รู้จักโครงการ ‘วอเตอร์ฟร้อนท์’ หลัง ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ โดนหมายจับ
แพทตี้ อีจัน
7 กันยายน 2566

เป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้ออกหมายจับ นายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ในคดีอนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียม วอเตอร์ฟร้อนท์ พัทยา โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
รู้จัก “อิทธิพล คุณปลื้ม” หลังถูกศาลออกหมายจับ คดีคอนโดฉาวซึ่งเป็นคดีความเมื่อครั้ง นายอิทธิพล ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. 51 และอายุความจะหมดลงในวันที่ 10 ก.ย.66 หรืออีก 3 วันจากนี้
สำหรับโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ พัทยา (Waterfront Pattaya) หรือ วอเตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนท์ เป็นโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมและโรงแรมหรู 53 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท บาลี ฮาย จำกัด ซึ่งอยู่ใน Tulip Group
โดยแบ่งเป็นส่วนของคอนโดมิเนียม 53 ชั้น และโรงแรม 20 ชั้น จำนวน 315 ห้อง พื้นที่ใช้สอย 38,500 ตารางเมตร ตั้งอยู่บริเวณแหลมบาลีฮาย ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บนเนื้อที่ 2 ไร่ 1งาน 63 ตารางวา ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่ปี 2551 และเริ่มก่อสร้างในปี 2556

เมื่อทางเมืองพัทยาเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้างพบว่า มีการก่อสร้างอาคารผิดรูปแบบจากที่ขออนุญาตไว้ต่อทางคณะกรรมการนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในเรื่องของบันไดหนีไฟ และช่องลิฟต์ในตัวอาคาร
จึงระงับการก่อสร้างไปตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.2557 เพื่อให้เอกชนทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ขออนุญาตไว้ และมีการตรวจสอบว่ามีการลักลอบต่อเติมอาคารฝ่าฝืนคำสั่งที่ให้ระงับการก่อสร้าง โดยมีการยื่นแบบใหม่ในวันที่ 2 ส.ค.2557
ต่อมาโครงการนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากภาคประชาชนในพื้นที่และตามโลกโซเชียล ถึงความไม่เหมาะสม เพราะความสูงของอาคารบดบังทัศนียภาพ จนวันที่ 18 ส.ค.2557 นายอิทธิพล คุณปลื้ม ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาในขณะนั้น ได้ออกมาแถลงว่า อาคารนี้ขออนุญาตถูกต้องและผ่าน รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว
กระทั่งในช่วงปลายปี 2559 ทางโครงการ ได้แจ้งต่อเมืองพัทยาว่า พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดตามกฎหมาย รวมทั้งการลดระดับความสูงของอาคารลง 8 ชั้น เพื่อลดผลกระทบต่อภาคประชาชนที่กำลังต่อต้านอย่างหนัก
โดยในช่วงนั้นเมืองพัทยา ยังไม่ออกใบอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง

ปี 2560 นายอภิชาต วีปรปาล รองนายกเมืองพัทยา ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช. ได้มีการออกคำสั่งให้ทำการรื้อถอนอาคารหรือ ค.15 พร้อมมอบหมายให้นิติกรเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อบริษัท บาลีฮาย จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการใน 2 ข้อหา คือ
1. ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น
2. บุกรุกพื้นที่สาธารณะ
จนกลุ่มผู้ซื้อห้องพักรวมตัวเรียกร้องสิทธิ และความเสียหาย ส่งผลให้โครงการต้องยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการหลังต้องแบกภาระหนี้กว่า 2.39 พันล้านบาท ในปี 2561 แต่ศาลไม่รับคำร้อง
หลังจากเงียบหายไปกว่า 5 ปี ล่าสุดกระแส “วอเตอร์ฟรอนท์” ก็ได้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งค่ะ เมื่อการประชุม ป.ป.ช. วันที่ 24 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา มีมติชี้มูลความผิด นายอิทธิพล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และพวก กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ. 1) เลขที่ 700/2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง เห็นว่า นายอิทธิพล มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

และวันที่ 5 ก.ย. 2566 ศาลก็ได้มีคำสั่งออกหมายจับ นายอิทธิพล ตามคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หลังจาก นายอิทธิพล ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการ ในคดีถูกกล่าวหาพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร “วอเตอร์ฟรอนท์” ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และเชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี
ซึ่งต้องรอดูว่า 3 วัน ก่อนอายุความจะหมดลงในวันที่ 10 ก.ย.66 นี้ จะมีความเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป
