขับขี่มอเตอร์ไซค์ในระหว่างที่เกิดฝนฟ้าคะนองนั้น มีความเสี่ยงได้รับอันตรายกว่า “รถยนต์” เพราะเวลาที่รถยนต์ถูกฟ้าผ่า โครงโลหะของตัวถังรถยนต์จะทำตัวเหมือนเป็น “กรงฟาราเดย์ (Faraday cage) ” ให้กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าวิ่งไปรอบตัวรถ และลงสู่พื้นดินในที่สุดโดยไม่เข้าไปหาผู้ขับขี่ผู้โดยสารด้านใน .. แต่มอเตอร์ไซค์นั้น ไม่มีโครงสร้างห่อหุ้ม ผู้ขับขี่จึงมีความเสี่ยงที่จะรับกระแสไฟจากฟ้าผ่าไปเต็มๆ


ดังนั้น ในช่วงฤดูฝนนี้ ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ควรจะต้องหลีกเลี่ยงการขับขี่ไปบนที่สูงเด่น (ดังเช่น กรณีของ สะพานต่างระดับ แบบนี้) หรือที่โล่งแจ้ง (เช่น เส้นถนนโดดเดี่ยว ทุ่งนา)
ถ้าเป็นไปได้ ควรหยุดพักหาที่หลบฝน ที่มั่นใจว่าปลอดภัย เช่น เป็นอาคารแข็งแรง หรือใต้โครงสร้างสะพาน อย่าไปจอดหลบใต้ต้นไม้ หรือป้ายโฆษณา ซึ่งมักจะเสี่ยงถูกฟ้าผ่า หรือแม้แต่จะหักโค่นทับได้
ส่วนการใช้โทรศัพท์มือถือนั้น เน้นทั้งตัวเครื่องโทรศัพท์ หรือสัญญาณโทรศัพท์ จะไม่ได้ล่อฟ้าผ่าอย่างที่เข้าใจผิดกัน แต่ก็มีความเสี่ยงอันตรายถ้าเกิดมีฟ้าผ่าใกล้ๆ แล้วมีการเหนี่ยวกระแสไฟฟ้าขึ้นในอากาศ จนทำให้โทรศัพท์มือถือเกิดการลัดวงจร หรือระเบิดขึ้น ก็จะเป็นอันตรายขณะโทรได้
นี่ก็เป็นอีก 1 เหตุผลค่ะ แต่ก็ยังมีการถกเถียงกันในประเด็นนี้อย่างมาก เเล้วลูกเพจล่ะคะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้?
ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/18sWnn3qcL/?mibextid=wwXIfr
