True จับมือ อช.กุยบุรี แก้ปัญหาช้างบุกสวน ตั้งเป้า 5G แรงทั่วไทยปี 68

ต่อ อีจัน

ต่อ อีจัน

27 พฤศจิกายน 2567

True จับมือ อช.กุยบุรี แก้ปัญหาช้างบุกสวน ตั้งเป้า 5G แรงทั่วไทยปี 68

วันนี้ (26 พ.ย. 67) “ทรู คอร์ปอเรชั่น” เดินหน้าโครงการยกระดับโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างเครือข่ายอัจฉริยะภายใต้แนวคิด “3Zero : Zero Touch, Zero Wait, Zero Trouble” เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่คล่องตัวและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

นายประเทศ ตันกุรานันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า โครงการ Network Modernization ได้เริ่มดำเนินการแล้วกว่า 10,800 สถานีฐาน และคาดว่าจะสำเร็จภายในปี 2568 ซึ่งจำทำให้ประสิทธิภาพของเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก

โดยความเร็วในด้าน 5G เพิ่มขึ้น 48% และความเร็วในด้าน 4G เพิ่มขึ้น 13% ส่วนแบนด์วิธเพิ่มขึ้น 35% ในพื้นที่ที่ได้รับการอัพเกรด พร้อมรองรับการเติบโตของผู้ใช้บริการ 5G ที่มีจำนวน 12.4 ล้านราย เพิ่มขึ้น 5.4%

การยกระดับคุณภาพบริการและประสบการณ์ลูกค้านั้นเป็นจุดประสงค์หลักของโครงการนี้ ผ่านการผนวกเทคโนโลยี AI เข้าไปในเครือข่ายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิต ยกระดับสุขภาพและความปลอดภัยของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับจุดเด่นของ True 5G ภายใต้แนวคิด “3Zero”

  • Zero Touch – นวัตกรรมเครือข่ายอัตโนมัติขั้นสูงที่ผสานพลัง AI และ Machine Learning เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการแบบ AI-powered closed-loop automation ที่เพื่อตรวจจับ วิเคราะห์ แก้ไข และยืนยันการแก้ปัญหาแบบอัตโนมัติ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริหารโครงข่ายให้สูงขึ้น 80% พร้อมลดการใช้พลังงานลง 30% และป้องกันความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานได้ถึง 80% 
  • Zero Wait – ระบบ AI ที่ปรับแต่งเครือข่ายแบบเรียลไทม์ตามพฤติกรรมผู้ใช้งานแบบไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายทันที เพื่อประสบการณ์สูงสุดในทุกสถานการณ์ เช่น กรณีมีการรวมตัวใช้งานของกิจกรรมต่างๆ เช่น พื้นที่จัดคอนเสิร์ต หรือกิจกรรมที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น โดยตั้งเป้าเพิ่มความเร็วในการปรับแต่งเครือข่าย 50% พร้อมแก้ไขปัญหาลูกค้าได้เร็วขึ้น 3-4 เท่า
  • Zero Trouble – ระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายแบบเรียลไทม์เพื่อคาดการณ์และป้องกันปัญหา พร้อมวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Proactive Maintenance) โดยตั้งเป้าลดเวลาเครือข่ายขัดข้อง 40% ลดข้อร้องเรียน 40% และเพิ่มความพึงพอใจลูกค้า (NPS) 30% ภายใน 3 ปี

นอกจากการพัฒนาเครือข่าย “ทรู คอร์ปอเรชั่น” ยังให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตมุ่งสร้าง “Tech For Good” สู่การถอดรหัส “Empathy-Insights-Technology” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีโครงการตัวอย่าง คือ True Smart Early Warning System (TSEWS) ที่ “อุทยานแห่งชาติกุยบุรี” ซึ่งใช้โครงข่ายในการเฝ้าระวังช้างป่า เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง

โดยในปัจจุบันเรื่องของการคุ้มครองคุณภาพชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งคนและสัตว์ป่ากำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมากมายทั่วโลก การทำงานร่วมกันระหว่างทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในโครงการ “Tech For Good” ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคม จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องยกให้ความสนใจอย่างมาก

โดยการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI และ Big Data มาใช้ในการพัฒนาโซลูชั่นช่วยจัดการปัญหาการขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ระบบ True Smart Early Warning System (TSEWS) ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่สำคัญ โดยการลดความสูญเสียทั้งของชุมชนและช้างป่าอย่างมาก โดยระบบจับตาตรวจจับช้างป่าที่ออกนอกบริเวณป่า และส่งภาพพร้อมพิกัดไปยังระบบ Cloud เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรีบป้องกันความเสียหายอย่างทันท่วงที รวมถึงปกป้องพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ทรู คอร์ปอเรชั่น” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แสดงให้เห็นถึงความอดทนในการดูแลสิ่งมีชีวิตบนโลก และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมว่า “เทคโนโลยีสามารถนำมาใช้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม และสะท้อนถึงความจำเป็นในการหาทางแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์อย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ การเดินหน้ายกระดับเครือข่าย 5G แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ “ทรู คอร์ปอเรชั่น” ในฐานะผู้นำด้านโทรคมนาคมในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้สร้าง
เครือข่ายอัจฉริยะ และไม่เพียงแต่ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า แต่ยังสร้างคุณค่าต่อชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย