“นางงามกัมพูชา” ถูกนักธุรกิจไทย แจ้งความ คดียักยอกเครื่องสำอาง
แพทตี้ อีจัน
8 กันยายน 2568

เมื่อไม่นานมานี้ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้โพสต์ภาพใบรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีนางงามชาวกัมพูชา ระบุว่า…
ผู้รับมอบอำนาจ จาก น.ส.พิชชานันท์ นักธุรกิจชาวไทย มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับ “พิชชี่” สัญชาติกัมพูชา โดยกล่าวหาว่า ยักยอกทรัพย์
พฤติการณ์ คือ เมื่อประมาณปี 2565 น.ส.พิชชานันท์ กับ “พิชชี่” ได้พูดคุยตกลงกันเรื่องการผลิตและขายสินค้าประเภทครีม เพื่อนำไปขายในประเทศกัมพูชา โดย น.ส.พิชชานันท์ ตกลงเป็นผู้ลงทุนผลิตสินค้า และ “พิชชี่”
ตกลงเป็นผู้นำสินค้าไปจำหน่ายในประเทศกัมพูชาโดยมีข้อตกลงว่า หากขายสินค้าได้จะแบ่งเงินในส่วนที่เป็นกำไรกันคนละกึ่งหนึ่ง ต่อมา น.ส.พิชชานันท์ ได้สั่งผลิตสินค้าประเภทครีมกับโรงงานผลิตเพื่อจัดส่งให้แก่ “พิชชี่” ให้นำไปจำหน่าย ดังนี้
1.ครีม 150ml จำนวน 350 กล่อง กล่องละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 35,000 บาท
2.ครีมมีกลิตเตอร์ 150ml จำนวน 350 กล่อง กล่องละ 110 บาท รวมเป็นเงิน 38,500 บาท
3.โทนอัปกันแดด 150ml จำนวน 300 กล่อง กล่องละ 110 บาท รวมเป็นเงิน 30,000 บาท
4.การจดแจ้ง อย. จำนวน 3 รายการ รายการละ 2,500 บาท รวมเป็นเงิน 7,500 บาท
5.เพรทสกรีน (แม่พิมพ์สำหรับการจัดทำวัสดุใส่ครีม) จำนวน 6 แผ่น แผ่นละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 12,000 บาท
รวมมูลค่าทั้งสิ้น เป็นเงินจำนวน 123,000 บาท
และเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.67 โรงงานผลิตได้จัดส่งสินค้าที่ได้สั่งผลิตดังกล่าวข้างต้นให้แก่ “พิชชี่” จากโรงงานผลิต ไปยังประเทศกัมพูชา โดยขนส่งผ่านบริษัทขนส่งทางเอกชนซึ่งต่อมาวันที่ 25 มิ.ย. 67 “พิชชี่” ได้รับสินสินค้าทั้งหมดดังกล่าว
ภายหลังจากที่ “พิชชี่” ได้รับสินค้ากลับอ้างว่าสินค้าไม่เหมือนตัวทดลองใช้ก่อนจะสั่งผลิต และไม่ยอมนำสินค้าทั้งหมดออกไปจำหน่ายแต่อย่างใด น.ส.พิชชานันท์ จึงได้ตกลงให้ “พิชชี่” ส่งมอบสินค้าคืน ให้แก่นาง น.ส.พิชชานันท์ และให้รับผิดชอบค่าเสียหายจำนวน 600,000 บาท ซึ่ง น.ส.พิชชานันท์ ได้ทวงถามให้ส่งสินค้าคืนเรื่อยมา แต่ภายหลัง “พิชชี่” ได้โอนเงินค่าเสียหายจำนวน 60,000 บาท ให้แต่ไม่ได้ส่งมอบสินค้าคืนแต่อย่างใด จนกระทั่งในวันที่ 30 ส.ค.68 น.ส.พิชชานันท์ ได้ทวงถามให้ “พิชชี่” ส่งสินค้าคืนอีกครั้ง แต่ “พิชชี่” กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมส่งมอบสินค้าคืนให้แก่น.ส.พิชชานันท์ จึงเชื่อว่า “พิชชี่”
มีเจตนาเบียดบังเอาสินค้าทั้งหมดดังกล่าวไปเป็นของตนเองโดยทุจริต จึงมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน
เรื่องนี้เป็นยังไงกันแน่ หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบค่ะ