ปชน. ยื่นสรรพากรสอบ “ทวีวัฒน์” เจ้าของเงิน 12 ล้าน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

9 มิถุนายน 2568

ปชน. ยื่นสรรพากรสอบ “ทวีวัฒน์” เจ้าของเงิน 12 ล้าน

จากกรณีพบเงินสดจํานวน 12 ล้านบาทซุกซ่อนอยู่ในกล่องพลาสติก และถูกนํามาทิ้งไว้ที่บริเวณจุดทิ้งขยะ คอนโดย่าน ปากเกร็ด จ. นนทบุรี ต่อมา นายทวีวัฒน์ ได้มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของเงินสดดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่าลืมไว้เนื่องจาก ต้องการเข้าซ่อมห้องที่เกิดน้ําท่วม โดยเงินจํานวนนี้ นายทวีวัฒน์ เบิกมาจากธนาคาร และเก็บมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 พร้อมทั้งชี้แจงว่า ตนประกอบอาชีพเป็นทนาย และเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชนอีก 4-5 บริษัท รวมทั้ง ดํารงตําแหน่งเป็นอนุกรรมการ กสทช. และที่ปรึกษา กสทช.

วันนี้ (9 มิ.ย. 68) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน และนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกรมสรรพากร ขอให้ดําเนินการตรวจสอบที่มารายได้ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ นายทวีวัฒน์ หลังจากแอบอ้างเป็นเจ้าของ 12 ล้านบาท พร้อมควบคู่ตำแหน่งที่ปรึกษาบอร์ด กสทช.

โดย นางสาวรักชนก ศรีนอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

คุณทวีวัฒน์ ลืมเงิน 12 ล้าน ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง คุณคิดดดด…. ?

ลองอ่านข้อมูลนี้ดูก่อน

– นายทวีวัฒน์ เป็นที่ปรึกษาบอร์ด กสทช. คือ นายต่อพงศ์ เสลานนท์

– นายทวีวัฒน์เป็นคณะอนุกรรมการใน กสทช. หลายคณะสำคัญๆทั้งนั้น เช่น

1. เคยเป็นคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจระหว่าง TRUE และ DTAC ซึ่งอนุตั้งเพื่อศึกษาและให้ความเห็นกรณีการควบรวมระหว่าง TRUE และ DTAC (ซึ่งทุกคนในคณะมีความเห็นว่า กสทช มี “อำนาจเต็ม” ในการพิจารณาเรื่องการควบรวม สามารถห้ามหรืออนุญาตก็ได้ ยกเว้นอยู่คนเดียยคือ นายทวีวัฒน์ ลงมติว่า กสทช. มีอำนาจแค่ “รับทราบ” เท่านั้น ไม่มีอำนาจห้ามควบรวม)

2. เคยเป็นคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กสทช. สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลก กสทช. จ่ายเงิน 600 ล้าน สุดท้าย คนไทยไม่ได้ดูบอลโลกฟรี

3. คณะอนุกรรมการเพื่อติดตามและประเมินผลการรวมธุรกิจ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม (ติดตามกันไปถึงไหนแล้วไม่รู้ แต่เน็ตห่วยลง ค่ารายเดือนแพงขึ้น แถม กสทช. ไม่มีมาตรการหอกอะไรเลยในการคุ้มครองประชาชน)

4. คณะอนุกรรมการการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (กองทุน USO ผลประโยชน์เกือบ 30,000ล้าน! กองทุนนี้ฮั้วและเอื้อประโยชน์กันฉ่ำ กินกันแบบไม่สนการตรวจสอบใดใด)

5. คณะอนุกรรมการกรองงานของ กสทช. เกี่ยวกับการจัดสรรเงินกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส. ผลประโยชน์หลายหมื่นล้านเช่นกัน! เป็นกองทุนที่ใครมีอำนาจก็มักจะอนุมัติโครงการไปเอื้อประโยชน์ให้พวกตัวเอง)

ก็ต้องยอมรับว่า นายทวีวัฒน์เป็นคน ‘มีความสามารถมาก’ จริงๆ ถึงได้รับความไว้วางใจให้ไปอยู่ในคณะที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติมหาศาล

ดิฉันไม่อยากยืนยันข้อเท็จจริงใด ๆ แต่ขอให้ประชาชนได้ลองใช้จินตนาถึงความเก่งกาจของนายทวีวัฒน์เอาเอง ไม่งั้นคงไม่มีเงินสดเก็บมากถึง 12 ล้านบาทหรอก

ดิฉันอยากบอกว่า กสทช. คือองค์กรที่กุมผลประโยชน์แสนล้าน ถ้าทำงานอย่างแข่นขันประชาชนจะมีอินเตอร์เน็ตดีใช้ทั่วประเทศ ค่ายมือถือจะตั้งราคาที่เป็นธรรมไม่ขูดรีด หากค่ายมือถือทำผิดจะโดนลงโทษอย่างสาสม และ กสทช. ยังมีส่วนสำคัญในการจัดการแก๊งคอลเซนเตอร์อีกด้วย แล้วทุกท่านคิดว่าตอนนี้ กสทช. ทำหน้าที่เป็นยังไง ?

มันไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ ที่ 2 เสียงของ กสทช. บอกว่ามีอำนาจแค่รับทราบ และ มันไม่ใช่ว่า กสทช.ไม่มีอำนาจลงโทษค่ายมือถือที่ทำสัญญาณล้ม และ เหตุผลที่เราจัดการแก๊งคอลเซนเตอร์ไม่ได้เพราะมันจะกระทบรายได้ค่ายมือถือ ทุกอย่างมันคือเรื่องอีหรอปเดียวกัน

ไอซ์อยากให้ทุกคนรู้ ว่านี่คือองค์กรที่เน่าเฟะจนถึงราก ทั้งคนมีอำนาจในบอร์ดและสำนักงาน ลุแก่อำนาจจงใจร่วมมือกันทำลายประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยกลุ่มทุนเข้ามามีอำนาจควบคุมให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการ กระบวนการทั้งหมดนี้ เริ่มตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ ดังนั้นใครที่บอกว่าคิดถึงลุงตู่ ช่วยคิดถึง ค ว า ม ฉิ บ ห า ย ที่รัฐบาลลุงตู่สร้างไว้โดยการวางโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยวทำให้ประเทศเรามันเต็มไปด้วยคอรัปชั่นและเอื้อทุนใหญ่ทุกหย่อมหญ้าทุกวันนี้ด้วย

สุดท้ายนี้ ไอซ์ – สส. พนิดา มงคลสวัสดิ์ – สส.ภคมน หนุนอนันต์ จะยื่นหนังสือ 3 ที่

  1. จะไปยื่นหนังสือที่สรรพากร ให้ตรวจละเอียดเรื่องเส้นทางการเงิน 12 ล้าน ของ นายทวีวัฒน์ และคนใกล้ตัวที่เกี่ยวข้อง

2. จะไปยื่นหนังสือที่ ปปช. ว่าคู่สมรสของ นายทวีวัฒน์ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ร่ำรวยผิดปกติหรือไม่

3) ยื่น กสทช. ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ (รู้อยู่แล้วว่า ยื่น กสทช. ไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะจะฝั่งบอร์ดหรือฝั่งสำนักงานก็พวกเดียวกัน แต่ต้องยืนยันว่าจะยื่น ก็ให้ ๆ รู้กันไป ว่าจะอุ้มกันเอง)

นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า เงิน 12 ล้าน บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องตลก ขำขันแซวกันไป แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องนี้มันใหญ่พอ ๆ กันกับตึก สตง. ถล่ม นี่คือฝีหนองมันแตก ดังนั้นใน กสทช. ควรต้องมีคนที่ต้องติดคุกได้แล้ว ใครได้รับสิทธิ์นั้น ก็อย่าลืมลากคอเพื่อนร่วมขบวนการไปลงนรกด้วยกัน องค์กรนี้จะได้สูงขึ้น

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork